๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท ว่าด้วยสิกขาบทที่ทรงบัญญัติใน ๗ พระนคร พระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา สิกขาบทบัญญัติ ๒. จตุวิบัติ ว่าด้วยวิบัติ ๔ สีลวิบัติ และอาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ อาชีววิบัติ ยาวตติยกสิกขาบท ๓. เฉทนกาทิ ว่าด้วยเฉทนกสิกขาบท เป็นต้น ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบท และเภทนกสิกขาบท เป็นต้น
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๓๓๕–๓๓๗ลำดับ 1 จาก 3 ในปัจจยพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 3 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท คาถาสังคณิกะ ว่าด้วยกลุ่มคาถา ๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท ว่าด้วยสิกขาบทที่ทรงบัญญัติใน ๗ พระนคร พระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “เธอห่มผ้าเฉวียงบ่า ประณมมือ ดูเหมือนมีความมุ่งหวังมา ณ สถานที่นี้เพื่อประโยชน์อะไร” ท่านพระอุบาลีกราบทูลว่า “สิกขาบทที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ในวินัยทั้งสอง มาสู่อุทเทสทุกวันอุโบสถนั้นมีเท่าไร ทรงบัญญัติ ณ พระนครกี่นคร” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ปัญญาของเธอดี เธอสอบถามอย่างแยบคาย เพราะฉะนั้น เราจักบอกเธอ สมกับที่เธอฉลาดถาม สิกขาบทที่บัญญัติไว้ในวินัยทั้งสองมาสู่อุทเทสทุกวันอุโบสถนั้น มี ๓๕๐ สิกขาบท เราบัญญัติ ณ พระนคร ๗ นคร” พระอุบาลีกราบทูลว่า “สิกขาบทที่ทรงบัญญัติ ณ พระนคร ๗ นคร พระนครไหนบ้าง ขอพระองค์ได้โปรดชี้แจงพระนคร ๗ นครนั้น แก่ข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังถ้อยพระดำรัส ของพระองค์แล้วจะปฏิบัติ ข้อนั้นจะพึงมีเพื่อความเกื้อกูลแก่ข้าพระพุทธเจ้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “สิกขาบทเหล่านั้น เราบัญญัติ ณ กรุงเวสาลี ณ กรุงราชคฤห์
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๕}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท ณ กรุงสาวัตถี ณ เมืองอาฬวี ณ กรุงโกสัมพี ณ แคว้นสักกะ ณ ภัคคชนบท” สิกขาบทบัญญัติ พระอุบาลีกราบทูลว่า “สิกขาบทที่ทรงบัญญัติ ณ กรุงเวสาลีมีเท่าไร ณ กรุงราชคฤห์มีเท่าไร ณ กรุงสาวัตถีมีเท่าไร ณ เมืองอาฬวีมีเท่าไร ณ กรุงโกสัมพีมีเท่าไร ณ แคว้นสักกะมีเท่าไร ณ ภัคคชนบทมีเท่าไร พระองค์อันข้าพระพุทธเจ้าทูลถามแล้ว ขอได้โปรดตอบข้อนั้น แก่ข้าพระพุทธเจ้า” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “สิกขาบทที่บัญญัติ ณ กรุงเวสาลีมี ๑๐ สิกขาบท ณ กรุงราชคฤห์มี ๒๑ สิกขาบท ณ กรุงสาวัตถี รวมทั้งหมดมี ๒๙๔ สิกขาบท ณ เมืองอาฬวีมี ๖ สิกขาบท ณ กรุงโกสัมพีมี ๘ สิกขาบท ณ แคว้นสักกะมี ๘ สิกขาบท ณ ภัคคชนบทมี ๓ สิกขาบท เธอจงฟังสิกขาบทที่เราบัญญัติไว้ ณ กรุงเวสาลี ตามลำดับต่อไป สิกขาบทว่าด้วยการเสพเมถุนธรรม สิกขาบทว่าด้วยการพรากกายมนุษย์สิกขาบทว่าด้วยการกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีจริง สิกขาบทว่าด้วยทรงอติเรกจีวร สิกขาบทว่าด้วยการทำสันถัตโดยใช้ขนเจียมดำล้วน สิกขาบทว่าด้วยการบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง สิกขาบทว่าด้วยการฉันปรัมปรโภชนะ สิกขาบทว่าด้วยการรับประเคนอาหารนอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน สิกขาบทว่าด้วยการให้ของเคี้ยวของฉันแก่อเจลก ในหมู่ภิกษุณี สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีด่า บริภาษภิกษุ รวมสิกขาบทที่บัญญัติ ณ กรุงเวสาลี ๑๐ สิกขาบท
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๖}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท เธอจงฟังสิกขาบทที่เราบัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์ตามลำดับต่อไป สิกขาบทว่าด้วยการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ในกรุงราชคฤห์ สิกขาบทว่าด้วยใส่ความภิกษุ ๒ สิกขาบท สิกขาบทว่าด้วยทำลายสงฆ์และประพฤติตาม ๒ สิกขาบท สิกขาบทว่าด้วยการรับอันตรวาสก(จีวร) สิกขาบทว่าด้วยแลกเปลี่ยนรูปิยะ สิกขาบทว่าด้วยการออกปากขอด้าย สิกขาบทว่าด้วยการกล่าวให้เพ่งโทษ สิกขาบทว่าด้วยฉันบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะนำให้จัดเตรียม สิกขาบทว่าด้วยการฉันภัตตาหารในที่พักแรม สิกขาบทว่าด้วยการฉันคณโภชนะ สิกขาบทว่าด้วยการฉันโภชนะในเวลาวิกาล สิกขาบทว่าด้วยการเที่ยวสัญจรไป สิกขาบทว่าด้วยการสรงน้ำนอกสมัย สิกขาบทว่าด้วยการอุปสมบทให้บุคคลมีอายุหย่อนกว่า ๒๐ ปี สิกขาบทว่าด้วยการให้จีวร สิกขาบทว่าด้วยการไม่ห้ามภิกษุณีผู้คอยบงการ สิกขาบทว่าด้วยการเที่ยวดูมหรสพบนยอดเขา สิกขาบทว่าด้วยการไม่หลีกจาริกไป(๒ สิกขาบท) สิกขาบทว่าด้วยการบวชให้สิกขมานาโดยให้ปริวาสิกฉันทะ สิกขาบทเหล่านี้บัญญัติ ณ กรุงราชคฤห์ รวม ๒๑ สิกขาบท เธอจงฟังสิกขาบทที่เราบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ตามลำดับต่อไป ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๖ อนิยต ๒ นิสสัคคีย์ ๒๔ สิกขาบทที่เรียกว่าขุททกสิกขาบทมี ๑๕๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๗}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๑. สัตตนคเรสุปัญญัตตสิกขาบท สิกขาบทว่าด้วยการกระทำที่น่าตำหนิ ๑๐ สิกขาบท เสขิยวัตร ๗๒ สิกขาบท รวมสิกขาบททั้งหมดที่เราบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี ๒๙๔ สิกขาบท เธอจงฟังสิกขาบทที่เราบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี ตามลำดับต่อไป สิกขาบทว่าด้วยการก่อสร้างกุฎี สิกขาบทว่าด้วยการทำสันถัตผสมใยไหม สิกขาบทว่าด้วยนอนร่วมกับอนุปสัมบัน สิกขาบทว่าด้วยการขุดดิน สิกขาบทว่าด้วยการพรากภูตคาม สิกขาบทว่าด้วยการเอาน้ำมีสิ่งมีชีวิตรดหญ้าหรือดิน รวมสิกขาบทที่เราบัญญัติ ณ เมืองอาฬวี ๖ สิกขาบท เธอจงฟังสิกขาบทที่เราบัญญัติ ณ กรุงโกสัมพี ตามลำดับต่อไป สิกขาบทว่าด้วยการสร้างวิหารใหญ่ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุเป็นคนว่ายากสอนยาก สิกขาบทว่าด้วยการกล่าวกลบเกลื่อน สิกขาบทว่าด้วยการติดตั้งบานประตู สิกขาบทว่าด้วยการดื่มสุราและเมรัย สิกขาบทว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อ ต่อคำตักเตือน สิกขาบทว่าด้วยกล่าวตักเตือนโดยชอบธรรม สิกขาบทว่าด้วยการฉันน้ำนมเสียงดังซู้ดๆ รวม ๘ สิกขาบท เธอจงฟังสิกขาบทที่เราบัญญัติ ณ กรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ (๘ สิกขาบท)ตามลำดับต่อไป สิกขาบทว่าด้วยการให้ซักขนเจียม สิกขาบทว่าด้วยบาตรมีรอยซ่อม ๕ แห่ง สิกขาบทว่าด้วยเข้าไปสั่งสอนภิกษุณีถึงที่อยู่ สิกขาบทว่าด้วยขอเภสัช @เชิงอรรถ : @ สิกขาบทว่าด้วยการกระทำที่น่าตำหนิ หมายถึงปาฏิเทสนียะ ๑๐ สิกขาบท คือ ปาฏิเทสนียะ สิกขาบท@ที่ ๑ ที่ ๓ ของภิกษุ (วิ.มหา. (แปล) ๒/๕๕๒/๖๒๗, ๕๖๒/๖๓๕) และปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๑-๘@ของภิกษุณี (วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๑๒๒๘/๓๘๕, ๓/๑๒๓๔/๓๘๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๘}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๒. จตุวิบัติ สิกขาบทว่าด้วยการทำกล่องเข็ม สิกขาบทว่าด้วยการอยู่ในเสนาสนะป่า สิกขาบทว่าด้วยการใช้น้ำชำระ สิกขาบทว่าด้วยการไม่ไปรับโอวาท เรากล่าวไว้ในหมู่ภิกษุณี เธอจงฟังสิกขาบทที่เราบัญญัติ ณ ภัคคชนบท ตามลำดับต่อไป สิกขาบทว่าด้วยก่อไฟผิง สิกขาบทว่าด้วยการจับภาชนะน้ำดื่มด้วยมือเปื้อนอามิส สิกขาบทว่าด้วยการเทน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวสุกในละแวกบ้าน สิกขาบททั้งหลาย คือ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๗ นิสสัคคีย์ ๘ ขุททกะ ๓๒ สิกขาบทที่น่าตำหนิ(ปาฏิเทสนียะ) ๒ เสขิยวัตร ๓ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ บัญญัติ ณ ๖ พระนคร รวม ๕๖ สิกขาบท พระโคดมผู้มีพระยศทรงบัญญัติ ณ กรุงสาวัตถี รวมทั้งหมด ๒๙๔ สิกขาบท” ๒. จตุวิบัติ ว่าด้วยวิบัติ ๔ ทรงพยากรณ์อาบัติหนัก และอาบัติเบา เป็นต้น
พระอุบาลีกราบทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายได้ทูลถามปัญหาข้อใดกับพระองค์ พระองค์ได้ตรัสแก้ปัญหาข้อนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทูลถามเรื่องใดๆ พระองค์ก็ได้ทรงแก้เฉพาะเรื่องนั้นๆ โดยมิได้ทรงแก้โดยประการอื่น ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอทูลถามปัญหาข้ออื่นกับพระองค์ ขอพระองค์โปรดตอบปัญหาข้อนั้นต่อไป คือ อาบัติหนัก อาบัติเบา อาบัติที่มีส่วนเหลือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๐๙}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๒. จตุวิบัติ อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ อาบัติชั่วหยาบ อาบัติที่ไม่ชั่วหยาบ สิกขาบทเป็นยาวตติยกะ สิกขาบททั่วไป สิกขาบทไม่ทั่วไป สิกขาบทที่จำแนกไว้ระงับด้วยสมถะ ๑ ขอพระองค์ได้โปรดชี้แจงเรื่องนั้นแม้ทั้งหมดเถิด ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะฟังพระดำรัสของพระองค์” พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “อาบัติหนักมี ๓๑ ในอาบัติหนักเหล่านั้น อาบัติไม่มีส่วนเหลือมี ๘ อาบัติหนักจัดเป็นอาบัติชั่วหยาบ อาบัติชั่วหยาบจัดเป็นสีลวิบัติ สีลวิบัติ และอาจารวิบัติ ปาราชิก สังฆาทิเสส เรียกว่า สีลวิบัติ ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต คือ ด่าด้วยประสงค์จะล้อเล่น อาบัตินี้นั้น รวมเรียกว่า อาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ บุคคลมีปัญญาเขลาทั้งหลาย ถูกโมหะครอบงำ ถูกอสัทธรรมรุมล้อม ยึดถือความเห็นวิปริต กล่าวตู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นี้นั้น รวมเรียกว่า ทิฏฐิวิบัติ อาชีววิบัติ ภิกษุมีความปรารถนาชั่ว ถูกความอยากครอบงำ กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีอยู่ ไม่เป็นจริง เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุทำหน้าที่ชักสื่อ เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุกล่าวว่า ภิกษุรูปใด@เชิงอรรถ : @ เพราะเหตุแห่งอาชีวะ คือมุ่งเลี้ยงชีวิต (วิสุทฺธิ.มหา.ฏีกา ๑/๑๑๖/๖๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๑๐}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๓. เฉทนกาทิ อยู่ในวิหารของท่าน ภิกษุรูปนั้น เป็นพระอรหันต์ เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุออกปากขอโภชนะอันประณีตมาเพื่อตนแล้วฉัน เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะ ภิกษุณีออกปากขอโภชนะอันประณีตมาเพื่อตนแล้วฉัน เพราะเหตุแห่งอาชีวะ ภิกษุไม่อาพาธออกปากขอแกงหรือข้าวสุกมาเพื่อตนแล้วฉัน เพราะเหตุแห่งอาชีวะ เพราะการณ์แห่งอาชีวะนี้นั้น รวมเรียกว่า อาชีววิบัติยาวตติยกสิกขาบท ยาวตติยกะ ๑๑ สิกขาบทนั้น เธอจงฟังตามลำดับต่อไป อุกขิตตานุวัตติกาสิกขาบท ยาวตติยกสังฆาทิเสส ๘ สิกขาบท อริฏฐสิกขาบท จัณฑกาลีสิกขาบท สิกขาบทเหล่านี้นั้น ชื่อว่า ยาวตติยกสิกขาบท” ๓. เฉทนกาทิ ว่าด้วยเฉทนกสิกขาบท เป็นต้น ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบท และเภทนกสิกขาบท เป็นต้น
พระอุบาลีกราบทูลว่า “สิกขาบทว่าด้วยการตัดมีเท่าไร สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมีเท่าไร สิกขาบทว่าด้วยการรื้อมีเท่าไร สิกขาบทในปาจิตตีย์ว่าด้วยไม่มีอะไรอื่นมีเท่าไร สิกขาบทว่าด้วยการสมมติภิกษุมีเท่าไร สิกขาบทว่าด้วยการทำที่สมควรมีเท่าไร สิกขาบทที่ว่าด้วยอย่างยิ่งมีเท่าไร สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ทรงบัญญัติว่า ‘รู้อยู่’ มีเท่าไร” @เชิงอรรถ : @ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๖๖๘/๑๔ @ สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑๐-๑๑-๑๒-๑๓ ของภิกษุและสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๗-๘-๙-๑๐ ของภิกษุณี@ สิกขาบทที่ ๖ แห่งตุวัฏฏวรรค วิ.ภิกฺขุนี. (แปล) ๓/๙๕๕/๒๒๖
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๘ หน้า : ๕๑๑}
พระวินัยปิฎก ปริวาร [คาถาสังคณิกะ] ๔. อสาธารณาทิ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “สิกขาบทว่าด้วยการตัดมี ๖ สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมี ๑ สิกขาบทว่าด้วยการรื้อมี ๑ สิกขาบทในปาจิตตีย์ว่าด้วยไม่มีอะไรอื่นมี ๔ สิกขาบทว่าด้วยการสมมติภิกษุมี ๔ สิกขาบทว่าด้วยการกระทำที่สมควรมี ๗ สิกขาบทที่ว่าด้วยอย่างยิ่งมี ๑๔ สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ทรงบัญญัติว่า‘รู้อยู่’ มี ๑๖ สิกขาบท”
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
คาถาสงฺคณิกํ
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๘ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๘ ปริวาร คาถาสังคณิกะ ท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา
เอกํสํ จีวรํ กตฺวา ปคฺคณฺหิตฺวาน อญฺชลึ อาสึสมานรูโป ว กิสฺส ตฺวํ อิธมาคโต ฯ ทฺวีสุ วินเยสุ ปญฺญตฺตา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ กติ เต สิกฺขาปทา โหนฺติ กตีสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ ภทฺทโก เต อุมฺมงฺโค โยนิโส ปริปุจฺฉสิ ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ ยถาปิ กุสโล ตถา ฯ ทฺวีสุ วินเยสุ ปญฺญตฺตา อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ อฑฺฒุฑฺฒสตานิ เต โหนฺติ สตฺตสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านห่มผ้าเฉวียงบ่า ประนมมือดูเหมือน มีความมุ่ง มา ณ สถานที่นี้ เพื่อประสงค์อะไร? ท่านพระอุบาลีกราบทูลว่า สิกขาบทที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ในวินัยทั้งสอง ย่อมมาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถ สิกขาบทเหล่านั้น มีเท่าไร? ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนครกี่แห่ง? พ. ปัญญาของท่านดี ท่านสอบถามโดยแยบคาย เพราะฉะนั้นเราจักบอกแก่ท่านตามที่ท่านเป็นผู้ฉลาดถาม. สิกขาบทที่บัญญัติไว้ในวินัยทั้งสอง ย่อมมาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถสิกขาบทเหล่านั้นมี ๓๕๐ สิกขาบท ตถาคตบัญญัติไว้ ณ พระนคร ๗ แห่ง.
