ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา

ข้อ ๗๒๐–๗๗๙ เล่ม ๓๙

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ลำดับ 6 จาก 22 ในอินทรียยมกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 60 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ฆานินฺทฺริยํ ฯเปฯ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุเปกฺขินฺทฺริยํ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต อรูเป ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูเป ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูเป ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ โสมสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯเปฯ

ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจเร อรูปาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจเร ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวกาเร ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยตฺถ วา ปน มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ อรูปานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อรูปานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ จกฺขุนฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ฯเปฯ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ฆานินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฆานินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯเปฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ ฯเปฯ สทฺธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: รูปาวจรานํ อรูปาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ปุริสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ กามาวจรานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปุริสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ปญฺญินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อสญฺญสตฺตานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ชีวิตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: สุทฺธาวาสานํ ทุติเย จิตฺเต วตฺตมาเน เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ โน จ เตสํ ตตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ อิตเรสํ จตุโวการานํ ปญฺจโวการานํ เตสํ ตตฺถ มนินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ โสมนสฺสินฺทฺริยญฺจ อุปฺปชฺชิตฺถ ฯ

ยสฺส ยตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ฯเปฯ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ อุเปกฺขินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ยสฺส ยตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ ยสฺส วา ปน ยตฺถ มนินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส ตตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ: อามนฺตา ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ๒. อตีตวาร อนุโลมบุคคล จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๐

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคย เกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๑

อนุ. ฆานินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ ฯลฯ ชีวิตินทรีย์ ฯลฯ โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฆานินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมโอกาส จักขุนทรียมูลนัย

ข้อ ๒๔๒

อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์เคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิดในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์เคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์เคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิดในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขุนทรีย์เคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด ใน ปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์เคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๓

อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ใน ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์เคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์เคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์เคยเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นอุเปกขินทรีย์เคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นสัทธินทรีย์เคยเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นสัทธินทรีย์เคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ฆานินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็ เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์เคยเกิด แต่ ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์เคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๔

อนุ. อิตถินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๕

อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิด แต่ ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๔๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์เคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นโสมนัสสินทรีย์เคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์เคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นมนินทรีย์เคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิดปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๖

อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิด ใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ ไม่เคยเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิดในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นชีวิตินทรีย์เคยเกิดและมนินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๗

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. โสมนัสสินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๘

อนุ. อุเปกขินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๑}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๔๙

อนุ. สัทธินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๐

อนุ. ปัญญินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด มนินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ อนุโลมปุคคโลกาส จักขุนทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๑

อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๒}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขุนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๓}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น เคยเกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. จักขุนทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขุนทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย เกิด แต่จักขุนทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขุนทรีย์ก็เคยเกิด จักขุนทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๔}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ฆานินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๒

อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๕}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิอุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ สัทธินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิสัทธินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ฆานินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๖}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานินทรีย์ก็เคยเกิด ฆานินทรียมูลกนัย จบ อิตถินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๓

อนุ. อิตถินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อิตถินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ฯลฯ อิตถินทรียมูลกนัย จบ ปุริสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๔

อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๗}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. ปุริสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ ฯลฯ สัทธินทรีย์ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปุริสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนินทรีย์ของบุคคล เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ปุริสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิมนินนทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปุริสินทรีย์ก็เคยเกิด ปุริสินทรียมูลกนัย จบ ชีวิตินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๕

อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดแต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๘}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่อุเปกขินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและอุเปกขินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่ปัญญินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและปัญญินทรีย์ก็เคยเกิด ปฏิ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อนุ. ชีวิตินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ นั้นเคยเกิด แต่มนินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-โวการภูมิ ชีวิตินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนินทรีย์ก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ชีวิตินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ชีวิตินทรียมูลกนัย จบ โสมนัสสินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๖

อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของ บุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ อุเปก-ขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ อุเปกขินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด อนุ. โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสมนัสสินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. เมื่อจิตดวงที่ ๒ ของบุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิเป็นไปอยู่ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่โสมนัสสินทรีย์ไม่เคยเกิด บุคคลนอกนี้ผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ มนินทรีย์ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและโสมนัสสินทรีย์ก็เคยเกิด โสมนัสสินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๑๐. อินทรียยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร อุเปกขินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๗

อนุ. อุเปกขินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด อุเปกขินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ อุเปกขินทรียมูลกนัย จบ สัทธินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๘

อนุ. สัทธินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ ฯลฯ มนินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด สัทธินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ สัทธินทรียมูลกนัย จบ ปัญญินทรียมูลกนัย

ข้อ ๒๕๙

อนุ. ปัญญินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนินทรีย์ของบุคคล นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปฏิ. มนินทรีย์ของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ปัญญินทรีย์ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม วิ. ใช่ ปัญญินทรียมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๙ หน้า : ๓๖๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎก

อรรถกถายึดที่ข้อ ๓๗๙ ซึ่งครอบมาถึงข้อที่กำลังอ่าน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอินทริยยมก

บัดนี้เป็นการพรรณนาอินทริยยมก ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงในลำดับต่อจากธรรมยมก เพราะทรงรวบรวมธรรมทั้งหลายมีกุศลธรรมเป็นต้น ที่พระองค์ทรงแสดงแล้วในมูลยมกเหล่านั้นให้เป็นส่วนหนึ่ง ด้วยอำนาจแห่งธรรมที่ได้อยู่ ในอินทริยยมกนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลี โดยนัยที่กล่าวแล้วในขันธยมกเป็นต้น.

ก็แม้ในอินทริยยมกนี้ มหาวาระ ๓ มีปัณณัตติวาระเป็นต้น และอนันตรวาระ ที่เหลือก็เป็นเช่นกับที่มาแล้วในยมกทั้งหลายมีขันธยมกเป็นต้นพร้อมด้วยประเภทแห่งกาลเป็นต้น แต่ว่ายมกทั้งหลายมีมากกว่าธาตุยมกเพราะความที่แห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีมาก ก็ท่านไม่ประกอบ ชิวหายตนะและกายายตนะกับด้วยจักขวายตนะและจักขุธาตุ ในนัยอันมีจักขวายตนะและจักขุธาตุเป็นมูล ในปุคคลวาระเป็นต้น ในหนหลัง และไม่ถือเอายมกทั้งหลาย มีชิวหายตนะและกายายตนะเป็นมูล ฉันใดแม้ในอินทริยยมกนี้ ท่านก็ไม่ประกอบชิวหินทรีย์และกายินทรีย์ ในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูล และไม่ถือเอายมกทั้งหลายที่มีชิวหินทรีย์และกายินทรีย์เป็นมูล ฉันนั้น

พึงทราบเหตุในการไม่ถือเอายมกทั้งหลายเหล่านั้น ตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในยมกนั้นนั่นแหละ.

ส่วนมนินทรีย์ พึงทราบว่า ท่านประกอบแล้วด้วยมูลทั้งหลายมีจักขุนทรีย์เป็นมูลเป็นต้น ฉันใด แม้กับมูลทั้งหลายมีอิตถินทรีย์เป็นมูล ก็ฉันนั้นนั่นแหละ มนินทรีย์ย่อมถึงการประกอบ เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พึงทราบว่า ท่านไม่ประกอบแล้ว โดยลำดับ บทที่วางไว้ (แต่) ประกอบไว้ในที่สุดกับมูลทั้งหลายมีจักขนุทรีย์เป็นต้น แม้ทั้งหมด.

ท่านประกอบอิตถินทรีย์กับจักขุนทริย์, ปุริสินทรีย์กับจักขุนทรีย์, ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์, สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ไม่มีในปฏิสนธิ เพราะเหตุนั้นท่านจึงไม่ถือเอา.

โสมนัสสินทริย์ อุเบกขินทรีย์ ท่านถือเอาแล้วในปฏิสนธิ เพราะเกิดมีพร้อมกับการเกิดขึ้น อินทรีย์ ๕ อย่างมีสัทธินทรีย์เป็นต้นก็เหมือนอย่างนั้นอินทรีย์ที่เป็นโลกุตตร ๓ อย่าง ท่านก็ไม่ถือเอา เพราะไม่มีในปฏิสนธิ อินทรีย์เหล่าใดท่านถือเอาแล้วด้วยอำนาจแห่งอินทรีย์เหล่านั้นพึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุนทรีย์เป็นมูลในอินทริยยมกนี้ ด้วยประการฉะนี้ ก็ในที่มี้พึงทราบการนับยมกในนัยอันมีจักขุทรีย์เป็นมูลในที่นี้ฉันใด ในที่ทั้งปวงก็ฉันนั้นพึงทราบการกำหนดพระบาลีในวาระทั้งหลายอย่างนี้ก่อนว่า ก็ยมกเหล่าใดที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาแล้วควรนับยมกทั้งหลายด้วยสามารถแห่งยมกเหล่านั้น.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อนับ พึงนับด้วยสามารถแห่งโมฆะปุจฉา.

ก็ในการวินิจฉัยเนื้อความนี้ พึงทราบนัยมุขนี้ดังต่อไปนี้.

คำว่า สจกฺขุกานํ น อิตฺถีนํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งสัตว์ทั้งหลายที่มีรูป มีพรหมปาริสัชชาเป็นต้น และด้วยสามารถแห่งบุรุษเพศและผู้ไม่มีเพศ เพราะว่าอิตถินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่พรหม บุรุษเพศ และผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า สจกฺขุกานํ น ปุริสานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งรูปพรหมด้วย แห่งสตรีเพศและบุคคลผู้ไม่มีเพศด้วย เพราะว่า ปุริสินทรีย์ย่อมไม่เกิดแก่รูปพรหม สตรีและผู้ไม่มีเพศเหล่านั้น.

คำว่า อจกฺขุกานํ อุปปชฺชนฺตานํ เตสํ ชีวิตินฺทริยํ อุปฺปชฺชติ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ทั้งหลายในเอกโวการภพ จตุโวการภพและในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา โสมนสฺเสน ท่านกล่าวแล้วด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิด้วยมหาวิบากปฏิสนธิ ๔ ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา.

คำว่า สจกฺขุกานํ วินา อุเปกฺขาย ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งบุคคลผู้ปฏิสนธิพร้อมด้วยโสมนัส.

คำว่า อุเปกฺขาย อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวด้วยสามารถแห่งอเหตุกปฏิสนธิ.

คำว่า อเหตุกานํ ท่านกล่าวแล้วเพราะความไม่มีแห่งอินทรีย์ทั้งหลายมีสัทธินทรีย์เป็นต้น กับด้วยอเหตุกปฏิสนธิ.

จริงอยู่ ในอเหตุกปฏิสนธิ ย่อมไม่มีศรัทธา สติ ปัญญาแน่นอน แต่สมาธิและวิริยะ ย่อมไม่ถึงความเป็นอินทรีย์.

คำว่า สเหตุกานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวแล้วด้วยอำนาจคัพภเสยยกสัตว์ และพรหมที่ไม่มีรูป ก็พวกสเหตุกะอื่นชื่อว่า อจกฺขุโก = ไม่มีจักขุ ย่อมไม่มี.

คำว่า สจกฺขุกานํ อเหตุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ในอบายด้วยสามารถแห่งโอปปาติกะ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณวิปฺปยุตฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาสัตว์ที่ปฏิสนธิด้วยเหตุสอง ในกามธาตุ.

คำว่า สจกฺขุกานํ ญาณสมฺปยุตฺตานํ กล่าวหมายเอารูปพรหมด้วย เทวดาและมนุษย์ในกามาวจรด้วย.

คำว่า ญาณสมฺปยุตฺตานํ อจกฺขุกานํ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปพรหม และติเหตุกสัตว์ผู้เกิดในครรภ์.

ในชีวิตินทรีย์มูล คำว่า วินา โสมนสฺเสน อุปฺปชฺชนฺตานํ ท่านกล่าวหมายเอาชีวิตินทรีย์แม้ทั้งสองอย่าง.

คำว่า ปวตฺเต โสมนสฺสวิปฺปยุตฺตจิตฺตสฺส อุปฺปาทกฺขเณ ท่านกล่าวหมายเอาอรูปชีวิตินทรีย์.

พึงทราบการประกอบ ชีวิตินทรีย์ด้วยสามารถปฏิสนธิและปวัตติ แม้ในที่ทั้งปวงโดยนัยนี้แม้ในมูลทั้งหลายมีโสมนัสสินทรีย์เป็นมูลเป็นต้น พึงถือเอาเนื้อความด้วยสามารถแห่งปฏิสนธิและปวัตตินั่นแหละแต่ในปฏิโลมนัย ในนิโรธวาระ พึงทราบการเกิด การไม่เกิด การดับและการไม่ดับ ในจุติ ปฏิสนธิและปวัตติแม้ทั้ง ๓ กาลด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายเหล่านั้นด้วย เหล่าอื่นด้วยตามที่ได้.

ในอนาคตวาระ คำว่า เอเตเนว ภาเวน ดังนี้ อธิบายว่า ด้วยการถือเอาปุริสปฏิสนธินั่นแหละ เพราะไม่ถึงซึ่งอิตถีภาวะ ในลำดับด้วยปุริสภาวะนั้นนั่นแหละ.

คำวิสัชนาว่า กติจิ ภเว ทสฺเสตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ อธิบายว่า บุรุษใดถือเอาแล้วซึ่งปฏิสนธิในภพไรๆ ไม่ถึงแล้วซึ่งอิตถีภาวะ จักปรินิพพานเทียว (หมายความว่าเกิดในภพใดด้วยเพศใด จักปรินิพพานด้วยเพศนั้นในภพนั้น)

แม้ในปัญหาที่สองก็นัยนี้ ก็บทว่า มนินทรีย์ด้วยไม่เกิดในภังคขณะแห่งอุปัตติจิตของสุทธาวาสพรหม ดังนี้ในอดีตวาระด้วยปัจจุบันวาระ (ปัจจุปันนาตีตวาระ) อธิบายว่า บัณฑิตไม่ถือเอาเนื้อความด้วยอำนาจการก้าวล่วงอุปาทขณะเหมือนกับในจิตตยมกแต่ควรถือเอาด้วยอำนาจแห่งการไม่เคยเกิดขึ้นในภพนั้น พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความในปวัตติวาระ แม้ทั้งหมดโดยนัยมุขนี้.

ก็ในปริญญาวาระ ท่านแสดงจักขุโสตยมกอย่างเดียวเท่านั้น ในมูลทั้งหลายมีจักขุมูลเป็นต้น ก็เพราะท่านแสดงอินทรีย์ทั้งหลายที่บุคคลไม่ควรกำหนดรู้ ที่เป็นโลกิยอัพยากตะด้วย ที่เจือด้วยโลกิยอัพยากตะด้วย แม้ที่เหลือเหตุนั้นท่านจึงแสดงอินทรีย์ ที่ท่านไม่แสดงเหล่านั้น โดยนัยนี้นั่นเทียว ก็เพราะอกุศลเป็นธรรมอันบุคคลพึงละโดยส่วนเดียวกุศลพึงเจริญโดยส่วนเดียว โลกุตตระอันเป็นอัพยากตะอันบุคคลพึงทำให้แจ้ง เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ย่อมละโทมนัสสินทรีย์ ย่อมเจริญอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งอัญญาตาวินทรีย์ก็อัญญินทรีย์บุคคลควรเจริญก็มี ควรทำให้แจ้งก็มี อัญญินทรีย์นั้น ท่านถือเอาด้วยอำนาจการภาวนา (การทำให้เจริญ).

ในคำทั้งหลายเหล่านั้น คำว่า เทฺว ปุคฺคลา ได้แก่ ผู้พร้อมเพรียงด้วยสกทาคามี และผู้พร้อมเพรียงด้วยอรหัตตมรรค ในบุคคลทั้งสองนั้น คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัสสินทรีย์ เพราะไม่สามารถตัดขาดได้ คนหนึ่งชื่อว่า ย่อมไม่ละโทมนัส เพราะความที่ท่านละโทมนัสสินทรีย์แล้ว.

บทว่า จกฺขุนฺทฺริยํ น ปริชานาติ ได้แก่ย่อมไม่รู้ทั่ว เพราะความที่แห่งท่านไม่สามารถยังมรรคที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้นได้บัณฑิตพึงทราบเนื้อความในคำวิสัชนาทั้งปวงโดยนัยนี้. อรรถกถาอินทริยยมก จบ.

นิคมคาถา

ก็หญิงชายผู้ใดถึงพร้อมด้วยกิจดำรงอยู่ในโอวาทของพระศาสดาสัมมาสัมพุทธะพระองค์ใดผู้ทำกิจเสร็จแล้วหญิงชายผู้นั้น กำหนดตั้งมั่นในโอวาทของพระจอมมุนีไว้ดีแล้ว ย่อมเป็นผู้ก้าวล่วงอำนาจของพระยายม. พระสัมมาสัมพุทธะผู้ทรงเป็นเทพยิ่งกว่าเทพทั้งปวง ผู้ไม่มีมลทินอันจะนำไปสู่อำนาจของพระยายมเสด็จประทับอยู่ท่ามกลางเทวบริษัทหมู่ใหญ่ในเทวบุรี ทรงประกาศปกรณ์ชื่อว่ายมก ฉันใด ข้าพเจ้า (พระพุทธโฆษาจารย์) ปรารภอรรถกถาแห่งปกรณ์ยมกนั้น เพื่อแสดงวิธีกำหนดพระบาลีและนัยแห่งอรรถในคำปุจฉาวิสัชนา.

บัดนี้ อรรถกถาแห่งปกรณ์นี้นั้นถึงความสำเร็จแล้วด้วยแบบแผนมีประมาณ ๕ ภาณวาร โดยปราศจากอันตรายในโลกที่มีอันตรายมากฉันใด ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้มีความสำเร็จในหิตานุหิตประโยชน์ พรั่งพร้อมด้วยความสุข และขอมโนรถแม้ทั้งปวงของสรรพสัตว์ทั้งหลายจงถึงความสำเร็จฉันนั้น เทอญ.

อรรถกถาแห่งยมก จบ. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา