ทุกนิเทศ (ต่อ)
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๔๖–๗๔๓ลำดับ 5 จาก 7 ในรูปกัณฑ์พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 98 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส ปกิณณกทุกะ อนุปาทารูป
รูปที่ไม่เป็นอุปาทายรูป นั้นเป็นไฉน โผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุโผฏฐัพพายตนะ
รูปที่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้นเป็นไฉน ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสเป็นสุขมีสัมผัสเป็นทุกข์ หนัก เบา สัตว์นี้เคยถูกต้อง กำลังถูกต้อง จักถูกต้อง หรือพึงถูกต้องโผฏฐัพพะใด ที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ด้วยกายปสาทที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้นี้ชื่อว่าโผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นโผฏฐัพพายตนะ
รูปที่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้นเป็นไฉน ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสเป็นสุข มีสัมผัสเป็นทุกข์ หนัก เบา กายที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ เคยกระทบ กำลังกระทบจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่โผฏฐัพพะใดที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ นี้ชื่อว่าโผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นโผฏฐัพพายตนะ
รูปที่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้นเป็นไฉน ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสเป็นสุข มีสัมผัสเป็นทุกข์ หนัก เบา โผฏฐัพพะใดที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ เคยกระทบกำลังกระทบ จักกระทบ หรือพึงกระทบที่กายปสาทที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ นี้ชื่อว่าโผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นโผฏฐัพพายตนะ
รูปที่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้นเป็นไฉน ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสเป็นสุข มีสัมผัสเป็นทุกข์ หนัก เบา เพราะปรารภโผฏฐัพพะใด กายสัมผัสอาศัยกายปสาทรูป@เชิงอรรถ : @ อภิ.วิ. ๓๕/๑๖๖/๘๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๐๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส ปกิณณกทุกะ เคยเกิด กำลังเกิด จักเกิด หรือพึงเกิด ฯลฯ เพราะปรารภโผฏฐัพพะใด เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกายปสาทเคยเกิด กำลังเกิด จักเกิด หรือพึงเกิด ฯลฯ กายสัมผัสมีโผฏฐัพพะใดเป็นอารมณ์อาศัยกายปสาท เคยเกิด กำลังเกิด จักเกิด หรือพึงเกิด ฯลฯ เวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณมีโผฏฐัพพะใดเป็นอารมณ์อาศัยกายปสาท เคยเกิด กำลังเกิด จักเกิด หรือพึงเกิด นี้ชื่อว่าโผฏฐัพพะบ้างโผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นโผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ
รูปที่เป็นอาโปธาตุ นั้นเป็นไฉน ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียวธรรมชาติเป็นเครื่องเกาะกุมรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นอาโปธาตุ รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอุปาทายรูป อุปาทินนรูป
รูปที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ อิตถินทรีย์ปุริสินทรีย์ และชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ อุปจยรูป สันตติรูป และกวฬิงการาหาร อันกรรมแต่งขึ้น รูปนี้ชื่อว่ากรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือ อนุปาทินนรูป
รูปที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ นั้นเป็นไฉน สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ลหุตารูป มุทุตารูป กัมมัญญตารูป ชรตารูป และอนิจจตารูป หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ อุปจยรูป สันตติรูป และกวฬิงการาหาร อันกรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปนี้ชื่อว่ากรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๐๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส ปกิณณกทุกะ อุปาทินนุปาทานิยรูป
รูปที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทาน นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ และชีวิตินทรีย์หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะอากาสธาตุ อาโปธาตุ อุปจยรูป สันตติรูป และกวฬิงการาหาร อันกรรมแต่งขึ้นรูปนี้ชื่อว่ากรรมอันประกอบด้วยตัณหาทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์ของอุปาทานอนุปาทินนุปาทานิยรูป
รูปที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน นั้นเป็นไฉน สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ ลหุตารูป มุทุตารูป กัมมัญญตารูปชรตารูป และอนิจจตารูป หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะรสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ อุปจยรูป สันตติรูป และกวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าว) อันกรรมไม่ได้แต่งขึ้น รูปนี้ชื่อว่ากรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือแต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานสนิทัสสนรูป
รูปที่เห็นได้ นั้นเป็นไฉน รูปายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเห็นได้อนิทัสสนรูป
รูปที่เห็นไม่ได้ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าเห็นไม่ได้สัปปฏิฆรูป
รูปที่กระทบได้ นั้นเป็นไฉน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๐๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส ปกิณณกทุกะ จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะสัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ และโผฏฐัพพายตนะ รูปนี้ชื่อว่ากระทบได้อัปปฏิฆรูป
รูปที่กระทบไม่ได้ นั้นเป็นไฉน อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่ากระทบไม่ได้อินทริยรูป
รูปที่เป็นอินทรีย์ นั้นเป็นไฉน จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ปุริสินทรีย์ และชีวิตินทรีย์ รูปนี้ชื่อว่าเป็นอินทรีย์อนินทริยรูป
รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ นั้นเป็นไฉน รูปายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอินทรีย์มหาภูตรูป
รูปที่เป็นมหาภูตรูป นั้นเป็นไฉน โผฏฐัพพายตนะ และอาโปธาตุ รูปนี้ชื่อว่าเป็นมหาภูตรูปนมหาภูตรูป
