ฉบับที่อ่านอรรถกถาแปลไทย

อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ตติยปัณณาสก์ อาปายิกวรรคที่ ๒ ๑๐. โมเนยยสูตร

อรรถกถาแปลไทย

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกข้อ ๕๖๒23 ข้อ1 ฉบับคำแปลไทย · ต้นฉบับยังไม่มีในคลังนี้

อรรถกถาแปลไทย · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาโมเนยยสูตรที่ ๑๐

พึงทราบวินิจฉัยในโมเนยยสูตรที่ ๑๐ ดังต่อไปนี้ :-

ความเป็นมุนี ชื่อว่าโมเนยยะ. ความเป็นมุนี คือความเป็นสาธุชน ได้แก่ ความเป็นบัณฑิตในกายทวาร ชื่อว่ากายโมเนยยะ.

แม้ในบททั้งสองที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว กายโมเนยฺยํ ความว่า จริงอยู่ การละกายทุจริต ๓ อย่างนี้ ชื่อว่ากายโมเนยยะ.

อนึ่ง แม้กายสุจริต ๓ อย่าง ก็ชื่อว่ากายโมเนยยะ. ญาณที่มีกายเป็นอารมณ์ ก็ชื่อว่ากายโมเนยยะเหมือนกัน. การกำหนดรู้กาย ก็ชื่อว่ากายโมเนยยะ. มรรคที่สหรคตด้วยปริญญา ก็ชื่อว่ากายโมเนยยะ. การละฉันทราคะทางกาย ก็ชื่อว่ากายโมเนยยะ. การดับกายสังขารและการจตุตถฌาน ก็ชื่อว่ากายโมเนยยะ.

แม้ในวจีโมเนยยะ ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

ส่วนในวจีโมเนยยะและมโนโมเนยยะ นี้มีความแตกต่างกันดังต่อไปนี้.

ในที่นั้น พึงทราบการเข้าทุติยฌาน คือการดับวจีสังขารว่า ชื่อว่าวจีโมเนยยะ เหมือนการเข้าจตุตถฌานในที่นี้. ครั้นทราบเนื้อความในมโนโมเนยยะ โดยนัยแม้นี้แล้วก็ควรทราบการเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ คือการดับจิตสังขารว่า ชื่อว่ามโนโมเนยยะ.

บทว่า กายมุนึ ได้แก่ ผู้รู้ คือผู้สูงสุด ได้แก่ผู้บริสุทธิ์ในกายทวารหรือผู้รู้ทางกาย.

แม้ในบททั้งสองที่เหลือก็มีนัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า สพฺพปฺปหายินํ ได้แก่ พระขีณาสพ. เพราะว่า พระขีณาสพชื่อว่า สัพพปหายี (ผู้ละได้ทั้งหมด) ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาโมเนยยสูตรที่ ๑๐ จบอาปายิกวรรควรรณนาที่ ๒ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อาปายิกสูตร

๒. ทุลลภสูตร

๓. อัปปเมยยสูตร

๔. อเนญชสูตร

๕. อยสูตร

๖. อปัณณกสูตร

๗. กัมมันตสูตร

๘. โสเจยยสูตรที่ ๑

๙. โสเจยยสูตรที่ ๒

๑๐. โมเนยยสูตร ฯ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา