กำลังอ่านตัวบทกฎหมาย ประกาศ และการแก้ไข ตั้งแต่ประมวลกฎหมายถึงประกาศหน่วยงานกำกับ

กฎกระทรวงการสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งในเทศบาล พ.ศ. ๒๕๖๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ฉบับประกาศ — ยังไม่รวมการแก้ไขภายหลัง๒๕๖๓40 มาตรา5 หัวข้อลำดับ 11 จาก 19 ในสำนักนายกรัฐมนตรีต้นฉบับ PDF · 13 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 f174211a… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้คือฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ ปีที่ระบุ ไม่ใช่ฉบับรวมการแก้ไข มาตราที่ถูกแก้ไข เพิ่ม หรือยกเลิกภายหลังจะไม่ปรากฏ — ระบบยังไม่ได้ตรวจสถานะบังคับใช้ปัจจุบัน

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๒–๖ · 5 มาตรา
  2. หมวด ๒ คณะกรรมการสอบสวนมาตรา ๗–๑๓ · 7 มาตรา
  3. หมวด ๓ กระบวนการสอบสวนมาตรา ๑๔–๓๓ · 20 มาตรา
  4. หมวด ๔ การจัดทำรายงานผลการสอบสวนและการเสนอสำนวนการสอบสวนมาตรา ๓๔–๓๗ · 4 มาตรา
  5. บทเฉพาะกาลมาตรา ๓๘–๔๐ · 3 มาตรา

ปรารภ

เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๗๙ ก หนา้ ๑๓ กฎกระทรวง การสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งบางตำแหน่งในเทศบาล พ.ศ. 2563 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ วรรคสอง มาตรา ๔๘ ปัญจทศ วรรคสอง มาตรา ๔๘ โสฬส วรรคสาม มาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ และมาตรา ๗๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. หมวด ๔ การจัดทำรายงานผลการสอบสวนและการเสนอสำนวนการสอบสวน

    4 มาตรา
  2. ๓๔

    เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อกล่าวหา และให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแสดงพยานหลักฐานเพื่อแก้ข้อกล่าวหาแล้ว ให้คณะกรรมการสอบสวน ประชุมเพื่อพิจารณาทำความเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่สอบสวน โดยสรุปข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ให้ครบถ้วนทุกประเด็น พร้อมความเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิด หรือมีเหตุให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ มีพยานหลักฐานใดสนับสนุน การประชุมคณะกรรมการสอบสวนตามวรรคหนึ่ง ให้นัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน เว้นแต่ เป็นการนัดหมายในที่ประชุมหรือเป็นกรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน โดยให้นำความในข้อ ๒๓ วรรคสอง มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการสอบสวนด้วยโดยอนุโลม การลงมติให้ความเห็นตามวรรคหนึ่งต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ สอบสวนทั้งหมด ในกรณีที่กรรมการสอบสวนผู้ใดไม่ได้มาร่วมประชุม เมื่อทำรายงานผลการสอบสวน เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๗๙ ก หนา้ ๒๒ เสร็จแล้ว กรรมการสอบสวนผู้นั้นต้องลงลายมือชื่อในรายงานผลการสอบสวนด้วย แต่ในกรณีที่ ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนฝ่ายข้างมาก อาจทำความเห็นแย้งแนบไว้ในรายงาน ผลการสอบสวนตามข้อ ๓๕ ได้

  3. ๓๕

    เมื่อคณะกรรมการสอบสวนได้ดำเนินการตามข้อ ๓๔ แล้ว ให้จัดทำรายงาน ผลการสอบสวนและลงลายมือชื่อกรรมการสอบสวนทุกคน โดยให้ประธานกรรมการสอบสวนลงลายมือชื่อ กำกับไว้ในรายงานผลการสอบสวนทุกหน้า ในกรณีที่กรรมการสอบสวนคนใดมีเหตุจำเป็นไม่อาจ ลงลายมือชื่อได้ ให้ประธานกรรมการสอบสวนบันทึกเหตุจำเป็นดังกล่าวไว้ด้วย และในกรณีที่กรรมการ สอบสวนคนใดมีความเห็นแย้ง จะทำความเห็นแย้งแนบไว้กับรายงานผลการสอบสวนก็ได้ แล้วให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอรายงานดังกล่าวต่อผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทั้งสำนวน การสอบสวน กรณีปรากฏจากการสอบสวนว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดในเรื่องอื่นอีกหรือมีมูลพาดพิง ผู้อื่นซึ่งไม่ได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมกระทำความผิด ก็ให้ระบุไว้ในรายงานผลการสอบสวนด้วย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

  4. ๓๖

    เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับรายงานผลการสอบสวนและสำนวนการสอบสวนกรณี ตามข้อ ๒ แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวน โดยดำเนินการ ดังต่อไปนี้

    (๑) กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่มีเหตุให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือต้องพ้นจากตำแหน่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งยุติเรื่อง

    (๒) กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหามีเหตุให้ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพหรือ ต้องพ้นจากตำแหน่ง ให้ประกาศคำวินิจฉัยนั้น โดยให้ระบุเหตุที่ทำให้สิ้นสุดสมาชิกภาพหรือ พ้นจากตำแหน่งไว้ด้วย และให้การสิ้นสุดสมาชิกภาพหรือการพ้นจากตำแหน่งมีผลตั้งแต่วันที่มีเหตุดังกล่าว

    (๓) กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นควรให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมจะสั่งให้คณะกรรมการ สอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนวินิจฉัยก็ได้ ในกรณีนี้ คณะกรรมการสอบสวนต้องสอบสวน เพิ่มเติมและผู้ว่าราชการจังหวัดต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวนครั้งแรก

  5. ๓๗

    เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับรายงานผลการสอบสวนและสำนวนการสอบสวนกรณี ตามข้อ ๓ แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการดังต่อไปนี้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน ผลการสอบสวน

    (๑) กรณีที่ผลการสอบสวนปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้กระทำความผิด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งยุติเรื่อง หากผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อรอฟังผลการสอบสวน และผู้นั้นยังมิได้พ้นจากตำแหน่งไปก่อน ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ เลม่ ๑๓๗ ตอนที่ ๗๙ ก หนา้ ๒๓

    (๒) กรณีที่ผลการสอบสวนปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามที่ถูกสอบสวน หากเป็นการดำเนินการสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งในเทศบาลเมืองหรือเทศบาลตำบลซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายให้นายอำเภอเป็นผู้ดำเนินการ ให้นายอำเภอรายงานผลการสอบสวนและความเห็น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ หากเป็นการดำเนินการสอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งในเทศบาลทุกประเภท ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานผลการสอบสวนและความเห็น ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยทราบ เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับรายงานผลการสอบสวน และความเห็นของนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดตาม

    (๒) แล้ว ให้พิจารณาและสั่งให้ผู้ถูกสอบสวน พ้นจากตำแหน่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน โดยในคำสั่งดังกล่าวให้ระบุเหตุที่ทำให้ พ้นจากตำแหน่งไว้ด้วย และให้มีผลตั้งแต่วันที่มีคำสั่ง ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเห็นควรให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม จะสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวน เพิ่มเติมก่อนสั่งการก็ได้ ในกรณีนี้ คณะกรรมการสอบสวนต้องดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม และผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องสั่งการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการสอบสวนเพิ่มเติมนั้น

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดัชนีกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หน้ารายการของกฤษฎีกา
https://www.ocs.go.th/searchlaw/law-index/item/15180ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://www.ocs.go.th/searchlaw/power_link/download/eyJ1dWlkIjoiNjNmNzc5NDMtMjM0Mi00YTRmLTljYjEtNmQ3ZjRkMzk1MDk5IiwiZmlsZW5hbWUiOiLguJcwMDA1LeC4geC4juC4geC4o-C4sOC4l-C4o-C4p-C4hyAyNTYzLTc54LiBLTEzIC5wZGYifQ.mjg8OZSGFXXDWctNrnIS7kZ-H7F4uySmQ_prxgHjjqQ13 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:f174211a199ce7dac20e0882fc5caaca244974972a7d4952446dea9c078a820dดึงเมื่อ 2026-08-24T00:07:46.520Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layout บน ToUnicode ที่ซ่อม (repair-tounicode.py)ผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR