๑๒. มัชฌันติกสูตร เล่ม ๑๕
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ทฺวาทสมํ มชฺฌนฺติกสุตฺตํ
๗๙๑เอกํ สมยํ อญฺญตโร ภิกฺขุ โกสเลสุ วิหรติ อญฺญตรสฺมึ วนสณฺเฑ ฯ
๗๙๒อถ โข ยา ตสฺมึ วนสณฺเฑ อธิวตฺถา เทวตา เยน โส ภิกฺขุ เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺติเก อิมา คาถา อภาสิ ฐิเต มชฺฌนฺติเก กาเล สนฺนิสินฺเนสุ ปกฺขิสุ สณเตว พฺรหารญฺญํ ตํ ภยํ ปฏิภาติ มํ ฐิเต มชฺฌนฺติเก กาเล สนฺนิสินฺเนสุ ปกฺขิสุ สณเตว พฺรหารญฺญํ สา รติ ปฏิภาติ มนฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค [๙. วนสังยุต] ๑๓. ปากดินทริยสูตร ๑๒. มัชฌัณหิกสูตร ว่าด้วยเวลาเที่ยงวัน
สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล ครั้งนั้นเทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้น เข้าไปหาภิกษุนั้นถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของภิกษุนั้นว่า เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่ เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ากลัวแก่ข้าพเจ้า ภิกษุนั้นกล่าวคาถานี้ว่า เมื่อฝูงนกพากันพักร้อนอยู่ในเวลาเที่ยงวัน ป่าใหญ่ส่งเสียงประหนึ่งว่าครวญครางอยู่ เสียงครวญครางแห่งป่าใหญ่นั้น ปรากฏเป็นสิ่งที่น่ายินดีแก่เรา มัชฌัณหิกสูตรที่ ๑๒ จบ ๑๓. ปากตินทริยสูตร ว่าด้วยภิกษุผู้ไม่สำรวมอินทรีย์
สมัยหนึ่ง ภิกษุจำนวนมากอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล เป็นผู้ฟุ้งซ่าน ถือตัว โลเล ปากกล้า พูดจาพร่ำเพรื่อ หลงลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะมีจิตไม่ตั้งมั่น มีจิตกวัดแกว่ง ไม่สำรวมอินทรีย์ ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้น มีความอนุเคราะห์หวังดีต่อภิกษุเหล่านั้น ประสงค์จะให้ภิกษุเหล่านั้นสลดใจจึงเข้าไปหาภิกษุเหล่านั้นถึงที่อยู่ ได้กล่าวกับภิกษุเหล่านั้นด้วยคาถาว่า @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบคาถาข้อ ๑๕ หน้า ๑๔ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๕ หน้า : ๓๓๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถามัชฌันติกสูตรที่ ๑๒
พึงทราบวินิจฉัยในมัชฌันติกสูตรที่ ๑๒.
คำใดควรกล่าว คำนั้นเรากล่าวไว้แล้วในนันทนวรรค ในเทวตาสังยุต.
จบอรรถกถามัชฌันติกสูตรที่ ๑๒ -----------------------------------------------------