ฉบับที่อ่านฉบับ
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๐๙

๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐๙–๒๑๒ลำดับ 24 จาก 52 ในอุปริปัณณาสก์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 4 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ว่าด้วยอัจฉริยธรรมของพระพักกุลเถระ

ข้อ ๒๐๙

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง ท่านพระพักกุละพักอยู่ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแตเขตกรุงราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่ออเจลกัสสปะ ผู้เป็นสหายเก่าของท่านพระพักกุละเมื่อครั้งยังเป็นคฤหัสถ์ เข้าไปหาท่านพระพักกุละถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกัน แล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กล่าวกับท่านพระพักกุละว่า “ท่านพักกุละ ท่านบวชมานานเท่าไรแล้ว” ท่านพระพักกุละตอบว่า “ท่านผู้มีอายุ เราบวชมา ๘๐ พรรษาแล้ว” “ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานั้น ท่านเสพเมถุนธรรม มากี่ครั้ง ขอรับ” “กัสสปะผู้มีอายุ ท่านไม่ควรถามเราอย่างนี้ว่า ‘ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานั้นท่านเสพเมถุนธรรมมากี่ครั้ง ขอรับ’ แต่ท่านควรถามเราอย่างนี้ว่า ‘ก็ตลอดเวลา๘๐ พรรษานี้ กามสัญญาเคยเกิดขึ้นกับท่านกี่ครั้ง’

ข้อ ๒๑๐

ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึก เลยว่ากามสัญญาเคยเกิดขึ้น” @เชิงอรรถ : @ ดูเชิงอรรถที่ ๒ ข้อ ๑๔ (เทวทหสูตร) หน้า ๒๐ ในเล่มนี้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๒}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่ามีกามสัญญาเคยเกิดขึ้นตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๑) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกเลยว่าพยาบาทสัญญา ... วิหิงสาสัญญาเคยเกิดขึ้น” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่าพยาบาทสัญญา ... วิหิงสาสัญญาเคยเกิดขึ้นตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๒-๓) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกเลยว่ากามวิตกเคยเกิดขึ้น” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่ากามวิตกเคยเกิดขึ้น ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๔) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกเลยว่ามีพยาบาทวิตก ... วิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้น” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกเลยว่าวิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้น ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๕-๖)

ข้อ ๒๑๑

“ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึก ยินดีคหบดีจีวรเลย” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้สึกยินดีคหบดีจีวรเลย ตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๗) “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้จักการใช้มีดตัดผ้าเป็นจีวรเลย ...” (๘) “... เราไม่รู้จักการใช้เข็มเย็บจีวรเลย ... ไม่รู้จักการใช้เครื่องย้อมย้อมจีวรเลย ... ไม่รู้จักการเย็บจีวรที่ไม้สดึงเลย ... ไม่รู้จักการจัดทำจีวรของเพื่อนพรหมจารีเลย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๓}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ... ไม่รู้สึกยินดีกับกิจนิมนต์เลย ... ไม่รู้สึกเลยว่าเคยเกิดความคิดอย่างนี้ว่า ‘ขอใครๆ พึงนิมนต์เราเถิด’ ... ไม่รู้จักการนั่งในละแวกบ้านเลย ... ไม่รู้จักการฉันในละแวกบ้านเลย ... ไม่รู้จักการถือนิมิตแห่งมาตุคามโดยอนุพยัญชนะ เลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่มาตุคามโดยที่สุดแม้คาถาสี่บาทเลย ... ไม่รู้จักการเข้าไปสู่สำนักของภิกษุณีเลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่ภิกษุณีเลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่สิกขมานาเลย ... ไม่รู้จักการแสดงธรรมแก่สามเณรีเลย ... ไม่รู้จักการให้บรรพชาเลย ... ไม่รู้จักการให้อุปสมบทเลย ... ไม่รู้จักการให้นิสัยเลย ... ไม่รู้จักการใช้สามเณรเป็นอุปัฏฐากเลย ... ไม่รู้จักการสรงน้ำในเรือนไฟเลย ... ไม่รู้จักการใช้จุรณสรงน้ำเลย ... ไม่รู้จักยินดีการนวดเฟ้นตัวของเพื่อนพรหมจารีเลย ... ไม่รู้จักอาพาธอันเคยเกิดขึ้นแล้วโดยที่สุดแม้ชั่วขณะรีดนมโคเสร็จเลย ... ไม่รู้จักฉันยาโดยที่สุดแม้เท่าชิ้นสมอเลย ... ไม่รู้จักการนั่งพิงพนักพิงเลย ... ไม่รู้จักการนอนเลย” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้จักการนอนตลอดเวลา ๘๐ พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๙-๓๓) @เชิงอรรถ : @ ไม่รู้จักการถือนิมิตแห่งมาตุคามโดยอนุพยัญชนะ หมายความว่า พระเถระไม่เคยมองดูมาตุคามแล้ว@ยึดมั่นนิมิตในรูป (ม.อุ.อ. ๓/๒๑๑/๑๔๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๔}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร “ท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอดเวลา ๘๐ พรรษา เราไม่รู้จักการ จำพรรษาในเสนาสนะใกล้บ้านเลย” “ข้อที่ท่านพักกุละไม่รู้จักการจำพรรษาในเสนาสนะใกล้บ้านตลอดเวลา ๘๐พรรษานี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่า เป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๓๔) “ท่านผู้มีอายุ เราเป็นผู้มีกิเลส ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้น ๗ วันเท่านั้นในวันที่ ๘ ก็ได้บรรลุอรหัตตผล” “ข้อที่ท่านพักกุละเป็นผู้มีกิเลส ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้น ๗ วันเท่านั้นในวันที่ ๘ ก็ได้บรรลุอรหัตตผลนี้ ข้าพเจ้าจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” (๓๕)

ข้อ ๒๑๒

“ท่านพักกุละ ขอให้ข้าพเจ้าได้บรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัย นี้เถิด” อเจลกัสสปะได้บรรพชาอุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้แล้ว เมื่อบวชแล้วไม่นานหลีกไปอยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่ ไม่นานนัก ก็ทำให้แจ้งซึ่งประโยชน์ยอดเยี่ยม อันเป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ที่เหล่ากุลบุตรผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ ด้วยปัญญาอันยิ่งเองเข้าถึงอยู่ในปัจจุบัน รู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้วไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป” จึงเป็นอันว่า ท่านพระกัสสปะได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในบรรดาพระอรหันต์ทั้งหลาย สมัยต่อมา ท่านพระพักกุละถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆ หลัง แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า “นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิด นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิด วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา” ท่านพระกัสสปะกล่าวว่า “ข้อที่ท่านพักกุละถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆ หลังแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ‘นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิด นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิดวันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา’ เราทั้งหลายจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๔ หน้า : ๒๔๕}

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ [๓. สุญญตวรรค] ๕. ทันตภูมิสูตร ครั้งนั้น ท่านพระพักกุละนั่งปรินิพพานในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ท่านพระกัสสปะกล่าวว่า “ข้อที่ท่านพักกุละนั่งปรินิพพานในท่ามกลางภิกษุสงฆ์นี้ เราทั้งหลายจะจำไว้ว่าเป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ ไม่เคยปรากฏ ของท่านพักกุละ” ดังนี้แลพักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตรที่ ๔ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พกฺกุลตฺเถรจฺฉริยพฺภูตสุตฺตํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖ มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ๔. พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร (๑๒๔)

ข้อ ๓๘๐

เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ อายสฺมา พกฺกุโล ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป ฯ อถ โข อเจโล กสฺสโป อายสฺมโต พกฺกุลสฺส ปุราณคิหิสหาโย เยนายสฺมา พกฺกุโล เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา พกฺกุเลน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อเจโล กสฺสโป อายสฺมนฺตํ พกฺกุลํ เอตทโวจ กีวจิรํ ปพฺพชิโตสิ อาวุโส พกฺกุลาติ ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺสาติ ฯ อิเมหิ ปน เต อาวุโส พกฺกุล อสีติยา วสฺเสหิ กติกฺขตฺตุํ เมถุโน ธมฺโม ปฏิเสวิโตติ ฯ

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้- สมัยหนึ่ง ท่านพระพักกุลเถระอยู่ที่พระวิหารเวฬุวัน อันเคยเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ปริพาชกชื่ออเจละกัสสป ผู้เป็นสหายของท่านพระพักกุละ ครั้งเป็นคฤหัสถ์ ในกาลก่อน เข้าไปหาท่านพระพักกุละถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ทักทายปราศรัยกับท่านพระพักกุละ ครั้นผ่านคำทักทายปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว ได้นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กล่าวกะท่านพระพักกุละดังนี้ว่า ข้าแต่ท่านพระพักกุละ ท่านบวชมานานเท่าไรแล้ว ฯ ท่านพระพักกุละตอบว่า ดูกรท่านผู้มีอายุ เราบวชมา ๘๐ พรรษาแล้ว ฯ อเจล. ข้าแต่ท่านพระพักกุละ ชั่ว ๘๐ ปีนี้ ท่านเสพเมถุนธรรมกี่ครั้ง ฯ

ข้อ ๓๘๑

น โข มํ อาวุโส กสฺสป เอวํ ปุจฺฉิตพฺพํ อิเมหิ ปน เต อาวุโส พกฺกุล อสีติยา วสฺเสหิ กติกฺขตฺตุํ เมถุโน ธมฺโม ปฏิเสวิโตติ เอวญฺจ โข มํ อาวุโส กสฺสป ปุจฺฉิตพฺพํ อิเมหิ ปน เต อาวุโส พกฺกุล อสีติยา วสฺเสหิ กติกฺขตฺตุํ กามสญฺญา อุปฺปนฺนปุพฺพาติ ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ กามสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพนฺติ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ กามสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ พฺยาปาทสญฺญํ ... วิหึสาสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ วิหึสาสญฺญํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ

พักกุล. ดูกรกัสสปผู้มีอายุ ท่านไม่ควรถามเราอย่างนั้นเลย แต่ควรจะถามเราอย่างนี้ว่า ก็ชั่ว ๘๐ ปีนี้ กามสัญญาเคยเกิดขึ้นแก่ท่านกี่ครั้งดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา ไม่รู้สึกกามสัญญาเคยเกิดขึ้น ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกกามสัญญาเคยเกิดขึ้น ชั่วเวลา๘๐ พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกพยาบาทสัญญาเคยเกิดขึ้น ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกพยาบาทสัญญาเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา๘๐ พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกวิหิงสาสัญญาเคยเกิดขึ้น ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกวิหิงสาสัญญาเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา ๘๐พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ

ข้อ ๓๘๒

อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ กามวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ กามวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ พฺยาปาทวิตกฺกํ ... วิหึสาวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ วิหึสาวิตกฺกํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ

พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกกามวิตกเคยเกิดขึ้น ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกกามวิตกเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา ๘๐พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกพยาบาทวิตก ... วิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้น ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกวิหิงสาวิตกเคยเกิดขึ้นชั่วเวลา ๘๐พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ

ข้อ ๓๘๓

อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ คหปติจีวรํ สาทิตา ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานามิ คหปติจีวรํ สาทิตา อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ สตฺเถน จีวรํ ฉินฺทิตา ... นาภิชานามิ สูจิยา จีวรํ สิพฺพิตา ... นาภิชานามิ รชนาย จีวรํ รชิตา ... นาภิชานามิ กฐิเน จีวรํ สิพฺพิตา ... นาภิชานามิ สพฺรหฺมจารีนํ จีวรกมฺมํ วิจาริตา ... นาภิชานามิ นิมนฺตนํ สาทิตา ... นาภิชานามิ เอวรูปํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อโห วต มํ โกจิ นิมนฺเตยฺยาติ ฯเปฯ นาภิชานามิ อนฺตรฆเร นิสีทิตา ... นาภิชานามิ อนฺตรฆเร ภุญฺชิตา ... นาภิชานามิ มาตุคามสฺส อนุพฺยญฺชนโส นิมิตฺตํ คเหตา ... นาภิชานามิ มาตุคามสฺส ธมฺมํ เทสิตา อนฺตมโส จตุปฺปทมฺปิ คาถํ ... นาภิชานามิ ภิกฺขุนูปสฺสยํ อุปสงฺกมิตา ... นาภิชานามิ ภิกฺขุนิยา ธมฺมํ เทสิตา ... นาภิชานามิ สิกฺขมานาย ธมฺมํ เทสิตา ... นาภิชานามิ สามเณราย ธมฺมํ เทสิตา ... นาภิชานามิ ปพฺพาเชตา ... นาภิชานามิ อุปสมฺปาเทตา ... นาภิชานามิ นิสฺสยํ เทตา ... นาภิชานามิ สามเณรํ อุปฏฺฐาเปตา ... นาภิชานามิ ชนฺตาฆเร นหายิตา ... นาภิชานามิ จุณฺเณน นหายิตา ... นาภิชานามิ สพฺรหฺมจาริคตฺตปริกมฺมํ สาทิตา ... นาภิชานามิ อาพาธํ อุปฺปนฺนปุพฺพํ อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปิ ... นาภิชานามิ เภสชฺชํ ปริหริตา อนฺตมโส หริตกีขณฺฑมฺปิ ... นาภิชานามิ อปสฺเสนกํ อปสยิตา ... นาภิชานามิ เสยฺยํ กปฺเปตา ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานามิ เสยฺยํ กปฺเปตา อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ

พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา เราไม่รู้สึกยินดีคหบดีจีวร ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้สึกยินดีคหบดีจีวรชั่วเวลา ๘๐ พรรษานี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา ไม่รู้จักใช้ศาตราตัดจีวร ... ไม่รู้จักใช้เข็มเย็บจีวร ... ไม่รู้จักใช้เครื่องย้อมจีวร ... ไม่รู้จักเย็บจีวรในสะดึง ... ไม่รู้จักจัดทำจีวรของเพื่อนภิกษุร่วมประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน ... ไม่รู้สึกยินดีกิจนิมนต์ ... ไม่รู้สึกเคยเกิดจิตเห็นปานนี้ว่า ขอใครๆ พึงนิมนต์เราเถิด ... ไม่รู้จักนั่งในละแวกบ้าน ... ไม่รู้จักฉันอาหารในละแวกบ้าน ... ไม่รู้จักถือเอานิมิตของมาตุคามโดยอนุพยัญชนะ ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่มาตุคามแม้ที่สุดคาถา ๔ บาท ... ไม่รู้จักเข้าไปสู่สำนักของภิกษุณี ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่ภิกษุณี ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่สิกขมานา ... ไม่รู้จักแสดงธรรมแก่สามเณรี ... ไม่รู้จักให้บรรพชา ... ไม่รู้จักให้อุปสมบท ... ไม่รู้จักให้นิสสัย ... ไม่รู้จักใช้สามเณรอุปัฏฐาก ... ไม่รู้จักอาบน้ำในเรือนไฟ ... ไม่รู้จักใช้จุณอาบน้ำ ... ไม่รู้จักยินดีการนวดฟั้นตัวของเพื่อนภิกษุร่วมประพฤติพรหมจรรย์ด้วยกัน ... ไม่รู้จักเคยเกิดอาพาธที่สุดแม้ชั่วขณะรีดนมโคสำเร็จ ... ไม่รู้จักฉันยาที่สุดแม้ชิ้นเสมอ ... ไม่รู้จักอิงพนัก ... ไม่รู้จักสำเร็จการนอน ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้จักสำเร็จการนอนชั่วเวลา ๘๐ พรรษานี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ

ข้อ ๓๘๔

อสีติ เม อาวุโส วสฺสานิ ปพฺพชิตสฺส นาภิชานามิ คามนฺตเสนาสเน วสฺสํ อุปคนฺตา ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อสีติยา วสฺเสหิ นาภิชานาติ คามนฺตเสนาสเน วสฺสํ อุปคนฺตา อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ สตฺตาหเมว โข อหํ อาวุโส สารโณ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชึ อถ อฏฺฐมิยํ อญฺญา อุทปาทิ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล สตฺตาหเมว สารโณ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺชิ อถ อฏฺฐมิยํ อญฺญา อุทปาทิ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรม ฯ

ดูกรท่านผู้มีอายุ เมื่อเราบวชมาตลอด ๘๐ พรรษา ไม่รู้จักจำ- *พรรษาในเสนาสนะใกล้เขตบ้าน ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ไม่รู้จักจำพรรษาในเสนาสนะใกล้เขตบ้านชั่วเวลา ๘๐ พรรษา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ พักกุล. ดูกรท่านผู้มีอายุ เราได้เป็นผู้ยังมีกิเลสต้องรณรงค์ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อวันที่ ๘ พระอรหัตผลจึงเกิดขึ้น ฯ อเจล. ข้อที่ท่านพระพักกุละ ได้เป็นผู้ยังมีกิเลสต้องรณรงค์ฉันบิณฑบาตของชาวแว่นแคว้นเพียง ๗ วันเท่านั้น ต่อวันที่ ๘ จึงเกิดพระอรหัตผลขึ้น นี้พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ

ข้อ ๓๘๕

ลเภยฺยาหํ อาวุโส พกฺกุล อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ปพฺพชฺชํ ลเภยฺยํ อุปสมฺปทนฺติ ฯ อลตฺถ โข อเจโล กสฺสโป อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ปพฺพชฺชํ อลตฺถ อุปสมฺปทํ ฯ อจิรูปสมฺปนฺโน โข ปนายสฺมา กสฺสโป เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต น จิรสฺเสว ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ ตทนุตฺตรํ พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ อพฺภญฺญาสิ ฯ อญฺญตโร โข ปนายสฺมา กสฺสโป อรหตํ อโหสิ ฯ

อเจล. ข้าแต่ท่านพระพักกุละ ขอข้าพเจ้าพึงได้บรรพชา ได้อุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้เถิด ฯ ปริพาชกชื่ออเจละ กัสสป ได้บรรพชา ได้อุปสมบทในพระธรรมวินัยนี้แล้วแล ก็แหละท่านพระกัสสปอุปสมบทแล้วไม่นาน เป็นผู้ผู้เดียวหลีกออกไม่ประมาท มีความเพียร ส่งตนไปในธรรมอยู่ ไม่ช้าเท่าไร ก็ได้เข้าถึงประโยชน์ที่กุลบุตรทั้งหลาย ผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ อันไม่มีประโยชน์อื่นยิ่งกว่า เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ทำให้แจ้งเพราะรู้ยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันอยู่ ได้รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งกว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้วกิจที่ควรทำได้ทำสำเร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็แลท่านพระกัสสปได้เป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งแล้ว ฯ

ข้อ ๓๘๖

อถ โข อายสฺมา พกฺกุโล อปเรน สมเยน อปาปุรณํ อาทาย วิหาเรน วิหารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อชฺช เม ปรินิพฺพานํ ภวิสฺสตีติ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล อปาปุรณํ อาทาย วิหาเรน วิหารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อภิกฺกมถายสฺมนฺโต อชฺช เม ปรินิพฺพานํ ภวิสฺสตีติ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรมาติ ฯ

ครั้นสมัยต่อมา ท่านพระพักกุละ ถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆ หลัง แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิดๆ วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา ฯ ท่านพระกัสสปกล่าวว่า ข้อที่ท่านพระพักกุละ ถือลูกดาลเข้าไปยังวิหารทุกๆ หลัง แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า นิมนต์ท่านผู้มีอายุออกมาเถิดๆ วันนี้จักเป็นวันปรินิพพานของเรา นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้น่าอัศจรรย์ ของท่านพระพักกุละ ประการหนึ่ง ฯ

ข้อ ๓๘๗

อถ โข อายสฺมา พกฺกุโล มชฺเฌ ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสินฺนโก ปรินิพฺพายิ ฯ ยมฺปายสฺมา พกฺกุโล มชฺเฌ ภิกฺขุสงฺฆสฺส นิสินฺนโก ปรินิพฺพายิ อิทมฺปิ มยํ อายสฺมโต พกฺกุลสฺส อจฺฉริยํ อพฺภูตธมฺมํ ธาเรมาติ ฯ พกฺกุลตฺเถรจฺฉริยพฺภูตสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ จตุตฺถํ ฯ ------------

ครั้งนั้นแล ท่านพระพักกุละ นั่งปรินิพพานแล้วในท่ามกลาง ภิกษุสงฆ์ ฯ ท่านพระกัสสปกล่าวว่า ข้อที่ท่านพระพักกุละนั่งปรินิพพานแล้วในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ นี้ พวกข้าพเจ้าจะทรงจำไว้ว่า เป็นธรรมไม่น่าเป็นไปได้ น่าอัศจรรย์ของท่านพระพักกุละ อีกประการหนึ่ง ฯ จบ พักกุลัตเถรัจฉริยัพภูตสูตร ที่ ๔ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/