รูปที่ไม่เป็นมหาภูตรูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นมหาภูตรูปวิญญัตติรูป
รูปที่เป็นวิญญัตติรูป นั้นเป็นไฉน กายวิญญัติ และวจีวิญญัติ รูปนี้ชื่อว่าเป็นวิญญัตติรูป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๐๙}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส ปกิณณกทุกะ นวิญญัตติรูป
รูปที่ไม่เป็นวิญญัตติรูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นวิญญัตติรูปจิตตสมุฏฐานรูป
รูปที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน นั้นเป็นไฉน กายวิญญัติ และวจีวิญญัติ หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ ที่เกิดแต่จิต มีจิตเป็นเหตุมีจิตเป็นสมุฏฐาน ได้แก่ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ ลหุตารูป มุทุตารูป กัมมัญญตารูปอุปจยรูป สันตติรูป และกวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่ามีจิตเป็นสมุฏฐานนจิตตสมุฏฐานรูป
รูปที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ ชรตารูปและอนิจจตารูป หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ ที่ไม่เกิดจากจิต ไม่มีจิตเป็นเหตุ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ได้แก่ รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะอากาสธาตุ อาโปธาตุ ลหุตารูป มุทุตารูป กัมมัญญตารูป อุปจยรูป สันตติรูปและกวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตตสหภูรูป
รูปที่เกิดพร้อมกับจิต นั้นเป็นไฉน กายวิญญัติ และวจีวิญญัติ รูปนี้ชื่อว่าเกิดพร้อมกับจิตนจิตตสหภูรูป
รูปที่ไม่เกิดพร้อมกับจิต นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เกิดพร้อมกับจิต
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส ปกิณณกทุกะ จิตตานุปริวัตติรูป
รูปที่เป็นไปตามจิต นั้นเป็นไฉน กายวิญญัติ และวจีวิญญัติ รูปนี้ชื่อว่าเป็นไปตามจิตนจิตตานุปริวัตติรูป
รูปที่ไม่เป็นไปตามจิต นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นไปตามจิตอัชฌัตติกรูป
รูปที่เป็นภายใน นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นภายในพาหิรรูป
รูปที่เป็นภายนอก นั้นเป็นไฉน รูปายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหารรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นภายนอกโอฬาริกรูป
รูปหยาบ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปนี้ชื่อว่ารูปหยาบสุขุมรูป
รูปละเอียด นั้นเป็นไฉน อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่ารูปละเอียดทูเรรูป
รูปไกล นั้นเป็นไฉน อิตถินทรีย์ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่ารูปไกล
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส วัตถุทุกะ สัตติเกรูป
รูปใกล้ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปนี้ชื่อว่ารูปใกล้ปกิณณกทุกะ จบ วัตถุทุกะ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้นเป็นไฉน โสตายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของเวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ นั้นเป็นไฉน โสตายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ ของชิวหาสัมผัส ฯลฯ ของกายสัมผัส นั้นเป็นไฉน กายายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของเวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้นเป็นไฉน กายายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ
รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ นั้นเป็นไฉน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส อารัมมณกทุกะ จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกาย-วิญญาณ วัตถุทุกะ จบ อารัมมณทุกะ
รูปที่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้นเป็นไฉน รูปายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส
รูปที่ไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส
รูปที่เป็นอารมณ์ของเวทนาที่เกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ของสัญญาฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้นเป็นไฉน รูปายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ
รูปที่ไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ
รูปที่เป็นอารมณ์ของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ ของชิวหาสัมผัส ฯลฯ ของกายสัมผัส นั้นเป็นไฉน โผฏฐัพพายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของกายสัมผัส
รูปที่ไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส
รูปที่เป็นอารมณ์ของเวทนาที่เกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญาฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้นเป็นไฉน โผฏฐัพพายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ
รูปที่ไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณอารัมมณทุกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส อายตนทุกะ อายตนทุกะ
รูปที่เป็นจักขายตนะ นั้นเป็นไฉน จักษุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้ชื่อว่าบ้านว่างบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นจักขายตนะ
รูปที่ไม่เป็นจักขายตนะ นั้นเป็นไฉน โสตายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นจักขายตนะ
รูปที่เป็นโสตายตนะ ฯลฯ เป็นฆานายตนะ ฯลฯ เป็นชิวหายตนะฯลฯ เป็นกายายตนะ นั้นเป็นไฉน กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้ชื่อว่าบ้านว่างบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นกายายตนะ
รูปที่ไม่เป็นกายายตนะ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นกายายตนะ
รูปที่เป็นรูปายตนะ นั้นเป็นไฉน รูปใด เป็นสีต่างๆ อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้ชื่อว่ารูปธาตุบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นรูปายตนะ
รูปที่ไม่เป็นรูปายตนะ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นรูปายตนะ
รูปที่เป็นสัททายตนะ ฯลฯ เป็นคันธายตนะ ฯลฯ เป็นรสายตนะฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้นเป็นไฉน ปฐวีธาตุ ฯลฯ นี้ชื่อว่าโผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นโผฏฐัพพายตนะ
รูปที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ อายตนทุกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส อินทริยทุกะ ธาตุทุกะ
รูปที่เป็นจักขุธาตุ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นจักขุธาตุ
รูปที่ไม่เป็นจักขุธาตุ นั้นเป็นไฉน โสตายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นจักขุธาตุ
รูปที่เป็นโสตธาตุ ฯลฯ เป็นฆานธาตุ ฯลฯ เป็นชิวหาธาตุ ฯลฯ เป็นกายธาตุ นั้นเป็นไฉน กายายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นกายธาตุ
รูปที่ไม่เป็นกายธาตุ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นกายธาตุ
รูปที่เป็นรูปธาตุ นั้นเป็นไฉน รูปายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นรูปธาตุ
รูปที่ไม่เป็นรูปธาตุ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นรูปธาตุ
รูปที่เป็นสัททธาตุ ฯลฯ เป็นคันธธาตุ ฯลฯ เป็นรสธาตุ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพธาตุ นั้นเป็นไฉน โผฏฐัพพายตนะ รูปนี้ชื่อว่าเป็นโผฏฐัพพธาตุ
รูปที่ไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุธาตุทุกะ จบ อินทริยทุกะ
รูปที่เป็นจักขุนทรีย์ นั้นเป็นไฉน จักษุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้ชื่อว่าบ้านว่างบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นจักขุนทรีย์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส อินทริยะทุกะ
รูปที่ไม่เป็นจักขุนทรีย์ นั้นเป็นไฉน โสตายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นจักขุนทรีย์
รูปที่เป็นโสตินทรีย์ ฯลฯ เป็นฆานินทรีย์ ฯลฯ เป็นชิวหินทรีย์ฯลฯ เป็นกายินทรีย์ ฯลฯ นั้นเป็นไฉน กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้ชื่อว่าบ้านว่างบ้าง รูปนี้ชื่อว่าเป็นกายินทรีย์
รูปที่ไม่เป็นกายินทรีย์ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นกายินทรีย์
รูปที่เป็นอิตถินทรีย์ นั้นเป็นไฉน ทรวดทรงหญิง เครื่องหมายประจำเพศหญิง กิริยาหญิง อาการหญิง สภาพหญิง ภาวะหญิง ของสตรี รูปนี้ชื่อว่าเป็นอิตถินทรีย์
รูปที่ไม่เป็นอิตถินทรีย์ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอิตถินทรีย์
รูปที่เป็นปุริสินทรีย์ นั้นเป็นไฉน ทรวดทรงชาย เครื่องหมายประจำเพศชาย กิริยาชาย อาการชาย สภาพชาย ภาวะชาย ของบุรุษ รูปนี้ชื่อว่าเป็นปุริสินทรีย์
รูปที่ไม่เป็นปุริสินทรีย์ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นปุริสินทรีย์
รูปที่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้นเป็นไฉน อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไป กิริยาที่ให้เป็นไป อาการที่สืบเนื่องกันความดำเนินไป ความหล่อเลี้ยง ชีวิต ชีวิตินทรีย์แห่งสภาวธรรมที่เป็นรูปเหล่านั้นรูปนี้ชื่อว่าเป็นชีวิตินทรีย์
รูปที่ไม่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นชีวิตินทรีย์ อินทริยทุกะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๖}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส สุขุมรูปทุกะ สุขุมรูปทุกะ
รูปที่เป็นกายวิญญัติ นั้นเป็นไฉน ความเข้มแข็ง กิริยาที่เข้มแข็งด้วยดี ภาวะที่เข้มแข็งด้วยดี การแสดงให้รู้ความหมาย กิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ภาวะที่แสดงให้รู้ความหมายแห่งกายของบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศล มีจิตเป็นอกุศล มีจิตเป็นอัพยากฤต ก้าวไปอยู่ ถอยกลับอยู่แลดูอยู่ เหลียวดูอยู่ คู้เข้าอยู่ หรือเหยียดออกอยู่ รูปนี้ชื่อว่าเป็นกายวิญญัติ
รูปที่ไม่เป็นกายวิญญัติ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นกายวิญญัติ
รูปที่เป็นวจีวิญญัติ นั้นเป็นไฉน การพูด การเปล่งวาจา การเจรจา การกล่าว การป่าวร้อง การโฆษณาวาจา วจีเภท แห่งบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศล มีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤตนี้เรียกว่า วาจา การแสดงให้รู้ความหมาย กิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ภาวะที่แสดงให้รู้ความหมายด้วยวาจานั้น รูปนี้ชื่อว่าเป็นวจีวิญญัติ
รูปที่ไม่เป็นวจีวิญญัติ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นวจีวิญญัติ
รูปที่เป็นอากาสธาตุ นั้นเป็นไฉน อากาศ ธรรมชาติที่นับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติที่นับว่าความว่างเปล่า ช่องว่าง ธรรมชาติที่นับว่าช่องว่างซึ่งมหาภูตรูป ๔ ถูกต้องไม่ได้ รูปนี้ชื่อว่าเป็นอากาสธาตุ
รูปที่ไม่เป็นอากาสธาตุ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอากาสธาตุ
รูปที่เป็นอาโปธาตุ นั้นเป็นไฉน ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเป็นเครื่องเกาะกุมรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นอาโปธาตุ @เชิงอรรถ : @ อภิ.วิ. ๓๕/๑๗๗/๙๙
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๗}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส สุขุมรูปทุกะ
รูปที่ไม่เป็นอาโปธาตุ นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอาโปธาตุ
รูปที่เป็นลหุตารูป นั้นเป็นไฉน ความเบา ความรวดเร็ว ความไม่เชื่องช้า ความไม่หนักแห่งรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นลหุตารูป
รูปที่ไม่เป็นลหุตารูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นลหุตารูป
รูปที่เป็นมุทุตารูป นั้นเป็นไฉน ความอ่อน ภาวะที่อ่อน ความไม่แข็ง ความไม่กระด้างแห่งรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นมุทุตารูป
รูปที่ไม่เป็นมุทุตารูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นมุทุตารูป
รูปที่เป็นกัมมัญญตารูป นั้นเป็นไฉน ความควรแก่การงาน กิริยาที่ควรแก่การงาน ภาวะที่ควรแก่การงานแห่งรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นกัมมัญญตารูป
รูปที่ไม่เป็นกัมมัญญตารูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นกัมมัญญตารูป
รูปที่เป็นอุปจยรูป นั้นเป็นไฉน ความแรกเกิดแห่งอายตนะ นั้นเป็นความเกิดขึ้นแห่งรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นอุปจยรูป
รูปที่ไม่เป็นอุปจยรูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอุปจยรูป
รูปที่เป็นสันตติรูป นั้นเป็นไฉน ความเจริญแห่งรูป นั้นเป็นความสืบต่อแห่งรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นสันตติรูป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๘}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมสังคณี [๒. รูปกัณฑ์] รูปวิภัตติ ทุกนิทเทส สุขุมรูปทุกะ
รูปที่ไม่เป็นสันตติรูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นสันตติรูป
รูปที่เป็นชรตารูป นั้นเป็นไฉน ความชรา ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยวความเสื่อมอายุ ความหง่อมแห่งอินทรีย์แห่งรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นชรตารูป
รูปที่ไม่เป็นชรตารูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นชรตารูป
รูปที่เป็นอนิจจตารูป นั้นเป็นไฉน ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาย ความไม่เที่ยง ความอันตรธานแห่งรูป รูปนี้ชื่อว่าเป็นอนิจจตารูป
รูปที่ไม่เป็นอนิจจตารูป นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ กวฬิงการาหาร รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นอนิจจตารูป
รูปที่เป็นกวฬิงการาหาร นั้นเป็นไฉน ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ นมสด เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้งน้ำอ้อย หรือรูปแม้อื่น มีอยู่ ที่พึงกินทางปากขบเคี้ยว กลืนกิน อิ่มท้อง ซึ่งมีโอชาเป็นเหตุให้สัตว์ในสถานที่นั้นๆ ดำรงชีพอยู่ได้ รูปนี้ชื่อว่าเป็นกวฬิงการาหาร
รูปที่ไม่เป็นกวฬิงการาหาร นั้นเป็นไฉน จักขายตนะ ฯลฯ อนิจจตารูป รูปนี้ชื่อว่าไม่เป็นกวฬิงการาหาร สุขุมรูปทุกะ จบ รวมรูปหมวดละ ๒ อย่างนี้ ทุกนิทเทส จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๔ หน้า : ๒๑๙}
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๔ พระอภิธรรมปิฎก เล่มที่ ๑ ธรรมสังคณีปกรณ์
กตมนฺตํ รูปํ โนอุปาทา โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ ฯ
รูปเป็นอนุปาทา นั้น เป็นไฉน? โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ ยํ โผฏฺฐพฺพํ อนิทสฺสนํ สปฺปฏิฆํ กาเยน อนิทสฺสเนน สปฺปฏิเฆน ผุสิ วา ผุสติ วา ผุสิสฺสติ วา ผุเส วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ {๕๔๐.๑} กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ ยมฺหิ โผฏฺฐพฺพมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ กาโย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ {๕๔๐.๒} กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ โย โผฏฺฐพฺโพ อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ กายมฺหิ อนิทสฺสนมฺหิ สปฺปฏิฆมฺหิ ปฏิหญฺญิ วา ปฏิหญฺญติ วา ปฏิหญฺญิสฺสติ วา ปฏิหญฺเญ วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ {๕๔๐.๓} กตมนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ กกฺขฬํ มุทุกํ สณฺหํ ผรุสํ สุขสมฺผสฺสํ ทุกฺขสมฺผสฺสํ ครุกํ ลหุกํ ยํ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํ โผฏฺฐพฺพํ อารพฺภ กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํโผฏฺฐพฺพารมฺมโณ กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺโส อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา ฯเปฯ ยํโผฏฺฐพฺพารมฺมณา กายํ นิสฺสาย กายสมฺผสฺสชา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ วา อุปฺปชฺชติ วา อุปฺปชฺชิสฺสติ วา อุปฺปชฺเช วา โผฏฺฐพฺโพเปโส โผฏฺฐพฺพายตนํเปตํ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ
รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน? ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, สัตว์นี้ ถูกต้องแล้ว หรือถูกต้องอยู่ หรือจักถูกต้อง หรือพึงถูกต้องซึ่งโผฏฐัพพะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ด้วยกายอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่าโผฏฐัพพายตนะ. รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน? ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, กายอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่โผฏฐัพพะใด อันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่าโผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ. รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน? ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, โผฏฐัพพะใด เป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ กระทบแล้ว หรือกระทบอยู่ หรือจักกระทบ หรือพึงกระทบ ที่กายอันเป็นสิ่งที่เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้, นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ. รูปที่เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน? ปฐวีธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ ที่แข็ง อ่อน ละเอียด หยาบ มีสัมผัสสบาย มีสัมผัสไม่สบาย หนัก เบา, เพราะปรารภโผฏฐัพพะใด กายสัมผัสอาศัยกาย เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เพราะปรารภโผฏฐัพพะใด เวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณ อาศัยกาย เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ กายสัมผัส มีโผฏฐัพพะใดเป็นอารมณ์ อาศัยกาย เกิดขึ้นแล้วหรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น ฯลฯ เวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ กายวิญญาณ มีโผฏฐัพพะใดเป็นอารมณ์ อาศัยกาย เกิดขึ้นแล้ว หรือเกิดขึ้นอยู่ หรือจักเกิดขึ้น หรือพึงเกิดขึ้น, นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้างโผฏฐัพพธาตุบ้าง รูปทั้งนี้เรียกว่า โผฏฐัพพายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ยํ อาโป อาโปคตํ สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อิทนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ฯ อิทนฺตํ รูปํ โนอุปาทา ฯ
รูปที่เรียกว่า อาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน? ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเครื่องเกาะกุมรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า อาโปธาตุ. รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทา.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนํ ฯ {๕๔๒.๑} กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะอากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปเป็นอุปาทินนะ. รูปเป็นอนุปาทินนะ นั้น เป็นไฉน? สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพา-*ยตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้นรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนะ.
กตมนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ {๕๔๓.๑} กตมนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ สทฺทายตนํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น กมฺมสฺส กตตฺตา รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนุปาทินฺนุปาทานิยํ ฯ
รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ หรือรูปแม้อื่นใดมีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุรูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมแต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอุปาทินนุปาทานิยะ. รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ นั้น เป็นไฉน? สัททายตนะ กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปชรตารูปอนิจจตา หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ได้แก่ รูปายตนะ สัทธายตนะ คันธายตนะ รสายตนะโผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร ที่กรรมมิได้แต่งขึ้น รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ.
กตมนฺตํ รูปํ สนิทสฺสนํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สนิทสฺสนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อนิทสฺสนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อนิทสฺสนํ ฯ
รูปเป็นสนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน? รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นสนิทัสสนะ. รูปเป็นอนิทัสสนะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอนิทัสสนะ.
กตมนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ จกฺขายตนํ โสตายตนํ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สปฺปฏิฆํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ อปฺปฏิฆํ ฯ
รูปเป็นสัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะคันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็น สัปปฏิฆะ. รูปเป็นอัปปฏิฆะ นั้น เป็นไฉน? อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอัปปฏิฆะ.
กตมนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ จกฺขุนฺทฺริยํ โสตินฺทฺริยํ ฆานินฺทฺริยํ ชิวฺหินฺทฺริยํ กายินฺทฺริยํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ อินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ชีวิตินทรีย์ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอินทรีย์. รูปที่ไม่เป็นอินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ มหาภูตํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อาโปธาตุ อิทนฺตํ รูปํ มหาภูตํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นมหาภูตํ ฯ
รูปเป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน? โผฏฐัพพายตนะ อาโปธาตุ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นมหาภูต. รูปไม่เป็นมหาภูต นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นมหาภูต.
กตมนฺตํ รูปํ วิญฺญตฺติ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ วิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นวิญฺญตฺติ ฯ
รูปเป็นวิญญัติ นั้น เป็นไฉน? กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปนี้เรียกว่า รูปเป็นวิญญัติ. รูปไม่เป็นวิญญัติ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ จิตฺตชํ จิตฺตเหตุกํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ปุริสินฺทฺริยํ ชีวิตินฺทฺริยํ รูปสฺส ชรตา รูปสฺส อนิจฺจตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ น จิตฺตชํ น จิตฺตเหตุกํ น จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปสฺส ลหุตา รูปสฺส มุทุตา รูปสฺส กมฺมญฺญตา รูปสฺส อุปจโย รูปสฺส สนฺตติ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจิตฺตสมุฏฺฐานํ ฯ
รูปเป็นจิตตสมุฏฐาน นั้น เป็นไฉน? กายวิญญัติ วจีวิญญัติ หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ที่เกิดแต่จิต มีจิตเป็นเหตุ มีจิตเป็นสมุฏฐาน ได้แก่รูปายตนะ สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุอาโปธาตุ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจิตตสมุฏฐาน. รูปไม่เป็นจิตตสมุฏฐาน นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ รูปชรตา รูปอนิจจตาหรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ ที่ไม่เกิดแต่จิต ไม่มีจิตเป็นเหตุ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ได้แก่รูปายตนะสัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ อากาสธาตุ อาโปธาตุ รูปลหุตา รูปมุทุตา รูปกัมมัญญตา รูปอุปจยะ รูปสันตติ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจิต-*สมุฏฐาน.
กตมนฺตํ รูปํ จิตฺตสหภุ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ จิตฺตสหภุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจิตฺตสหภุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจิตฺตสหภุ ฯ
รูปเป็นจิตตสหภู นั้น เป็นไฉน? กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจิตตสหภู. รูปไม่เป็นจิตตสหภู นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจิตตสหภู.
กตมนฺตํ รูปํ จิตฺตานุปริวตฺติ กายวิญฺญตฺติ วจีวิญฺญตฺติ อิทนฺตํ รูปํ จิตฺตานุปริวตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจิตฺตานุปริวตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจิตฺตานุปริวตฺติ ฯ
รูปเป็นจิตตานุปริวัติ นั้น เป็นไฉน? กายวิญญัติ วจีวิญญัติ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจิตตานุปริวัติ. รูปไม่เป็นจิตตานุปริวัติ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจิตตานุปริวัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ อชฺฌตฺติกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ พาหิรํ รูปายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ พาหิรํ ฯ
รูปเป็นภายใน นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นภายใน. รูปเป็นภายนอก นั้น เป็นไฉน? รูปายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นภายนอก.
กตมนฺตํ รูปํ โอฬาริกํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ โอฬาริกํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ สุขุมํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ สุขุมํ ฯ
รูปหยาบ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปหยาบ. รูปละเอียด นั้น เป็นไฉน? อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปละเอียด.
กตมนฺตํ รูปํ ทูเร อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ ทูเร ฯ กตมนฺตํ รูปํ สนฺติเก จกฺขายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ สนฺติเก ฯ
รูปไกล นั้น เป็นไฉน? อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไกล. รูปใกล้ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปใกล้.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน. จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส. รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส นั้น ไฉน? โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของเวทนา อันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ. รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของจักขุวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ โสตสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ กายสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ ของชิวหา สัมผัส ฯลฯ ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน? กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส. รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นวตฺถุ ฯ
รูปเป็นที่อาศัยเกิดของเวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ. รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นที่อาศัยเกิดของกายวิญญาณ,
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน? รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส. รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของเวทนาอันเกิดแต่จักขุสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ. รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของจักขุวิญญาณ
กตมนฺตํ รูปํ โสตสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ฆานสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ ชิวฺหาสมฺผสฺสสฺส ฯเปฯ กายสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของโสตสัมผัส ฯลฯ ของฆานสัมผัส ฯลฯ ของชิวหาสัมผัส ฯลฯ ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน? โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของกายสัมผัส. รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายสัมผัส.
กตมนฺตํ รูปํ กายสมฺผสฺสชาย เวทนาย ฯเปฯ สญฺญาย ฯเปฯ เจตนาย ฯเปฯ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญาณสฺส นอารมฺมณํ ฯ
รูปเป็นอารมณ์ของเวทนาอันเกิดแต่กายสัมผัส ฯลฯ ของสัญญา ฯลฯ ของเจตนา ฯลฯ ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ. รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอารมณ์ของกายวิญญาณ.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจกฺขายตนํ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจกฺขายตนํ ฯ
รูปเป็นจักขายตนะ นั้น เป็นไฉน? จักขุใดเป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้าง ฯลฯ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจักขายตนะ. รูปไม่เป็นจักขายตนะ นั้น เป็นไฉน? โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจักขายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายายตนํ ฯ
รูปเป็นโสตายตนะ ฯลฯ เป็นฆานายตนะ ฯลฯ เป็นชิวหายตนะ ฯลฯ เป็นกายายตนะ นั้น เป็นไฉน? กายใดเป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า กายบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายายตนะ. รูปไม่เป็นกายายตนะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา ฯเปฯ รูปธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ รูปายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นรูปายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นรูปายตนํ ฯ
รูปเป็นรูปายตนะ นั้น เป็นไฉน? รูปใด เป็นสี อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปบ้าง รูปายตนะบ้าง รูปธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปายตนะ. รูปไม่เป็นรูปายตนะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทายตนํ ฯเปฯ คนฺธายตนํ ฯเปฯ รสายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ปฐวีธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพายตนํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพายตนํ ฯ
รูปเป็นสัททายตนะ ฯลฯ เป็นคันธายตนะ ฯลฯ เป็นรสายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน? ปฐวีธาตุ ฯลฯ นี้เรียกว่า โผฏฐัพพะบ้าง โผฏฐัพพายตนะบ้าง โผฏฐัพพธาตุบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นโผฏฐัพพายตนะ. รูปไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุธาตุ จกฺขายตนํ อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจกฺขุธาตุ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจกฺขุธาตุ ฯ
รูปเป็นจักขุธาตุ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจักขุธาตุ. รูปไม่เป็นจักขุธาตุ นั้น เป็นไฉน? โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจักขุธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ โสตธาตุ ฯเปฯ ฆานธาตุ ฯเปฯ ชิวฺหาธาตุ ฯเปฯ กายธาตุ กายายตนํ อิทนฺตํ รูปํ กายธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายธาตุ ฯ
รูปเป็นโสตธาตุ ฯลฯ เป็นฆานธาตุ ฯลฯ เป็นชิวหาธาตุ ฯลฯ เป็นกายธาตุ นั้น เป็นไฉน? กายายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายธาตุ. รูปไม่เป็นกายธาตุ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปธาตุ รูปายตนํ อิทนฺตํ รูปํ รูปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นรูปธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นรูปธาตุ ฯ
รูปเป็นรูปธาตุ นั้น เป็นไฉน? รูปายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปธาตุ. รูปไม่เป็นรูปธาตุ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ สทฺทธาตุ ฯเปฯ คนฺธธาตุ ฯเปฯ รสธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุ โผฏฺฐพฺพายตนํ อิทนฺตํ รูปํ โผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นโผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ
รูปเป็นสัททธาตุ ฯลฯ เป็นคันธธาตุ ฯลฯ เป็นรสธาตุ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพธาตุ เป็นไฉน? โผฏฐัพพายตนะ รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นโผฏฐัพพธาตุ. รูปไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นโผฏฐัพพธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ จกฺขุนฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นจกฺขุนฺทฺริยํ โสตายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นจกฺขุนฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นจักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน? จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า จักขุบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นจักขุนทรีย์. รูปไม่เป็นจักขุนทรีย์ นั้น เป็นไฉน? โสตายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นจักขุนทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ โสตินฺทฺริยํ ฯเปฯ ฆานินฺทฺริยํ ฯเปฯ ชิวฺหินฺทฺริยํ ฯเปฯ กายินฺทฺริยํ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อิทนฺตํ รูปํ กายินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นโสตินทรีย์ ฯลฯ เป็นฆานินทรีย์ ฯลฯ เป็นชิวหินทรีย์ ฯลฯ เป็นกายินทรีย์ ฯลฯ นั้น เป็นไฉน? กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า กายบ้าง ฯลฯ บ้านว่างบ้างรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายินทรีย์. รูปไม่เป็นกายินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ อิตฺถินฺทฺริยํ ยํ อิตฺถิยา อิตฺถีลิงฺคํ อิตฺถีนิมิตฺตํ อิตฺถีกุตฺตํ อิตฺถากปฺโป อิตฺถิตฺตํ อิตฺถีภาโว อิทนฺตํ รูปํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอิตฺถินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอิตฺถินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นอิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? ทรวดทรงหญิง เครื่องหมายให้รู้ว่าหญิง กิริยาหญิง อาการหญิง สภาพหญิง ภาวะหญิงของหญิง ปรากฏได้ ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอิตถินทรีย์. รูปไม่เป็นอิตถินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอิตถินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ ปุริสินฺทฺริยํ ยํ ปุริสสฺส ปุริสลิงฺคํ ปุริสนิมิตฺตํ ปุริสกุตฺตํ ปุริสากปฺโป ปุริสตฺตํ ปุริสภาโว อิทนฺตํ รูปํ ปุริสินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นปุริสินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นปุริสินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? ทรวดทรงชาย เครื่องหมายให้รู้ว่าชาย กิริยาชาย อาการชาย สภาพชาย ภาวะชายของชาย ปรากฏได้ ด้วยเหตุใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นปุริสินทรีย์. รูปไม่เป็นปุริสินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นปุริสินทรีย์.
กตมนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ โย เตสํ รูปีนํ ธมฺมานํ อายุ ฐิติ ยปนา ยาปนา อิริยนา วตฺตนา ปาลนา ชีวิตํ ชีวิตินฺทฺริยํ อิทนฺตํ รูปํ ชีวิตินฺทฺริยํ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นชีวิตินฺทฺริยํ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นชีวิตินฺทฺริยํ ฯ
รูปเป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? อายุ ความดำรงอยู่ ความเป็นไปอยู่ กิริยาที่เป็นไปอยู่ อาการที่สืบเนื่องกันอยู่ความประพฤติเป็นไปอยู่ ความหล่อเลี้ยงอยู่ ชีวิต อินทรีย์คือชีวิตของรูปธรรมนั้นๆ อันใดรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นชีวิตินทรีย์. รูปไม่เป็นชีวิตินทรีย์ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นชีวิตินทรีย์
กตมนฺตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา อภิกฺกมนฺตสฺส วา ปฏิกฺกมนฺตสฺส วา อาโลเกนฺตสฺส วา วิโลเกนฺตสฺส วา สมฺมิญฺเชนฺตสฺส วา ปสาเรนฺตสฺส วา กายสฺส ถมฺภนา สนฺถมฺภนา สนฺถมฺภิตตฺตํ วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ กายวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นกายวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นกายวิญฺญตฺติ ฯ
รูปเป็นกายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน? การเคร่งตึง กิริยาที่เคร่งตึงด้วยดี ความที่เคร่งตึงด้วยดี การแสดงให้รู้ความหมายกิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมาย แห่งกายของบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศลหรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต ก้าวไปอยู่ ถอยกลับอยู่ แลดูอยู่ เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ คู้เข้าอยู่ หรือเหยียดออกอยู่ อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกายวิญญัติ. รูปไม่เป็นกายวิญญัติ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกายวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ วจีวิญฺญตฺติ ยา กุสลจิตฺตสฺส วา อกุสลจิตฺตสฺส วา อพฺยากตจิตฺตสฺส วา วาจา คิรา พฺยปฺปโถ อุทีรณํ โฆโส โฆสกมฺมํ วาจา วจีเภโท อยํ วุจฺจติ วาจา ยา ตาย วาจาย วิญฺญตฺติ วิญฺญาปนา วิญฺญาปิตตฺตํ อิทนฺตํ รูปํ วจีวิญฺญตฺติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นวจีวิญฺญตฺติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นวจีวิญฺญตฺติ ฯ
รูปเป็นวจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน? การพูด การเปล่งวาจา การเจรจา การกล่าว การป่าวร้อง การโฆษณา วาจา วจีเภทแห่งบุคคลผู้มีจิตเป็นกุศล หรือมีจิตเป็นอกุศล หรือมีจิตเป็นอัพยากฤต อันใด นี้เรียกว่า วาจา,การแสดงให้รู้ความหมาย กิริยาที่แสดงให้รู้ความหมาย ความแสดงให้รู้ความหมายด้วยวาจานั้นอันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นวจีวิญญัติ รูปไม่เป็นวจีวิญญัติ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นวจีวิญญัติ.
กตมนฺตํ รูปํ อากาสธาตุ โย อากาโส อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวโร วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหิ อิทนฺตํ รูปํ อากาสธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอากาสธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอากาสธาตุ ฯ
รูปเป็นอากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน? อากาศ ธรรมชาติอันนับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติอันนับว่าความว่างเปล่าช่องว่าง ธรรมชาติอันนับว่าช่องว่าง อันมหาภูตรูป ๔ ไม่ถูกต้องแล้ว อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปเป็นอากาศธาตุ. รูปไม่เป็นอากาสธาตุ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอากาศธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ยํ อาโป อาโปคตํ สิเนโห สิเนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อิทนฺตํ รูปํ อาโปธาตุ ฯ กตมนฺตํ รูปํ นอาโปธาตุ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ นอาโปธาตุ ฯ
รูปเป็นอาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน? ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติเครื่องเกาะกุมรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นอาโปธาตุ. รูปไม่เป็นอาโปธาตุ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นอาโปธาตุ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส ลหุตา ยา รูปสฺส ลหุตา ลหุปริณามตา อทนฺธนตา อวิตฺถนตา อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส ลหุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นลหุตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นลหุตา ฯ
รูปเป็นรูปลหุตา นั้น เป็นไฉน? ความเบา ความรวดเร็ว ความไม่เชื่องช้า ความไม่หนัก แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปลหุตา. รูปไม่เป็นรูปลหุตา นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปลหุตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส มุทุตา ยา รูปสฺส มุทุตา มทฺทวตา อกกฺขฬตา อกถินตา อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส มุทุตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นมุทุตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นมุทุตา ฯ
รูปเป็นรูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน? ความอ่อน ภาวะที่อ่อน ความไม่แข็ง ความไม่กระด้าง แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปมุทุตา. รูปไม่เป็นรูปมุทุตา นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปมุทุตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส กมฺมญฺญตา ยา รูปสฺส กมฺมญฺญตา กมฺมญฺญตฺตํ กมฺมญฺญภาโว อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส กมฺมญฺญตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นกมฺมญฺญตา ฯ
รูปเป็นรูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน? กิริยาที่ควรแก่การงาน ความควรแก่การงาน ภาวะที่ควรแก่การงาน แห่งรูป อันใดรูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปกัมมัญญตา. รูปไม่เป็นรูปกัมมัญญตา นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปกัมมัญญตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส อุปจโย โย อายตนานํ อาจโย โส รูปสฺส อุปจโย อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส อุปจโย ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอุปจโย จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอุปจโย ฯ
รูปเป็นรูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน? ความสั่งสมแห่งอายตนะทั้งหลาย อันใด อันนั้น เป็นความเกิดแห่งรูปนั้น รูปทั้งนี้เรียกว่ารูปเป็นรูปอุปจยะ รูปไม่เป็นรูปอุปจยะ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปอุปจยะ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส สนฺตติ โย รูปสฺส อุปจโย สา รูปสฺส สนฺตติ อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส สนฺตติ ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นสนฺตติ จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นสนฺตติ ฯ
รูปเป็นรูปสันตติ นั้น เป็นไฉน? ความเกิดแห่งรูป อันใด อันนั้น เป็นความสืบต่อแห่งรูป รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปสันตติ. รูปไม่เป็นรูปสันตติ นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปสันตติ.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส ชรตา ยา รูปสฺส ชรา ชีรณตา ขณฺฑิจฺจํ ปาลิจฺจํ วลิตฺตจตา อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโก อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส ชรตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นชรตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นชรตา ฯ
รูปเป็นรูปชรตา นั้น เป็นไฉน? ความชรา ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด ความมีผมหงอก ความมีหนังเหี่ยว ความ-*เสื่อมอายุ ความหง่อมแห่งอินทรีย์ แห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปชรตา. รูปไม่เป็นรูปชรตา นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปชรตา.
กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส อนิจฺจตา โย รูปสฺส ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธานํ อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส อนิจฺจตา ฯ กตมนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอนิจฺจตา จกฺขายตนํ ฯเปฯ กพฬึกาโร อาหาโร อิทนฺตํ รูปํ รูปสฺส นอนิจฺจตา ฯ
รูปเป็นรูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน? ความสิ้นไป ความเสื่อมไป ความแตก ความทำลาย ความไม่เที่ยง ความอันตรธานแห่งรูป อันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นรูปอนิจจตา. รูปไม่เป็นรูปอนิจจตา นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ กพฬิงการาหาร รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นรูปอนิจจตา.
กตมนฺตํ รูปํ กพฬึกาโร อาหาโร โอทโน กุมฺมาโส สตฺตุ มจฺโฉ มํสํ ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ รูปํ ยมฺหิ ยมฺหิ ชนปเท เตสํ เตสํ สตฺตานํ มุขาสิยํ ทนฺตวิขาทนํ คลชฺโฌหรณียํ กุจฺฉิวิตฺถมฺภนํ ยาย โอชาย สตฺตา ยาเปนฺติ อิทนฺตํ รูปํ กพฬึกาโร อาหาโร ฯ กตมนฺตํ รูปํ น กพฬึกาโร อาหาโร จกฺขายตนํ ฯเปฯ รูปสฺส อนิจฺจตา อิทนฺตํ รูปํ น กพฬึกาโร อาหาโร ฯ เอวํ ทุวิเธน รูปสงฺคโห ฯ ทุกนิทฺเทโส นิฏฺฐิโต ฯ
รูปเป็นกพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน? ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม เนยใส เนยข้น น้ำมนน้ำผึ้ง น้ำอ้อย หรือรูปแม้อื่นใด มีอยู่ อันเป็นของใส่ปาก ขบเคี้ยว กลืนกิน อิ่มท้อง ของสัตว์นั้นๆ ในชนบทใดๆ สัตว์ทั้งหลาย เลี้ยงชีวิตด้วยโอชาอันใด รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปเป็นกพฬิงการาหาร. รูปไม่เป็นกพฬิงการาหาร นั้น เป็นไฉน? จักขายตนะ ฯลฯ รูปอนิจจตา รูปทั้งนี้เรียกว่า รูปไม่เป็นกพฬิงการาหาร. สงเคราะห์รูปเป็นหมวดละ ๒ อย่างนี้. ทุกนิเทส จบ -----------------------------------------------------