๙. อริยธัมมวิปากกถา ว่าด้วยวิบากแห่งอริยธรรม
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๙๘–๕๐๐ลำดับ 91 จาก 239 ในกถาวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 3 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) ว่าด้วยวิบากแห่งอริยธรรม
สก. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ความเป็นสมณะ มีผลมาก ความเป็นพราหมณ์ มีผลมาก มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากความเป็นสมณะมีผลมาก ความเป็นพราหมณ์มีผลมาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี” สก. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โสดาปัตติผลมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากโสดาปัตติผลมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี” สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผลมีอยู่มิใช่หรือ ปร. ใช่ สก. หากอรหัตตผลมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี” สก. โสดาปัตติผลไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๘/๒๒๙-๒๓๐) @ เพราะมีความเห็นว่า ผลของอริยมรรคเป็นเพียงการละกิเลสเท่านั้น หาใช่จิตและเจตสิกไม่@(อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๘/๒๒๙-๒๓๐) @ ความเป็นสมณะ ความเป็นพราหมณ์ ในที่นี้หมายถึงอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๙๘/๒๒๙-๒๓๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๒๙}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) สก. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โสดาปัตติผลไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล ไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อรหัตตผลไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งทานเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โสดาปัตติผลเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งทานเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๙. อริยธัมมวิปากกถา (๗๑) สก. โสดาปัตติผลเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ผลแห่งภาวนาเป็นวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตตผล เป็นวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. กามาวจรกุศลมีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลกุตตรกุศลมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. โลกุตตรกุศลมีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. กามาวจรกุศลไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ใช่ สก. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล ไม่มีวิบากใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและ ปฏิสนธิใช่ไหม สก. ใช่ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและปฏิสนธิใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๕๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๗. สัตตมวรรค] ๑๐. วิปาโกวิปากธัมมธัมโมติกถา (๗๒) ปร. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล มีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและปฏิสนธิใช่ไหม สก. ใช่ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงจุติและปฏิสนธิใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ใช่ ปร. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ปร. โลกุตตรกุศลมีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ใช่ ปร. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล มีวิบาก เป็นสภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพานใช่ไหม สก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อริยธัมมวิปากกถา จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อริยธมฺมวิปากกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อริยธัมมวิปากกถา
นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ มหปฺผลํ สามญฺญํ มหปฺผลํ พฺรหฺมญฺญนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มหปฺผลํ สามญฺญํ มหปฺผลํ พฺรหฺมญฺญํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ
สกวาที วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. สามัญญะ มีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า สามัญญะมีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก ก็ต้องไม่กล่าวว่าวิบากแห่งอริยธรรมไม่มี
นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โสตาปตฺติผลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โสตาปตฺติผลํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ นนุ อตฺถิ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ อรหตฺตผลํ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ อริยธมฺมวิปาโกติ ฯ
ส. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลมีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า โสดาปัตติผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล มีอยู่ มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า อรหัตผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมมีไม่
โสตาปตฺติผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ทานผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปตฺติผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สีลผลํ ฯเปฯ ภาวนาผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ทานผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ น วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สีลผลํ ฯเปฯ ภาวนาผลํ น วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งทาน ไม่เป็นวิบาก หรือ? @ สามัญญะ-คุณเครื่องเป็นสมณะ พรหมัญญะ=คุณเครื่องเป็นพรหม ทั้งสองนี้ หมายถึง อริยมรรค ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อรหัตผลไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ทานผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทานผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สีลผลํ ฯเปฯ ภาวนาผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ภาวนาผลํ วิปาโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผลํ ฯเปฯ อนาคามิผลํ ฯเปฯ อรหตฺตผลํ วิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบากหรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กามาวจรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปาวจรํ กุสลํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. กามาวจรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
โลกุตฺตรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ อวิปากนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. กามาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
กามาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อาจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
ป. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นอาจยคามี (ก่อวิปากวัฏไป) หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามีหรือ? ส. ถูกแล้ว ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ กามาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โลกุตฺตรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปาวจรํ ฯเปฯ อรูปาวจรํ กุสลํ สวิปากํ อปจยคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อริยธมฺมวิปากกถา ฯ ----------
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี (หลีกวิปากวัฏไป)หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. กามาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามีหรือ? ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ อริยธัมมวิปากกถา จบ -----------------------------------------------------