ข้อ ๘๓๗–๙๒๕ เล่ม ๓๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๘๓๗ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๓๘ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๓๙ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๔๐ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๔๑ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๔๒ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สจกฺขุกา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๔๓ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สจกฺขุกา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๔๔ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๔๕ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๔๖ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๔๗ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๔๘ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สฆานกา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๔๙ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สฆานกา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๐ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๑ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๒ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๓ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๔ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๕ยสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๖ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๗ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๘ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๕๙ยสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๖๐ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๖๑ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา โสมนสฺสสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๖๒ยสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๖๓ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา โสมนสฺสสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๖๔ยสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชสฺสติ โน จ เตสํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๖๕ยสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา โสมนสฺสสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๖๖ยสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๖๗ยสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๖๘ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๖๙ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๗๐ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๗๑ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๗๒ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๗๓ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูเป ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๗๔ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูเป ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๗๕ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๗๖ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๗๗ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๗๘ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๗๙ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๐ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๘๑ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๒ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๓ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๔ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๕ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๖ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๗ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๘ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๘๘๙ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๐ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๑ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๒ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๓ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๔ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๕ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๖ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๗ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๘ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๘๙๙ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๐๐ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สจกฺขุกา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๙๐๑ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สจกฺขุกา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๐๒ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๐๓ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๙๐๔ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๙๐๕ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๐๖ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สฆานกา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๐๗ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย สฆานกา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๐๘ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๐๙ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๐ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๑ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๒ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยา อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ตาสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ ตาสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๓ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เย จ ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตฺถินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๔ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๕ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ {๙๑๕.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๖ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: เย ปุริสา เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา โสมนสฺเสน อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ {๙๑๖.๑} ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา อุเปกฺขาย อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๗ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ ยา จ อิตฺถิโย เอเตเนว ภาเวน กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๑๘ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๙๑๙ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา โสมนสฺสสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๙๒๐ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๙๒๑ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา โสมนสฺส- สมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๒๒ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อุเปกฺขาสมฺปยุตฺตปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๒๓ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: ยสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา โสมนสฺสสมฺปยุตฺต- ปจฺฉิมจิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิสฺสติ ฯ
๙๒๔ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
๙๒๕ยสฺส ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสตีติ: อามนฺตา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ๓. อนาคตวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ก็ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้มีอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้มีโสมนัสอุบัติแล้วจักปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จัก เกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละ มีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิด ใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อิตถินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปุริสินทรียมูลกนัย
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือเอาปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพานและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ผู้ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพานมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้มนินทรียของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคล นั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับ แห่งจิตนั้น อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่งจิตนั้น มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิดอุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๘๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ใน ปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย
อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ใน ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิดฆานินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อิตถินทรียมูลกนัย
อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่ อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิดอิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย
อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิด แต่ ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์จักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิดปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์จักเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย
อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย
อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ใน กามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือ ปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิจักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ มีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติและจุติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีจักขุเกิดได้ มีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น จักเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดแต่จักขุนทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขุนทรีย์ก็จักเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๙๙}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ฆานินทรียมูลกนัย
อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็ในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๐}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีฆานะเกิดได้และมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพานฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ฆานินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๑}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานินทรีย์ก็จักเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย
อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๒}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสิน-ทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดแต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อิตถินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๓}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อิตถินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอิตถินทรีย์ก็จักเกิดอิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย
อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๔}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่น แหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลเหล่าใดมีปุริสะเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นโสมนัสจักอุบัติแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิปุริสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิด ได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละมีจิตเป็นอุเบกขาจักอุบัติแล้วปรินิพพาน อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๕}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และบุคคลเหล่าใดมีอิตถีเกิดได้ถือปฏิสนธิในบางภพโดยภาวะนั้นนั่นแหละแล้วปรินิพพาน มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและปุริสินทรีย์ก็จักเกิดปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย
อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร จักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นจักเกิด แต่มนินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย
อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด ในลำดับแห่ง จิตนั้น โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่งจิตนั้น) อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยอุเบกขาจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับ แห่งจิตนั้น) มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็จักเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย
อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นจักเกิดใช่ไหม วิ. ปัจฉิมจิตที่สัมปยุตด้วยโสมนัสจักเกิดในลำดับแห่งจิตใด (ในลำดับแห่ง จิตนั้น) มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่ใช่จักเกิดบุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็จักเกิด อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๔๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร สัทธินทรียมูลกนัย
อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย
อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ
อรรถกถา
ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกอรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอินทริยยมก
บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.
ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น
พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.
ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.
ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.
โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.
อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.
ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.
คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.
คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.
คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.
คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.
คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.
คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.
คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.
จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.
คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.
คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.
คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.
คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.
คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.
ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.
คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.
พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.
ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.
คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)
แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.
ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).
ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.
บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.
นิคมคาถา
ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.
บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.
อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------