ฉบับที่อ่านฉบับ
ฉบับมหาจุฬาฯ · ทั้งหมด · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๔๔๑

๙. ปัจจุปปันนญาณกถา ว่าด้วยปัจจุปปันนญาณ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๔๑–๔๔๒ลำดับ 71 จาก 239 ในกถาวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๙. ปัจจุปปันนญาณกถา (๕๑) ๙. ปัจจุปปันนญาณกถา (๕๑) ว่าด้วยปัจจุปปันนญาณ

ข้อ ๔๔๑

สก. ปัจจุปปันนญาณ มีอยู่ใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลรู้ญาณนั้นได้ด้วยปัจจุปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. บุคคลรู้ญาณนั้นได้ด้วยปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. บุคคลรู้ญาณนั้นว่าเป็นญาณ ได้ด้วยปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. รู้ญาณนั้นว่าเป็นญาณ ได้ด้วยปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ใช่ สก. ญาณนั้นเป็นอารมณ์ของปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. ญาณนั้นเป็นอารมณ์ของปัจจุปปันนญาณนั้นใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ ปัจจุปปันนญาณ หมายถึงญาณที่หยั่งรู้อารมณ์ปัจจุบันซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ ช่วง คือ (๑) ขณะปัจจุบัน (ช่วง@ที่จิตดวงหนึ่งๆ เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป) (๒) สันตติปัจจุบัน (ช่วงที่สืบต่อมาจากช่วงที่ ๑ ประมาณ ๒ หรือ ๓@วิถีจิต) (๓) อัทธานปัจจุบัน (ช่วงเวลาที่ยาวกว่า ๒ ช่วงแรกออกไป) ซึ่งฝ่ายปรวาทีเห็นว่า ปัจจุปปันนญาณ@สามารถรู้ปัจจุบันได้ทั้ง ๓ ช่วง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า ปัจจุปปันนญาณสามารถรู้ได้เฉพาะ@ช่วงที่ ๒ กับ ช่วงที่ ๓ เท่านั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๔๑/๒๑๔) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๔๑/๒๑๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๕. ปัญจมวรรค] ๙. ปัจจุปปันนญาณกถา (๕๑) สก. ถูกต้องผัสสะนั้นด้วยผัสสะนั้น เสวยเวทนานั้นด้วยเวทนานั้น จำ สัญญานั้นด้วยสัญญานั้น จงใจเจตนานั้นด้วยเจตนานั้น คิดจิตนั้นด้วยจิตนั้น ตรึกวิตกนั้นด้วยวิตกนั้น ตรองวิจารนั้นด้วยวิจารนั้น เอิบอิ่มปีตินั้นด้วยปีตินั้น ระลึกสตินั้นด้วยสตินั้น รู้ชัดปัญญานั้นด้วยปัญญานั้น ตัดดาบนั้นด้วยดาบนั้น ถากขวานนั้นด้วยขวานนั้น ถากผึ่งนั้นด้วยผึ่งนั้น ถากมีดนั้นด้วยมีดนั้น เย็บเข็ม นั้นด้วยเข็มนั้น ลูบคลำปลายนิ้วมือนั้นด้วยปลายนิ้วมือนั้น ลูบคลำปลายจมูกนั้น ด้วยปลายจมูกนั้น ลูบคลำกระหม่อมนั้นด้วยกระหม่อมนั้น ล้างคูถนั้นด้วยคูถนั้น ล้างมูตรนั้นด้วยมูตรนั้น ล้างน้ำลายนั้นด้วยน้ำลายนั้น ล้างน้ำหนองนั้นด้วย น้ำหนองนั้น ล้างเลือดนั้นด้วยเลือดนั้นใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๔๔๒

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ปัจจุปปันนญาณมีอยู่” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงแล้วก็เป็นอันเห็นญาณนั้น โดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. หากเมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวงโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยงแล้วก็เป็นอันเห็นญาณนั้นโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า“ปัจจุปปันนญาณมีอยู่” ปัจจุปปันนญาณกถา จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๔๗๐}

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

ปจฺจุปฺปนฺนญาณกถา

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ ปัจจุปปันนญาณกถา

ข้อ ๑๐๗๓

ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ญาณนฺติ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ตํ ญาณํ ญาณนฺติ ชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตํ ญาณํ ตสฺส ญาณสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตํ ญาณํ ตสฺส ญาณสฺส อารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ผสฺเสน ตํ ผสฺสํ ผุสติ ตาย เวทนาย ตํ เวทนํ เวเทติ ตาย สญฺญาย ตํ สญฺญํ สญฺชานาติ ตาย เจตนาย ตํ เจตนํ เจเตติ เตน จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ จินฺเตติ เตน วิตกฺเกน ตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกติ เตน วิจาเรน ตํ วิจารํ วิจาเรติ ตาย ปีติยา ตํ ปีตึ ปิยายติ ตาย สติยา ตํ สตึ สรติ ตาย ปญฺญาย ตํ ปญฺญํ ปชานาติ เตน ขคฺเคน ตํ ขคฺคํ ฉินฺทติ เตน ผรสุนา ตํ ผรสุํ ตจฺฉติ ตาย กุธาริยา ตํ กุธารึ ตจฺฉติ ตาย วาสิยา ตํ วาสึ ตจฺฉติ ตาย สูจิยา ตํ สูจึ สิพฺเพติ เตน องฺคุลคฺเคน ตํ องฺคุลคฺคํ ปรามสติ เตน นาสิกคฺเคน ตํ นาสิกคฺคํ ปรามสติ เตน มตฺถเกน ตํ มตฺถกํ ปรามสติ เตน คูเถน ตํ คูถํ โธวติ เตน มุตฺเตน ตํ มุตฺตํ โธวติ เตน เขเฬน ตํ เขฬํ โธวติ เตน ปุพฺเพน ตํ ปุพฺพํ โธวติ เตน โลหิเตน ตํ โลหิตํ โธวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สกวาที ความรู้ในปัจจุบัน (สภาวะที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า) มีอยู่หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้น หรือ?@ วิ. มหาวรรค เล่ม ๒ ข้อ ๗๑ หน้า ๙๑ ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นได้ด้วยความรู้นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นว่าความรู้ ด้วยความรู้นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. บุคคลรู้ความรู้นั้นว่าความรู้ ได้ด้วยความรู้นั้นหรือ? ป. ถูกแล้ว ส. ความรู้นั้น เป็นอารมณ์แห่งความรู้นั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. ความรู้นั้น เป็นอารมณ์แห่งความรู้นั้น หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. บุคคลถูกต้องผัสสะนั้นได้ด้วยผัสสะนั้น เสวยเวทนานั้นได้ด้วยเวทนานั้น จำสัญญานั้นได้ด้วยสัญญานั้น ตั้งเจตนานั้นได้ด้วยเจตนานั้น คิดจิตนั้นได้ด้วยจิตนั้น ตรึกวิตกนั้นได้ด้วยวิตกนั้น ตรองวิจารนั้นได้ด้วยวิจารนั้น ดื่มปีตินั้นได้ด้วยปีตินั้น ระลึกสตินั้นได้ด้วยสตินั้น ทราบชัดปัญญานั้นได้ด้วยปัญญานั้น ตัดขันธ์นั้นได้ด้วยขันธ์นั้น ถากขวานนั้นได้ด้วยขวานนั้น ถากผึ่งนั้นได้ด้วยผึ่งนั้น ถากมีดนั้นได้ด้วยมีดนั้นเย็บเข็มนั้นได้ด้วยเข็มนั้น ลูบคลำปลายองคุลีนั้นได้ด้วยปลายองคุลีนั้นลูบคลำปลายนาสิกนั้นได้ด้วยปลายนาสิกนั้น ลูบคลำกระหม่อมนั้นได้ด้วยกระหม่อมนั้น ล้างคูถนั้นได้ด้วยคูถนั้น ล้างมูตรนั้นได้ด้วยมูตรนั้นล้างเขฬะนั้นได้ด้วยเขฬะนั้น ล้างหนองนั้นได้ด้วยหนองนั้น ล้างเลือดนั้นได้ด้วยเลือดนั้น หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ข้อ ๑๐๗๔

น วตฺตพฺพํ ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจโต ทิฏฺเฐ ตมฺปิ ญาณํ อนิจฺจโต ทิฏฺฐํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺพสงฺขาเร อนิจฺจโต ทิฏฺเฐ ตมฺปิ ญาณํ อนิจฺจโต ทิฏฺฐํ โหติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปจฺจุปฺปนฺเน ญาณํ อตฺถีติ ฯ ปจฺจุปฺปนฺนญาณกถา ฯ -------

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความรู้ในปัจจุบันมีอยู่ หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว แม้ความรู้นั้น ก็เป็นอันพระโยคาวจรนั้นได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย มิใช่หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. หากว่า เมื่อพระโยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวง โดยความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว แม้ความรู้นั้นก็เป็นอันพระโยคาวจรนั้นได้เห็นโดยความเป็นของไม่เที่ยงด้วย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ความรู้ในปัจจุบันมีอยู่ปัจจุปปันนญาณกถา จบ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/