๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๔–๖๙ลำดับ 45 จาก 412 ในอปทานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระภัททิยกาฬิโคธายบุตรเถระ (พระภัททิยกาฬิโคธายบุตรเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ประชุมชนทั้งปวงเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้มีพระทัยประกอบด้วยเมตตา เป็นพระมหามุนี ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของสัตว์โลกทั้งปวง
ชนทั้งปวงย่อมถวายอามิส คือสัตตุก้อน สัตตุผง น้ำ และข้าวแด่พระศาสดา และในสงฆ์ผู้เป็นเนื้อนาบุญอย่างยอดเยี่ยม
แม้ข้าพเจ้าก็จะนิมนต์พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด และสงฆ์ผู้ยอดเยี่ยม ถวายทานแด่พระผู้มีพระภาค ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ผู้คงที่
และข้าพเจ้าส่งคนไปให้นิมนต์พระตถาคต และภิกษุสงฆ์ทั้งสิ้นผู้เป็นนาบุญอย่างยอดเยี่ยม
ข้าพเจ้าจัดตั้งบัลลังก์ทอง ๑๐๐,๐๐๐ ตัว ลาดด้วยเครื่องลาดผ้าโกเชาว์ผืนใหญ่ มีขนยาว ด้วยเครื่องลาดลายดอกไม้ยัดด้วยนุ่น และด้วยผ้าเปลือกไม้และผ้าฝ้าย เป็นอาสนะที่ควรค่ามากสมควรแด่พระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ @เชิงอรรถ : @ เทพมีอยู่ ๓ จำพวก คือ สมมติเทพ อุปปัตติเทพ และวิสุทธิเทพ ในที่นี้มีนัยว่า พระผู้มีพระภาคเป็น@ผู้ยิ่งใหญ่กว่าเทพทุกจำพวก (วิสุทฺธิ.ฏีกา. ๑/๑/๙)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๓. ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน ผู้องอาจกว่านรชน มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม เสด็จเข้ามาใกล้ประตู(บ้าน)ของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดีได้ต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก มีพระยศแล้วนำเสด็จมาเรือนของตน
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้อังคาสภิกษุ ๑๐๐,๐๐๐ รูป และพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก จนอิ่มหนำด้วยข้าวชั้นดี
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้วได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่ถวายอาสนะทองคำ ลาดด้วยผ้าขนสัตว์ ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
เขาจักครองเทวสมบัติ มีเหล่านางเทพอัปสรห้อมล้อม เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ชาติ
เขาจักเป็นเจ้าประเทศราชครองแผ่นดิน ๑,๐๐๐ ชาติ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๑ ชาติ
เขาจักเป็นผู้มีตระกูลสูง ในภพกำเนิดทั้งปวง ภายหลังเขาถูกกุศลมูลตักเตือนจึงบวช มีนามว่าภัททิยะ เป็นสาวกของพระศาสดา @เชิงอรรถ : @ โคนกตฺถตํ ปูผ้าโกเชาว์สีดำขนยาว ๔ องคุลี (โคนกตฺถโตติ จตุรงฺคุลาธิกโลเมน กาฬโกชเวน อตฺถโต. @องฺ.ติก.อ. ๒/๓๕/๑๓๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๑๗๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๕. อุปาลิวรรค] ๔. สันนิฏฐาปกเถราปทาน
ข้าพเจ้าเป็นผู้หมั่นประกอบวิเวก อาศัยอยู่ในเสนาสนะที่สงัด ผลทั้งปวง ข้าพเจ้าก็บรรลุแล้ว วันนี้ ข้าพเจ้าเป็นผู้สละกิเลสได้แล้ว
พระผู้มีพระภาคผู้เป็นสัพพัญญูผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ทรงทราบคุณสมบัติทั้งปวงของข้าพเจ้าแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ทรงแต่งตั้งข้าพเจ้าไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะ
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทานที่ ๓ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ตติยํ ภทฺทิยกาฬิโคธายปุตฺตตฺเถราปทานํ (๔๓)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทานที่ ๓ (๔๓) ว่าด้วยผลแห่งการถวายอาสนะทอง
|๔๕.๕๔| ปทุมุตฺตรสมฺพุทฺธํ เมตฺตจิตฺตํ มหามุนึ อุเปติ ชนตา สพฺพา สพฺพโลกคฺคนายกํ ฯ |๔๕.๕๕| สตฺตุกญฺจ ปวากญฺจ อามิสมฺปานโภชนํ ททนฺติ สตฺถุโน สพฺเพ ปุญฺญกฺเขตฺเต อนุตฺตเร ฯ |๔๕.๕๖| อหมฺปิ ทานํ ทสฺสามิ เทวเทวสฺส ตาทิโน พุทฺธเสฏฺฐํ นิมนฺเตตฺวา สงฺฆมฺปิ จ อนุตฺตรํ ฯ |๔๕.๕๗| อุยฺโยชิตา มยา เจเต นิมนฺเตสุํ ตถาคตํ เกวลํ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ ปุญฺญกฺเขตฺตํ อนุตฺตรํ ฯ |๔๕.๕๘| สตสหสฺสปลฺลงฺกํ โสวณฺณํ โคนกตฺถตํ ตุลิกาปฏลิกาย โขมกปฺปาสิเกหิ จ ฯ มหารหํ ปญฺญาปยึ อาสนํ พุทฺธยุตฺตกํ |๔๕.๕๙| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู เทวเทโว นราสโภ ฯ ภิกฺขุสงฺฆปริพฺยุโฬฺห มม ทฺวารํ อุปาคมิ |๔๕.๖๐| ปจฺจุคฺคนฺตฺวาน สมฺพุทฺธํ โลกนาถํ ยสสฺสินํ ฯ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน อตินามยิ สฆรํ |๔๕.๖๑| ภิกฺขูนํ สตสหสฺสํ พุทฺธญฺจ โลกนายกํ ฯ ปสนฺนจิตฺโต สุมโน ปรมนฺเนน ตปฺปยึ |๔๕.๖๒| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ฯ ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ |๔๕.๖๓| เยนิทํ อาสนํ ทินฺนํ โสวณฺณํ โคนกตฺถตํ ฯ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต |๔๕.๖๔| จตุสตฺตติกฺขตฺตุํ โส เทวรชฺชํ กริสฺสติ ฯ อนุโภสฺสติ สมฺปตฺตึ อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต |๔๕.๖๕| ปเทสรชฺชํ สหสฺสํ วสุธํ อาวสิสฺสติ ฯ เอกปญฺญาสกฺขตฺตุญฺจ จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ |๔๕.๖๖| สพฺพาสุ ภวโยนีสุ อุจฺจากุลี ภวิสฺสติ ฯ โส จ ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวา สุกฺกมูเลน โจทิโต ภทฺทิโย นาม นาเมน เหสฺสติ สตฺถุ สาวโก ฯ |๔๕.๖๗| วิเวกมนุยุตฺโตมฺหิ ปนฺตเสนนิวาสหํ ผลํ วาธิคตํ สพฺพํ จิตฺตเกฺลโสมฺหิ อชฺชหํ ฯ |๔๕.๖๘| มม สพฺพํ อภิญฺญาย สพฺพญฺญู โลกนายโก ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ ฯ |๔๕.๖๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ภทฺทิโย กาฬิโคธายปุตฺโต เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ภทฺทิยสฺส กาฬิโคธายปุตฺตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
หมู่ชนทั้งปวงเข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงมีจิตเมตตา เป็นมหามุนีอัครนายกของโลกทั้งปวง ชนทั้งปวงย่อมถวายอามิส คือ สัตตุก้อน สัตตุผง น้ำและข้าวแก่พระศาสดา และในสงฆ์ผู้เป็นนาบุญ ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า แม้เราก็จักนิมนต์พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุดและสงฆ์ ผู้ยอดเยี่ยมแล้ว จักถวายทาน แก่พระผู้มีพระภาคผู้ประเสริฐกว่าเทวดา ผู้คงที่ คนเหล่านี้เราส่งไปให้นิมนต์พระตถาคต และภิกษุสงฆ์ทั้งสิ้น ผู้เป็นนาบุญ ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า บัลลังก์ทอง ๑ แสน ลาดด้วย เครื่องลาดวิเศษมีขนยาว ด้วยเครื่องลาดยัดนุ่น เครื่องลาดมีรูปดอกไม้ ผ้าเปลือกไม้และผ้าฝ้าย เราได้ให้จัดตั้งอาสนะอันควรค่ามาก สมควรแด่ พระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระผู้ทรงรู้แจ้งโลก ประเสริฐ กว่าเทวดา ผู้องอาจกว่านระ แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เสด็จเข้ามาสู่ประตู บ้านเรา เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส ต้อนรับพระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนาถะ ของโลก ทรงมียศ แล้วนำเสด็จมาสู่เรือนของตน เรามีจิตเลื่อมใส มีใจโสมนัส อังคาสภิกษุ ๖ แสน และพระพุทธเจ้าผู้นายกของโลก ให้อิ่มหนำด้วยข้าวชั้นพิเศษ พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้ทรงรู้แจ้ง โลก ทรงรับเครื่องบูชาแล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ได้ตรัส พระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดถวายอาสนะทองอันลาดด้วยเครื่องลาดวิเศษมีขน ยาวนี้ เราจักพยากรณ์ผู้นั้น ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าว ผู้นั้นจักได้เป็น ท้าวเทวราช อันนางอัปสรแวดล้อม เสวยสมบัติอยู่ ๗๔ ครั้ง จักได้เป็น พระเจ้าประเทศราช ครอบครองพสุธา ๑๐๐๐ ครั้ง จักได้เป็นพระเจ้า จักรพรรดิ ๕๑ ครั้ง จักเป็นผู้มีสกุลสูงในกำเนิดและภพทั้งปวง ภายหลัง ผู้นั้นอันกุศลมูลตักเตือนแล้วจักบวช จักได้เป็นพระสาวกของพระศาสดา มีนามชื่อว่า ภัททิยะ เราเป็นผู้ขวนขวายภายในวิเวก มีปกติอยู่ใน เสนาสนะอันสงัด ผลทั้งปวงเราบรรลุแล้ว วันนี้ เราเป็นผู้ไม่มีความ เศร้าหมองจิต พระสัพพัญญูผู้นายกของโลก ทรงทราบคุณทั้งปวงของเรา แล้ว ประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ทรงตั้งเราไว้ในเอตทัคคสถาน คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำ ให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ภัททิยกาฬิโคธายปุตตเถราปทาน -----------------------------------------------------