กตเมสุ สตฺตสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ อิงฺฆ เม ตฺวํ พฺยากร นํ ฯ ตว วจนปถํ นิสามยิตฺวา ปฏิปชฺเชม หิตาย โน สิยา ฯ เวสาลิยา ราชคเห สาวตฺถิยา จ อาฬวิยา โกสมฺพิยา จ สกฺเกสุ ภคฺเคสุ เจว ปญฺญตฺตา ฯ
อุ. สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนคร ๗ แห่งๆ ไหนบ้าง? ของพระองค์ได้โปรดแจ้งพระนคร ๗ แห่งนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้าๆ ได้ฟังทางแห่งพระดำรัสของพระองค์แล้ว จะปฏิบัติข้อนั้นจะพึงมีเพื่อความเกื้อกูลแก่พวกข้าพระพุทธเจ้า. พ. สิกขาบทเหล่านั้น บัญญัติไว้ ณ พระนครเวสาลี ๑ พระนครราชคฤห์ ๑พระนครสาวัตถี ๑ พระนครอาฬวี ๑ พระนครโกสัมพี ๑ สักกชนบท ๑ ภัคคชนบท ๑. สิกขาบทบัญญัติ
กติ เวสาลิยา ปญฺญตฺตา กติ ราชคเห กตา สาวตฺถิยา กติ โหนฺติ กติ อาฬวิยา กตา กติ โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตา กติ สกฺเกสุ วุจฺจนฺติ กติ ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ ทสเวสาลิยา ปญฺญตฺตา เอกวีสา ราชคเห กตา ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา ฉ อาฬวิยา ปญฺญตฺตา อฏฺฐ โกสมฺพิยา กตา อฏฺฐ สกฺเกสุ วุจฺจนฺติ ตโย ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา ฯ เย เวสาลิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ เมถุนํ วิคฺคหุตฺตริ อติเรกญฺจ กาฬกํ ภูตํ ปรมฺปราภตฺตํ ทนฺตโปเณน อเจลโก ภิกฺขุนีสุ จ อกฺโกโส ทเสเต เวสาลิยา กตา ฯ เย ราชคเห ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ อทินฺนาทานํ ราชคเห เทฺว จ อนุทฺธํสนา เทฺวปิ จ เภทา อนฺตรวาสกํ รูปิยํ สุตฺตํ อุชฺฌาปนเกน จ ปาจิตปิณฺฑํ คณโภชนํ วิกาเล จาริตฺตํ นฺหานํ อูนวีส จีวรํ ทตฺวา โวสาสนฺตี เอเต ราชคเห กตา ฯ คิรคฺคจริยา ตตฺเถว ฉนฺททาเนน เอกวีสติ ฯ เย สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสา ภวนฺติ โสฬส อนิยตา เทฺว โหนฺติ นิสฺสคฺคิยา จตุวีสติ ฉปฺปญฺญาสสตญฺเจว ขุทฺทกานิ ปวุจฺจเร ทส คารยฺหา เทฺวสตฺตติ เสขิยา ฯ ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา ฯ เย อาฬวิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ กุฏิโกสิยเสยฺยา จ ขณเน คจฺฉ เทวเต สปฺปาณกญฺจ สิญฺจนฺติ ฉ เอเต อาฬวิยา กตา ฯ เย โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ มหาวิหาโร โทวจสฺสํ อญฺญํ ทฺวารํ สุราย จ อนาทริยํ สหธมฺโม จ ปโยปาเนน อฏฺฐมํ ฯ เย สกฺเกสุ ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ เอฬกโลมานิ ปตฺโต จ โอวาโทปิ จ เภสชฺชํ สูจิ อารญฺญโก เจว ฉ เอเต กาปิลวตฺถเว ฯ อุทเก สุทฺธิยา โอวาโท ภิกฺขุนีสุ ปวุจฺจติ ฯ เย ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพนฺติ สามิเสน สสิตฺถกํ ฯ ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสานิ ภวนฺติ สตฺต นิสฺสคฺคิยานิ อฏฺฐ ทฺวตฺตึสติ จ ขุทฺทกา เทฺวคารยฺหา ตโย เสขา ฉปฺปญฺญาส ฉสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา โคตเมน ยสสฺสินา ฯ
อุ. สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนครเวสาลี มีเท่าไร? ณ พระนครราชคฤห์ มีเท่าไร? ณ พระนครสาวัตถี มีเท่าไร? ณ พระนครอาฬวีมีเท่าไร? ณ พระนครโกสัมพี มีเท่าไร? ณ สักกชนบท มีเท่าไร? ณภัคคชนบท มีเท่าไร? พระองค์อันข้าพระพุทธเจ้าทูลถามแล้ว ขอได้โปรดตอบข้อนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้า. พ. สิกขาบทที่บัญญัติไว้ ในพระนครเวสาลีมี ๑๐ สิกขาบท. ในพระนครราชคฤห์มี ๒๑ สิกขาบท. ในพระนครสาวัตถี รวมทั้งหมด มี๒๙๔ สิกขาบท. ในพระนครอาฬวี มี ๖ สิกขาบท. ในพระนครโกสัมพี มี๘ สิกขาบท. ในสักกชนบทมี ๘ สิกขาบท. ในภัคคชนบท. มี ๓สิกขาบท. สิกขาบทเหล่าใดได้บัญญัติไว้ในพระนครเวสาลี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นตามที่จะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยเสพเมถุน ๑สิกขาบทว่าด้วยฆ่ามนุษย์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยอวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีจริง ๑ สิกขาบทว่าด้วยทรงอติเรกจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยหล่อสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน ๑ สิกขาบทว่าด้วยอวดอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง ๑สิกขาบทว่าด้วยภัตรทีหลัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม้ชำระฟัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ของเคี้ยวของฉันแก่อเจลก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีด่าภิกษุ ๑ รวมสิกขาบทที่บัญญัติไว้ในพระนครเวสาลี เป็น ๑๐ สิกขาบท สิกขาบทเหล่าใดที่บัญญัติไว้ในพระนครราชคฤห์ ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ตามที่จะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ณ พระนครราชคฤห์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยตามกำจัดภิกษุรวม ๒สิกขาบทว่าด้วยทำลายสงฆ์และประพฤติตามรวม ๒, สิกขาบทว่าด้วยรับอันตรวาสก ๑, สิกขาบทว่าด้วยแลกเปลี่ยนรูปิยะ ๑, สิกขาบทว่าด้วยขอด้าย ๑, สิกขาบทว่าด้วยบ่นว่า ๑, สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะที่ภิกษุณีแนะให้เขาถวาย ๑ สิกขาบทว่าด้วยอาหารในโรงทาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันหมู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยเที่ยวไปในสกุล ๑ สิกขาบทว่าด้วยอาบน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยบวชคนมีอายุไม่ครบ ๑สิกขาบทว่าด้วยให้จีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะที่ภิกษุณียืนสั่งเสีย ๑สิกขาบทว่าด้วยเที่ยวยอดเขา ๑ สิกขาบทว่าด้วยจาริก ๑ สิกขาบทเหล่านี้บัญญัติไว้ในพระนครราชคฤห์ รวมกับการให้ฉันทะในกรรมนั้นแหละ เป็น ๒๑ สิกขาบท. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครสาวัตถี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ตามที่กล่าวต่อไป. ปาราชิก ๔ ของภิกษุณี สังฆาทิเลส ๑๖อนิยต ๒ นิสสัคคียะ ๒๔ สิกขาบทที่เรียกว่าขุททกสิกขาบทมี ๑๕๖สิกขาบทที่ควรติเตียน ๑๐ สิกขาบทเสขิยวัตร ๗๒ สิกขาบท รวมสิกขาบททั้งหมดที่บัญญัติไว้ ในพระนครสาวัตถี ๒๙๔ สิกขาบท. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครอาฬวี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยให้ทำกุฎี ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำสันถัตเจือไหม ๑ สิกขาบทว่าด้วยนอนร่วมกับอนุปสัมบัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยขุดดิน ๑ สิกขาบทว่าด้วยพรากภูตคาม ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้ำมีตัว-สัตว์เอารดหญ้าหรือดิน ๑ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๖ สิกขาบท บัญญัติไว้ในพระนครอาฬวี. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครโกสัมพี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป สิกขาบทว่าด้วยให้ทำวิหารใหญ่ ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุว่ายากสอนยาก ๑ สิกขาบทว่าด้วยแกล้งพูดคำอื่นกลบเกลื่อน ๑ สิกขาบทว่าด้วยกรอบประตู ๑ สิกขาบทว่าด้วยดื่มสุราเมรัย ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อ ๑ สิกขาบทว่าด้วยว่ากล่าวโดยชอบธรรม ๑ รวมเป็น ๘ สิกขาบททั้งดื่มน้ำนม. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในสักกชนบท ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยให้ซักขนเจียม ๑ สิกขาบทว่าด้วยบาตรมีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยสั่งสอนภิกษุณีถึงที่อยู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอเภสัช ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่องเข็ม ๑สิกขาบทว่าด้วยเสนาสนะป่า ๑ รวม ๖ สิกขาบทนี้บัญญัติไว้ ณ พระนครกบิลพัสดุ์ สิกขาบทว่าด้วยทำความสะอาดด้วยน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่รับโอวาท ๑ ตถาคตได้กล่าวไว้ในหมู่ภิกษุณี. สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในภัคคชนบท ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยติดไฟผิง ๑ สิกขาบทว่าด้วยมือเปื้อนอามิส ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวสุก ๑ สิกขาบทเหล่านั้น คือ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๗ นิสสัคคิยะ ๘ ขุททกะ ๓๒ปาฏิเทสนียะสิกขาบทที่น่าติ ๒ เสขิยวัตร ๓ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ บัญญัติไว้ใน ๖ พระนคร รวม ๕๖ สิกขาบทในพระนครสาวัตถี พระโคดมผู้มียศ บัญญัติไว้ทั้งหมดรวม ๒๙๔ สิกขาบท. ทรงพยากรณ์อาบัติหนักและอาบัติเบาเป็นต้น
ยนฺตฺวํ อปุจฺฉิมฺหา อกิตฺตยี โน ตนฺตํ พฺยากตํ อนญฺญถา ฯ อญฺญนฺตํ ปุจฺฉาม ตทิงฺฆ พฺรูหิ ฯ ครุกํ ลหุกํ จาปิ สาวเสสํ อนวเสสํ ทุฏฺฐุลฺลญฺจ อทุฏฺฐุลฺลํ เย จ ยาวตติยกา สาธารณํ อสาธารณํ วิปตฺติโย จ เยหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ สพฺพานิ เปตานิ วิยากโรหิ ฯ หนฺท วากฺยํ สุโณม เต ฯ เอกตึสา เย ครุกา อฏฺเฐตฺถ อนวเสสา เย ครุกา เต ทุฏฺฐุลฺลา เย ทุฏฺฐุลฺลา สา สีลวิปตฺติ ฯ ปาราชิกํ สงฺฆาทิเสโส สีลวิปตฺตีติ วุจฺจติ ฯ ถุลฺลจฺจยํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ ทุพฺภาสิตํ โยจายํ อกฺโกสติ หสฺสาธิปฺปาโย ฯ อยํ สา อาจารวิปตฺติสมฺมตา ฯ
อุ. ข้าพระพุทธเจ้า ได้ทูลถามปัญหาข้อใดกะพระองค์ พระองค์ได้ทรงแก้ปัญหาข้อนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้า ได้ทรงแก้ปัญหานั้นๆ โดยมิได้เป็นอย่างอื่น. ข้าพระพุทธเจ้า ขอทูลถามปัญหาข้ออื่นกะพระองค์ ขอพระองค์โปรดตอบปัญหานั้นต่อไป. คือ อาบัติหนัก ๑ อาบัติเบา ๑ อาบัติมีส่วนเหลือ ๑ อาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ อาบัติชั่วหยาบ ๑ อาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑สิกขาบทเป็นยาวตติยกะ ๑ สิกขาบททั่วไป ๑ สิกขาบทไม่ทั่วไป ๑สิกขาบทที่จำแนกไว้ระงับด้วยสมถะเหล่าใด ๑ ขอพระองค์ได้โปรดชี้แจงสิกขาบทนี้แม้ทั้งมวล. พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าจะฟังพระดำรัสของพระองค์. พ. อาบัติหนักมี ๓๑ ศีลวิบัติและอาจารวิบัติในอาบัติหนักเหล่า-นั้น อาบัติปาราชิกที่ไม่มีส่วนเหลือมี ๘ อาบัติใดหนัก อาบัตินั้นชั่วหยาบอาบัติใดชั่วหยาบ อาบัตินั้นเป็นศีลวิบัติ. อาบัติปาราชิก อาบัติสังฆาทิเสสเรียกชื่อว่าศีลวิบัติ. อาบัติถุลลัจจัย ปาจิตติยะ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏทุพภาสิตคือด่าประสงค์จะล้อเล่น อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่า อาจารวิบัติ. ทิฏฐิวิบัติ
วิปรีตทิฏฺฐึ คณฺหนฺติ อสทฺธมฺเมหิ ปุรกฺขตา อพฺภาจิกฺขนฺติ สมฺพุทฺธํ ทุปฺปญฺญา โมหปารุตา อยํ สา ทิฏฺฐิวิปตฺติสมฺมตา ฯ
บุคคลมีปัญญาเขลา อันโมหะครอบงำ ถูกอสัทธรรมรุมล้อมย่อมถือทิฏฐิ-วิบัติกล่าวตู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่าทิฏฐิวิบัติ. อาชีววิบัติ
อาชีวเหตุ อาชีวการณา ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา โย เต วิหาเร วสติ โส ภิกฺขุ อรหาติ ภณติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุนี ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ ฯ อยํ สา อาชีววิปตฺติสมฺมตา ฯ
ภิกษุผู้ปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ ย่อมอวดอุตตริมนุสสธรรมอันไม่มีไม่เป็นจริง เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุถึงความเที่ยวชักสื่อ เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุกล่าวว่าภิกษุใดอยู่ในวิหารของท่านภิกษุนั้นเป็นอรหันต์ เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุณีขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุไม่อาพาธขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่า อาชีววิบัติ. ยาวตติยกะสิกขาบท
เอกาทส ยาวตติยกา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา อฏฺฐ ยาวตติยกา อริฏฺโฐ จณฺฑกาลี จ อิเม เต ยาวตติยกา ฯ
ยาวตติยกะสิกขาบท ๑๑ นั้น ท่านจงฟัง ดังจะกล่าวต่อไป อุกขิตตานุวัตติกสิกขาบท ๑ ยาวตติยกะสิกขาบท ๘ อริฏฐสิกขาบท ๑ จัณฑกาลิสิกขาบท ๑สิกขาบทเหล่านี้นั้นชื่อยาวตติยกะสิกขาบท. ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบทและเภทนกสิกขาบทเป็นต้น
กติ เฉทนกานิ กติ เภทนกานิ กติ อุทฺทาลนกานิ กติ อนญฺญปาจิตฺติยานิ กติ ภิกฺขุสมฺมติโย กติ สามีจิโย กติ ปรมานิ กติ ชานนฺติ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ ฉ เฉทนกานิ เอกํ เภทนกํ เอกํ อุทฺทาลนกํ จตฺตาริ อนญฺญปาจิตฺติยานิ จตสฺโส ภิกฺขุสมฺมติโย สตฺต สามีจิโย จุทฺทส ปรมานิ โสฬส ชานนฺติ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
อุ. สิกขาบทว่าด้วยการตัดมีเท่าไร? สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมีเท่าไร?สิกขาบทว่าด้วยการรื้อมีเท่าไร? สิกขาบทว่าเป็นปาจิตตีย์มิใช่อื่นมีเท่าไร? สิกขาบทว่าด้วยการสมมติภิกษุมีเท่าไร? สิกขาบทที่ว่าเป็นความชอบ มีเท่าไร? สิกขาบทที่ว่าอย่างยิ่งมีเท่าไร?สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ทรงบัญญัติว่ารู้อยู่ มีเท่าไร? พ. สิกขาบทว่าด้วยการตัดมี ๖ สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมี ๑ สิกขาบทว่าด้วยการรื้อมี ๑ สิกขาบทที่ว่าเป็นปาจิตตีย์มิใช่อื่นมี ๔ สิกขาบทว่าด้วยการสมมติภิกษุมี ๔ สิกขาบทที่ว่าเป็นความชอบมี ๗ สิกขาบทที่ว่าอย่างยิ่งมี ๑๔ สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์บัญญัติไว้ว่ารู้อยู่มี ๑๖.