ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๒๔

๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส เล่ม ๓๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๔–๓๐๑ลำดับ 7 จาก 15 ในธาตุกถาพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 78 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

สมฺปโยควิปฺปโยคปทนิทฺเทโส

รูปกฺขนฺโธ กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺโตติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

จกฺขฺวายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ สมฺปยุตฺตนฺติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

มนายตนํ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

จกฺขุธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุ สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

จกฺขุวิญฺญาณธาตุ ฯเปฯ มโนธาตุ มโนวิญฺญาณธาตุ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สมุทยสจฺจํ มคฺคสจฺจํ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

นิโรธสจฺจํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ สมฺปยุตฺตนฺติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

มนินฺทฺริยํ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

สุขินฺทฺริยํ ทุกฺขินฺทฺริยํ โสมนสฺสินฺทฺริยํ โทมนสฺสินฺทฺริยํ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

อุเปกฺขินฺทฺริยํ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน ฉหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

สทฺธินฺทฺริยํ วิริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ อญฺญินฺทฺริยํ อญฺญาตาวินฺทฺริยํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺโต เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

ผสฺสปจฺจยา เวทนา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เวทนาปจฺจยา ตณฺหา ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ อุปาทานปจฺจยา กมฺมภโว ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺโต เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

รูปภโว สมฺปยุตฺโตติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

อรูปภโว เนวสญฺญานาสญฺญาภโว จตุโวการภโว สมฺปยุตฺโตติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

อสญฺญาภโว เอกโวการภโว ปริเทโว สมฺปยุตฺโตติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

โสโก ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

อุปายาโส สติปฏฺฐานํ สมฺมปฺปธานํ ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

อิทฺธิปาโท ทฺวีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺโต เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

ฌานํ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตํ เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

อปฺปมญฺญา ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺโต เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

ผสฺโส เจตนา มนสิกาโร ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺโต เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

เวทนา สญฺญา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

จิตฺตํ ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตํ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตํ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตํ ฯ

อธิโมกฺโข ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน ทฺวีหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺโต เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺโต ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺโต ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต ฯ

กุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

วิปากา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

วิปากธมฺมธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา อนุปาทินฺนุปาทานิยา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนุปาทินฺนานุปาทานิยา ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐาสงฺกิเลสิกา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สวิตกฺกสวิจารา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อวิตกฺกวิจารมตฺตา ธมฺมา ปีติสหคตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อวิตกฺกาวิจารา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ

สุขสหคตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา อาจยคามิโน ธมฺมา อปจยคามิโน ธมฺมา เสกฺขา ธมฺมา อเสกฺขา ธมฺมา มหคฺคตา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อปฺปมาณา ธมฺมา ปณีตา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ปริตฺตารมฺมณา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

มหคฺคตารมฺมณา ธมฺมา อปฺปมาณารมฺมณา ธมฺมา หีนา ธมฺมา มิจฺฉตฺตนิยตา ธมฺมา สมฺมตฺตนิยตา ธมฺมา มคฺคารมฺมณา ธมฺมา มคฺคเหตุกา ธมฺมา มคฺคาธิปติโน ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนุปฺปนฺนา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อตีตารมฺมณา ธมฺมา อนาคตารมฺมณา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา ธมฺมา อชฺฌตฺตารมฺมณา ธมฺมา พหิทฺธารมฺมณา ธมฺมา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ธมฺมา อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เหตู ธมฺมา เหตู เจว สเหตุกา จ ธมฺมา เหตู เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สเหตุกา ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สเหตุกา เจว น จ เหตู ธมฺมา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตู ธมฺมา น เหตู สเหตุกา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อปฺปจฺจยา ธมฺมา อสงฺขตา ธมฺมา สนิทสฺสนา ธมฺมา สปฺปฏิฆา ธมฺมา รูปิโน ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

โลกุตฺตรา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อาสวา ธมฺมา อาสวา เจว สาสวา จ ธมฺมา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนาสวา ธมฺมา อาสววิปฺปยุตฺตา อนาสวา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อาสวสมฺปยุตฺตา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สญฺโญชนา ธมฺมา คนฺถา ธมฺมา โอฆา ธมฺมา โยคา ธมฺมา นีวรณา ธมฺมา ปรามาสา ธมฺมา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จ ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อปรามฏฺฐา ธมฺมา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา อปรามฏฺฐา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ปรามาสสมฺปยุตฺตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สารมฺมณา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนารมฺมณา ธมฺมา จิตฺตวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา จิตฺตวิสํสฏฺฐา ธมฺมา อุปาทา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ จตูหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

จิตฺตา ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

เจตสิกา ธมฺมา จิตฺตสมฺปยุตฺตา ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐา ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธมฺมา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน สตฺตหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อนุปาทินฺนา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ปญฺจหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อุปาทานา ธมฺมา กิเลสา ธมฺมา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จ ธมฺมา กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จ ธมฺมา กิเลสา เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จ ธมฺมา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สมฺปยุตฺตา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อสงฺกิเลสิกา ธมฺมา กิเลสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมา อสงฺกิเลสิกา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สงฺกิลิฏฺฐา ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺตา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสา ธมฺมา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สวิตกฺกา ธมฺมา สวิจารา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อวิตกฺกา ธมฺมา อวิจารา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ เอกาย ธาตุยา วิปฺปยุตฺตา ฯ

สปฺปีติกา ธมฺมา ปีติสหคตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

สุขสหคตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ ปนฺนรสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

อุเปกฺขาสหคตา ธมฺมา เอเกน ขนฺเธน สมฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ สมฺปยุตฺตา ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ เอกาทสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

น กามาวจรา ธมฺมา อปริยาปนฺนา ธมฺมา อนุตฺตรา ธมฺมา สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ น เกหิจิ ขนฺเธหิ น เกหิจิ อายตเนหิ ฉหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ

รูปาวจรา ธมฺมา อรูปาวจรา ธมฺมา นิยฺยานิกา ธมฺมา นิยตา ธมฺมา สรณา ธมฺมา กตีหิ ขนฺเธหิ กตีหายตเนหิ กตีหิ ธาตูหิ สมฺปยุตฺตาติ ฯ นตฺถิ ฯ กตีหิ วิปฺปยุตฺตา ฯ เอเกน ขนฺเธน ทสหายตเนหิ โสฬสหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺตา เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา เกหิจิ วิปฺปยุตฺตา ฯ สมฺปโยควิปฺปโยคปทนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ -------------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๒. อายตนะ ๖. ฉัฏฐนัย ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๑. ขันธ์

ข้อ ๒๒๘

รูปขันธ์สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๒๙

เวทนาขันธ์ ฯลฯ สัญญาขันธ์ ฯลฯ สังขารขันธ์สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๓๐

วิญญาณขันธ์สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน ๒. อายตนะ

ข้อ ๒๓๑

จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และ ธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๕๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๔. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๓๒

มนายตนะสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน ๓. ธาตุ

ข้อ ๒๓๓

จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๓๔

จักขุวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน ๔. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น

ข้อ ๒๓๕

สมุทยสัจ ฯลฯ มัคคสัจสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๔. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๓๖

นิโรธสัจ ฯลฯ จักขุนทรีย์ ฯลฯ กายินทรีย์ ฯลฯ อิตถินทรีย์ ฯลฯ ปุริสินทรีย์สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๓๗

มนินทรีย์สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๓๘

สุขินทรีย์ ฯลฯ ทุกขินทรีย์ ฯลฯ โสมนัสสินทรีย์ ฯลฯ โทมนัสสินทรีย์ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๓๙

อุเปกขินทรีย์สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๖ และสัมปยุตด้วย อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๔. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น

ข้อ ๒๔๐

สัทธินทรีย์ ฯลฯ วิริยินทรีย์ ฯลฯ สตินทรีย์ ฯลฯ สมาธินทรีย์ ฯลฯ ปัญญินทรีย์ ฯลฯ อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ ฯลฯ อัญญินทรีย์ฯลฯ อัญญาตาวินทรีย์ ฯลฯ อวิชชา ฯลฯ สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัยสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๔๑

วิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัยสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๔๒

ผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัยสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๔๓

เวทนาที่เกิดเพราะมีผัสสะเป็นปัจจัยสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๔. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น

ข้อ ๒๔๔

ตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่เกิดเพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพที่เกิดเพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัยสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๔๕

รูปภพสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๓

ข้อ ๒๔๖

อรูปภพ ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญาภพ ฯลฯ จตุโวการภพสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๔๗

อสัญญาภพ ฯลฯ เอกโวการภพ ฯลฯ ปริเทวะสัมปยุตด้วยขันธ์อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๔๘

โสกะ ฯลฯ ทุกข์ ฯลฯ โทมนัสสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๔. สภาวธรรมมีสัจจะเป็นต้น วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๔๙

อุปายาส ฯลฯ สติปัฏฐาน ฯลฯ สัมมัปปธานสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๐

อิทธิบาทสัมปยุตด้วยขันธ์ ๒ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๑

ฌานสัมปยุตด้วยขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๒

อัปปมัญญา ฯลฯ อินทรีย์ ๕ ฯลฯ พละ ๕ ฯลฯ โพชฌงค์ ๗ ฯลฯ อริยมรรคมีองค์ ๘ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๕. ติกะ

ข้อ ๒๕๓

ผัสสะ ฯลฯ เจตนา ฯลฯ มนสิการสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๔

เวทนา ฯลฯ สัญญาสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๕

จิตสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๖

อธิโมกข์สัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๒ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน ๕. ติกะ

ข้อ ๒๕๗

สภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๕. ติกะ วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๘

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนาสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๕๙

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๖๐

สภาวธรรมที่เป็นวิบากสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๖๑

สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง และเป็นอารมณ์ของกิเลส สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๕. ติกะ

ข้อ ๒๖๒

สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕

ข้อ ๒๖๓

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๒๖๔

สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๖๕

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๖๖

สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุ เท่าไร ไม่มีการสัมปยุต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๕. ติกะ วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๑

ข้อ ๒๖๗

สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๖๘

สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๖๙

สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นของอเสข-บุคคล สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๗๐

สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมชั้นประณีตสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๘}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๕. ติกะ วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๒๗๑

สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๗๒

สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน สภาว-ธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดีสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๗๓

สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕

ข้อ ๒๗๔

สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็น อารมณ์สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๖๙}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๗๕

สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะและธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๗๖

สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน ๖. ทุกะ

ข้อ ๒๗๗

สภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ สภาวธรรมที่เป็น เหตุและสัมปยุตด้วยเหตุสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และ สัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๐}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ

ข้อ ๒๗๘

สภาวธรรมที่มีเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะและธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๗๙

สภาวธรรมที่มีเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุสภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๘๐

สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งสภาวธรรมที่เห็นได้ สภาวธรรมที่กระทบได้ สภาวธรรมที่เป็นรูปสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๘๑

สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๑}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ

ข้อ ๒๘๒

สภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะสัมปยุตด้วย ขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๘๓

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะและไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๒๘๔

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๘๕

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่เป็นอาสวะสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๒}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ

ข้อ ๒๘๖

สภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็นโอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาสสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๘๗

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๒๘๘

สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาสสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๘๙

สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๓}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ

ข้อ ๒๙๐

สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะและธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ ธาตุ ๗ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๙๑

สภาวธรรมที่เป็นจิตสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๙๒

สภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑และธาตุ ๗ วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๐ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๙๓

สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือสัมปยุตด้วย ขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๕

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๔}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ

ข้อ ๒๙๔

สภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรมที่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสสัมปยุตด้วยขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ ธาตุ ๑ และสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๙๕

สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลสสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไรไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๒๙๖

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลสสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๙๗

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๕}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ

ข้อ ๒๙๘

สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคสภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สัมปยุตด้วยขันธ์อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๒๙๙

สภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจารสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๐๐

สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก สภาวธรรมที่ไม่มีวิจารสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะและธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๑

ข้อ ๓๐๑

สภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๖}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] ๖. สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส ๖. ทุกะ

ข้อ ๓๐๒

สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๕ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๐๓

สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาสัมปยุตด้วยขันธ์ ๑ และสัมปยุตด้วยอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๑ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ธาตุ ๑ บางส่วน

ข้อ ๓๐๔

สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าสัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะวิปปยุต แต่วิปปยุตจากธาตุ ๖

ข้อ ๓๐๕

สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรมที่ เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรม ที่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้สัมปยุตด้วยขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร ไม่มีการสัมปยุต วิปปยุตจากขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร วิปปยุตจากขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ ธาตุ ๑๖ และวิปปยุตจากอายตนะ ๑ ธาตุ ๑ บางส่วน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๗}

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๖. ฉัฏฐนัย] รวมบทธรรมที่ไม่ได้ในฉัฏฐนัย ๑๒๓ บท รวมบทธรรมที่ไม่ได้ในฉัฏฐนัย ๑๒๓ บท ธัมมายตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ ทุกขสัจ ๑ ชีวิตินทรีย์ ๑ สฬายตนะ ๑ นามรูป ๑ ภพใหญ่ ๔ ชาติ ๑ ชรา ๑ มรณะ ๑ ในติกะ ๑๙ บท ในโคจฉกะ ๕๐ บท ในจูฬันตรทุกะ ๘ บท ในมหันตรทุกะ ๑๕ บท ต่อจากนั้นอีก ๑๘ บท บทธรรม ๑๒๓ บทนี้ไม่ได้ในฉัฏฐนัย สัมปโยควิปปโยคปทนิทเทสที่ ๖ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า : ๗๘}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาสัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส

บัดนี้ เพื่อจำแนกบท สัมปโยคะ วิปปโยคะ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงเริ่มคำว่า "รูปกฺขนฺโธ" เป็นอาทิ. ในนิทเทสนั้น บทใดย่อมได้ บทใดย่อมไม่ได้ บททั้งหมดนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถือเอาเพื่อปุจฉา. แต่ในการวิสัชนา บทใดย่อมไม่ได้ บทนั้นพระองค์ปฏิเสธว่า "นตฺถิ" (ไม่มี). การประกอบซึ่งกันและกันของรูปขันธ์ทั้งหลายนั่นแหละ อันเกิดขึ้นในสันดานหนึ่ง ในขณะหนึ่ง อันมีส่วนเสมอด้วยอรูปขันธ์ ๔ นั่นแหละย่อมได้จากพระบาลีว่า "จตูหิ สมฺปโยโค จตูหิ วิปฺปโยโค สภาโค วิสภาโค" ดังนี้.

ก็ชื่อว่าสัมปโยคะ (คือการประกอบ) ของรูปทั้งหลาย กับด้วยรูปหรือด้วยนิพพาน และสัมปโยคะของนิพพานกับด้วยรูป ย่อมไม่มี. โดยทำนองเดียวกัน การประกอบของรูป และนิพพานกับด้วยอรูปขันธ์ทั้งหลาย ก็ย่อมไม่มี เพราะว่า ธรรมเหล่านั้นมีส่วนไม่เสมอกันกับธรรมเหล่านั้น.

ก็การประกอบอรูปขันธ์ทั้งหลาย กับด้วยรูปหรือนิพพาน ย่อมไม่มีฉันใด การประกอบอรูปขันธ์ทั้งหลาย กับแม้ด้วยอรูปธรรมทั้งหลาย อันมีสันดานแยกกัน มีขณะต่างๆ กัน ก็ไม่มีนั่นแหละ. ด้วยว่า ธรรมแม้เหล่านั้นเป็นวิสภาคะแก่ธรรมเหล่านั้น โดยความเป็นวิสภาคะโดยสันดานและขณะนั่นแหละ. ก็แต่ความเป็นวิสภาคะนี้ ไม่มีในสังคหนัย (คือนัยที่สงเคราะห์เข้ากันได้) เพราะผิดด้วยอรรถแห่งการสงเคราะห์.

จริงอยู่ เหตุสักว่าการเข้าถึงซึ่งการนับ จัดเป็นอรรถแห่งการสงเคราะห์. แต่ในสัมปโยคนัย มีอยู่. ก็เพราะลักษณะแห่งความเกิดขึ้นเป็นต้น เป็นอรรถแห่งสัมปโยคะ ฉะนั้น ความเป็นวิสภาคะนั้นจึงไม่ประกอบลักษณะแห่งสัมปโยคะในที่นี้แม้ด้วยธรรมหนึ่งแห่งบทใดอย่างนี้เพื่อปุจฉาซึ่งบทนั้นแม้กระทำการสงเคราะห์แล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ปฏิเสธว่า "ไม่มี" ธรรมของบทใด ย่อมประกอบลักษณะแห่งวิปปโยคะ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงแสดงวิปปโยคะของธรรมบทนั้น.

ก็บทเหล่าใดย่อมแสดงถึงมิสสกธรรมทั้งหลาย อันไม่เป็นวิปปยุตด้วยธาตุแม้หนึ่งในวิญญาณธาตุ ๗ ด้วยรูปหรือด้วยนิพพาน บทเหล่านั้นแม้โดยประการทั้งปวง ย่อมไม่ประกอบไว้ในนิทเทสนี้ เพราะฉะนั้น บทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงไม่ถือเอา.

พึงทราบอุทานแห่งบทเหล่านั้น ดังนี้

"ธมฺมายตนํธมฺมธาตุ ทุกฺขสจฺจญฺจ ชีวิตํ สฬายตนํ นามรูปํ จตฺตาโร จ มหาภวา. ชาติ ชรา จ มรณํ ติเกเสกูนวีสติ โคจฺฉเกสุ จ ปญฺญาส อฏฺฐ จูฬนฺตเร ปทา. มหนฺตเร ปณฺณรฺส อฏฺฐารส ตโต ปเร เตวีสปทสตํ เอตํ สมฺปโยเค น ลพฺภติ". แปลว่า ธัมมายตนะ ๑ ธัมมธาตุ ๑ ทุกขสัจจะ ๑ ชีวิต ๑ สฬายตนะ ๑ นามรูป ๑ ภพใหญ่ ๔ (คืออุปปัตติภวะ กามภวะ สัญญีภวะ ปัญจโวการภวะ)ชาติ ชรา มรณะในติกะ ๑๙ บท ในโคจฉกะ ๕๐ บท ในจูฬันตรทุกะ ๘ บท ในมหันตรทุกะ ๑๕ บท ต่อจากนั้นอีก ๑๘ บท รวมเป็น ๑๓๒ บท บทเหล่านั้นไม่ได้ในสัมปโยคะ.

จริงอยู่ ธัมมายตนะอันใครๆ ไม่อาจกล่าวว่า "สัมปยุต" แม้ด้วยวิญญาณ ไม่นับเนื่องในนิทเทสนั้น เพราะความที่ธัมมายตนะเหล่านั้นเป็นสภาพเจือด้วยรูปและนิพพาน. ก็เพราะในนิทเทสนี้ ธรรมทั้งหลายมีเวทนาเป็นต้นสัมปยุตด้วยวิญญาณ ฉะนั้น จึงไม่อาจเพื่อกล่าวว่าเป็นวิปปยุต.

แม้ในบทที่เหลือทั้งหลาย ก็นัยนี้นั่นแหละ.

บทเหล่านั้นแม้ในที่ทั้งปวง ย่อมไม่ประกอบกันด้วยประการฉะนี้ เพราะฉะนั้น บทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ทรงถือเอาในที่นี้. บทที่เหลือมีขันธ์เป็นต้น ย่อมประกอบกันได้ ฉะนั้น พระองค์จึงถือเอาบทเหล่านั้นทำปัญหาและวิสัชนา ด้วยสามารถแยกแต่ละบทและโดยรวมบทนั้นๆ ไว้.

บรรดาปัญหาเหล่านั้น ปัญหาที่ ๑ บทว่า "เอเกนายตเนน" ได้แก่ ไม่ประกอบด้วยมนายตนะ.

บทว่า "เกหิจิ" ได้แก่ ไม่ประกอบด้วยเวทนา สัญญา สังขาร อันนับเนื่องด้วยธัมมายตนะและธัมมธาตุ.

ในปัญหาที่ ๒ บทว่า "ตีหิ" ได้แก่ ด้วยขันธ์ที่เหลือทั้งหลาย ยกเว้นขันธ์ที่ถามแล้วและถามแล้ว. สองบทว่า "เกหิจิ สมฺปยุตฺโต" ได้แก่ เวทนาขันธ์ สัมปยุตด้วยสัญญาขันธ์และสังขารขันธ์. แม้ขันธ์นอกนี้ ยกเว้นตัวเองแล้วก็สัมปยุตด้วยขันธ์นอกนี้ได้.

สองบทว่า "เกหิจิ วิปฺปยุตฺโต" ได้แก่ (ไม่ประกอบ) ด้วยรูปและนิพพาน. อรูปในธัมมายตนะและธัมมธาตุ พึงเห็นในการไม่ประกอบด้วยรูป และรูปก็พึงเห็นในการไม่ประกอบด้วยอรูปในบททั้งปวง ด้วยประการฉะนี้.

ในปัญหาที่ ๓ มีอรรถตื้นทั้งนั้น.

ในปัญหาที่ ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสคำว่า "กตีหิ ขนฺเธหิ" เป็นอาทิ แต่ตรัสว่า "สมฺปยุตฺตํ" และคำว่า "นตฺถิ" ดังนี้. บทนั้น พึงทราบด้วยสามารถแห่งธรรมทั้งหลายมีขันธ์เป็นต้น.

ในปัญหาทั้งหลายอันมีรูปอย่างนี้แม้ข้างหน้าก็นัยนี้นั่นแหละ. พระบาลีข้างหน้าทรงย่อไว้ เพราะแสดงโดยสรุปไว้ในปัญหาต้น. บัณฑิตพึงทราบการประกอบเนื้อความในบททั้งปวงโดยนัยนี้. ก็แต่ในที่ใด ปัญหายังไม่ปรากฏ ข้าพเจ้าจักทำปัญหานั้นให้ปรากฏเป็นไปในที่นั้นนั่นแหละ.

สองบทว่า "โสฬสหิ ธาตูหิ" อธิบายว่า จักขุวิญญาณธาตุ ยกเว้นตัวเองก่อนแล้ว ไม่ประกอบด้วยวิญญาณธาตุ ๖ และรูปธาตุ ๑๐. แม้ในธาตุที่เหลือทั้งหลาย ก็นัยนี้นั่นแหละ.

สองบทว่า "ตีหิ ขนฺเธหิ" ได้แก่ (สัมปยุต) ด้วยขันธ์ที่เหลือทั้งหลาย ยกเว้นสังขารขันธ์.

สองบทว่า "เอกาย ธาตุยา" ได้แก่ ด้วยมโนวิญญาณธาตุ. เพราะว่า สัมปโยคะของสมุทัยและมรรคด้วยธาตุอื่น ย่อมไม่มี.

สองบทว่า "เอเกน ขนฺเธน" ได้แก่ ด้วยสังขารขันธ์.

บทว่า "เอเกนายตเนน" ได้แก่ ด้วยธัมมายตนะ.

สองบทว่า "เอกาย ธาตุยา" ได้แก่ ด้วยธัมมธาตุ. เพราะบรรดาสัจจะเหล่านั้น สัจจะ ๒ สัมปยุตได้ด้วยธัมมธาตุบางอย่าง.

ในปัญหาว่าด้วยสุขินทรีย์เป็นต้น บทว่า "ตีหิ" ได้แก่ สัมปยุตด้วยขันธ์ คือสัญญา สังขารและวิญญาณ.

สองบทว่า "เอกาย ธาตุยา" ได้แก่ (สัมปยุต) ด้วยกายวิญญาณธาตุและมโนวิญญาณธาตุ.

สองบทว่า "ฉหิ ธาตูหิ" ได้แก่ ไม่ประกอบด้วยวิญญาณธาตุทั้งหลาย ยกเว้นกายวิญญาณธาตุ.

ในปัญหาว่าด้วยรูปภพ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "น เกหิจิ" ดังนี้ เพราะความที่อรูปขันธ์ และอรูปายตนะแม้ทั้งหมดมีอยู่. แต่ตรัสว่า "ตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโต" ดังนี้ เพราะความที่ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณธาตุทั้งหลาย ไม่มีอยู่.

____________________________

คำว่า ด้วยมโนวิญญาณธาตุ ไม่น่าจะมี เพราะบาลีว่า "เอกาย ธาตุยา" แปลว่า สัมปยุตด้วยธาตุ ๑ และธาตุหนึ่งในที่นี้ ได้แก่ กายวิญญาณธาตุเท่านั้น.

ในอรรถกถาแห่งธาตุกถาบาลี ตอนสัปโยควิปปโยคปทวรรณนานี้ หน้า ๘๕ บรรทัดที่ ๖ นับลงว่า "อรูปภวปณฺเห ฆานชิวหากายวิญญาณธาตูนํ ปน นตฺถิตาย ตีหิ ธาตูหิ วิปฺปยุตฺโตติ วุตฺตํ"แปลแล้วไม่ตรงสภาวะ แต่ในบาลีอรรถกถาของพม่า ไม่มีคำว่า "อรูปภวปญฺเห" ซึ่งถ้าแปลตามบาลีอรรถกถาพม่าแล้วตรงกับสภาวะในที่นี้จึงแปลตามบาลีอรรถกถาพม่า โดยตัดคำว่า "อรูปภวปญฺเห" ออก.

ในปัญหาว่าด้วยอธิโมกข์ สองบทว่า "ทฺวีหิ ธาตูหิ" ได้แก่ สัมปยุตด้วยมโนธาตุและมโนวิญญาณธาตุ. บทว่า "ปณฺณรสหิ" ได้แก่ วิปปยุตด้วยรูปธาตุ ๑๐ ที่เหลือ และวิญญาณธาตุ ๕ มีจักขุวิญญาณธาตุเป็นต้น.

ในปัญหาว่าด้วยกุศล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปฏิเสธสัมปโยคะ เพราะความที่ขันธ์แม้ทั้ง ๔ เป็นภาวะอันกุศลทั้งหลายถือเอาแล้ว.

ในปัญหาว่าด้วยเวทนาติกะ สองบทว่า "เอเกน ขนฺเธน" ได้แก่ ด้วยเวทนาขันธ์เท่านั้น.

บทว่า "ปณฺณรสหิ" ได้แก่ วิปปยุตด้วยจักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ มโนธาตุและรูปธาตุทั้งหลาย.

____________________________

อรรถกถาบาลีหน้า ๒๑ บรรทัดที่ ๑๒ นับลงว่า ปณฺณรสหีติ จกขุโสตฆานชิวหากายวิญฺญาณธาตุ มโนธาตูหิ เจว รูปธาตูหิ จ. แปลแล้วได้ธาตุเกินกว่า ๑๕ ตรวจดูบาลีอรรถกถาของพม่า ไม่มีคำว่า กาย หน้าคำว่าวิญญาณธาตุ ซึ่งเมื่อแปลตามบาลีอรรถกถาของพม่าแล้วได้ครบ ๑๕ ถูกต้องตามสภาวะ.

บทว่า "เอกาทสหิ" ได้แก่ ด้วยรูปธาตุทั้งหลาย (คือโอฬาริกธาตุ ๑๐) กับกายวิญญาณธาตุ ๑.

ในปัญหาว่าด้วยเนววิปากนวิปากธัมมธรรม (คือธรรมที่มิใช่วิบากและมิใช่เป็นเหตุแห่งวิบาก)

บทว่า "ปญฺจหิ" ได้แก่ ด้วยปัญจวิญญาณธาตุ ๕ มีจักขุวิญญาณธาตุเป็นต้น.

ในปัญหาว่าด้วยอนุปาทินนุปาทานิยะ (คือสภาวธรรมทั้งหลายที่กรรมไม่ได้ยึดไว้โดยเป็นผล และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน)

บทว่า "ฉหิ" ได้แก่ ด้วยธาตุ ๖ ยกเว้นมโนวิญญาณธาตุ.

ในปัญหาว่าด้วยสวิตักกสวิจาระ บทว่า "ปณฺณรสหิ" ได้แก่ ด้วยรูปธาตุทั้งหลายกับปัญจวิญญาณธาตุ.

ในปัญหาว่าด้วยอวิตักกวิจารมัตตา สองบทว่า "เอเกน ขนฺเธน" เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบด้วยสามารถแห่งสังขารขันธ์.

จริงอยู่ เว้นวิจารในทุติยฌาน ธรรมที่เหลือ ชื่อว่าไม่มีวิตกมีแต่เพียงวิจาร. ยกเว้นปีติแล้ว ธรรมที่เหลือชื่อว่าเกิดพร้อมกับปีติ. ในปัญหานี้ วิจารไม่สัมปยุตกับด้วยวิจาร ปีติก็ไม่สัมปยุตกับด้วยปีติเพราะฉะนั้น ธรรมเหล่านี้จึงชื่อว่าสัมปยุตด้วยธรรมบางอย่างในสังขารขันธ์ ธัมมายตนะและธัมมธาตุ.

บทว่า "โสฬสหิ" ได้แก่ ด้วยธาตุทั้งหลาย ๑๖ ยกเว้นธัมมธาตุและมโนวิญญาณธาตุ.

ในปัญหาว่าด้วยอวิตักกอวิจาระ สองบทว่า "เอกาย ธาตุยา" ได้แก่ ด้วยมโนธาตุ.

สุขสหคตธรรมและอุเปกขาสหคตธรรม ตรัสไว้ในเวทนาติกะนั่นแหละ. ทัสสเนนปหาตัพพธรรมเป็นต้น เช่นกับด้วยกุศลนั่นแหละ. ปริตตารมณ์เช่นกับด้วยวิปากธรรม.

สองบทว่า "เอกาย ธาตุยา" ได้แก่ ด้วยธัมมธาตุ.

บทว่า "เกหิจิ" ความว่า ธรรมเหล่าใดเป็นปริตตารมณ์ไม่มีในบทนั้น วิปปยุตกับด้วยธรรมเหล่านั้น หามิได้. ก็แต่ว่า ธัมมธาตุย่อมแยกปฏิเสธในบทแรกเท่านั้น เพราะความที่ปริตตารมณ์เป็นสภาพอันสงเคราะห์ด้วยขันธ์ทั้ง ๔ ได้ ด้วยสามารถแห่งจิตตุปบาท ๖ ดวง. มหัคคตารมณ์เป็นต้นเป็นเช่นกับธรรมอันเป็นกุศลนั่นแหละ. ในอนุปปันนธรรม (คือสภาวธรรมที่ยังไม่เกิด) ทั้งหลาย.

สองบทว่า "ปญฺจหิ ธาตูหิ" ได้แก่ วิปปยุตด้วยวิญญาณธาตุ ๕ มีจักขุวิญญาณธาตุเป็นต้น.

ก็แล วิญญาณธาตุ ๕ เหล่านั้นย่อมไม่แยกส่วนที่เกิดขึ้นแห่งธรรมทั้งหลายที่เป็นอุปปาทิธรรม (คือสภาวธรรมที่สำเร็จแล้วอันจะเกิดขึ้น) โดยส่วนเดียว แม้แต่ส่วนแห่งอุปปันนธรรม (คือธรรมที่กำลังเกิดขึ้น หรือกำลังถึงขณะทั้ง ๓).

ธรรมที่เป็นปัจจุปปันนารมณ์เป็นต้น เช่นเดียวกับธรรมที่เป็นปริตตารมณ์. ธรรมที่เป็นเหตุเป็นต้นเช่นกับธรรมที่เป็นสมุทัย. ธรรมที่มีสัมปยุตตเหตุ แต่ไม่ใช่เหตุ เช่นกับปีติสหคตธรรม. ปรามาสสัมปยุตตธรรม ก็ฉันนั้น. อนุปาทินนธรรม (คือธรรมอันกรรมมิได้ยึดถือไว้โดยความเป็นผล) เช่นเดียวกับอนุปปันนธรรมนั่นแหละ.

ธรรมที่เหลือในบททั้งปวงมีอรรถตื้นทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาสัมปโยควิปปโยคปทนิทเทส. -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา