๔. อริยรูปกถา ว่าด้วยอริยรูป
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๙๘–๖๙๙ลำดับ 157 จาก 239 ในกถาวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 2 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. อริยรูปกถา (๑๓๙) ว่าด้วยอริยรูป
สก. อริยรูป อาศัยมหาภูตรูปใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อริยรูปเป็นกุศลใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มหาภูตรูปเป็นกุศลใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มหาภูตรูปเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อริยรูปเป็นอัพยากฤตใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. อริยรูปอาศัยมหาภูตรูปใช่ไหม ปร. ใช่ @เชิงอรรถ : @ อริยรูป แปลว่ารูปของพระอริยะหรือรูปที่เป็นอริยะ ในที่นี้หมายถึงสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ ที่นับ@เนื่องในอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๘-๖๙๙/๒๗๕) @ ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๘-๖๙๙/๒๗๕)@ เพราะมีความเห็นว่า อริยรูปจัดเป็นอุปาทายรูป เพราะอาศัยมหาภูตรูป ๔ ซึ่งต่างกับความเห็นของ@สกวาทีที่เห็นว่า อริยรูป คือสัมมาวาจาและสัมมากัมมันตะไม่จัดเป็นรูป (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๘-๖๙๙/๒๗๕)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๔๕}
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ [๑๔. จุททสมวรรค] ๔. อริยรูปกถา (๑๓๙) สก. อริยรูปไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ใช่ สก. มหาภูตรูปไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ สก. มหาภูตรูปเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ใช่ สก. อริยรูปเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหม ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อริยรูปอาศัยมหาภูตรูป” ใช่ไหม สก. ใช่ ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย รูปอย่างใดอย่างหนึ่งคือ มหาภูตรูป ๔ และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔” มีอยู่จริงมิใช่หรือ สก. ใช่ ปร. ดังนั้น อริยรูปจึงอาศัยมหาภูตรูป อริยรูปกถา จบ @เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ ม.มู. (แปล) ๑๒/๓๔๗/๓๗๗-๓๘๐
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๗ หน้า : ๗๔๖}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องของฉบับหนึ่งอยู่ในอีกฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อริยรูปกถา
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๗ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๔ กถาวัตถุปกรณ์ อริยรูปกถา
อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ฯ อามนฺตา ฯ อริยรูปํ กุสลนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาภูตา กุสลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มหาภูตา อพฺยากตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อริยรูปํ อพฺยากตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ฯ อามนฺตา ฯ อริยรูปํ อนาสวํ อสญฺโญชนิยํ อคนฺถนิยํ อโนฆนิยํ อโยคนิยํ อนีวรณิยํ อปรามฏฺฐํ อนุปาทานิยํ อสงฺกิเลสิกนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาภูตา อนาสวา ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มหาภูตา สาสวา สญฺโญชนิยา ฯเปฯ สงฺกิเลสิกาติ ฯ อามนฺตา ฯ อริยรูปํ สาสวํ สญฺโญชนิยํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สกวาที อริยรูปอาศัยมหาภูตรูป หรือ? ปรวาที ถูกแล้ว ส. อริยรูปเป็นกุศล หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มหาภูตรูปเป็นกุศล หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มหาภูตรูปเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อริยรูปเป็นอัพยากฤต หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. อริยรูปอาศัยมหาภูตรูป หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อริยรูปเป็นอนาสวะ เป็นอสัญโญชนียะ เป็นอคันถนียะ เป็นอโนฆนียะเป็นอโยคนียะ เป็นอนีวรณียะ เป็นอปรามัฏฐะ เป็นอนุปาทานิยะ เป็นอสังกิเลสิกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. มหาภูตรูป เป็นอนาสวะ ฯลฯ เป็นอสังกิเลสิกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ส. มหาภูตรูป เป็นสาสวะ เป็นสัญโญชนียะ ฯลฯ เป็นสังกิเลสิกะ หรือ? ป. ถูกแล้ว ส. อริยรูป เป็นสาสวะ เป็นสัญโญชนียะ ฯลฯ เป็นสังกิเลสิกะ หรือ? ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
น วตฺตพฺพํ อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยงฺกิญฺจิ ภิกฺขเว รูปํ จตฺตาริ มหาภูตานิ จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปนฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ ฯ อริยรูปกถา ----------
ป. ไม่พึงกล่าวว่า อริยรูปอาศัยมหาภูตรูป หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปอย่างใดอย่างหนึ่งคือ มหาภูตรูป ๔ และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔ ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ? ส. ถูกแล้ว ป. ถ้าอย่างนั้น อริยรูปก็อาศัยมหาภูตรูป น่ะสิอริยรูปกถา จบ -----------------------------------------------------