๙. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๒๘–๖๔๓ลำดับ 11 จาก 412 ในอปทานพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 16 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๙. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน ๙. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระขทิรวนิยเรวตเถระ (พระขทิรวนิยเรวตเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
แม่น้ำภาคีรถี ไหลมาจากภูเขาหิมพานต์ ข้าพเจ้าเกิดเป็นนายเรือ อยู่ที่ท่าน้ำไม่ราบเรียบ พาคนส่งข้ามฟากจากฝั่งโน้นมาฝั่งนี้
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงเป็นผู้นำ ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย พร้อมกับพระขีณาสพ ๑๐๐,๐๐๐ รูป ผู้ได้วสี จักข้ามกระแสแม่น้ำคงคา
ข้าพเจ้าได้นำเรือมาจอดรวมกันไว้จำนวนมาก แล้วจัดประทุนที่นายช่างประกอบอย่างดีไว้บนเรือ ต้อนรับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้องอาจกว่านรชน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ศาสดาได้เสด็จมาขึ้นเรือนั้นแล้ว ประทับอยู่ท่ามกลางน้ำ ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
นายเรือที่ได้พาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะส่งข้ามฟาก จักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลกด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
วิมานที่บุญกรรมตกแต่งไว้อย่างดี มีสัณฐานดุจเรือ จักเกิดขึ้นแก่ท่าน จักมีหลังคาดอกไม้กั้นอยู่ในอากาศทุกเมื่อ
ในกัปที่ ๕๘ นายเรือผู้นี้ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าตารณะ เป็นใหญ่ มีชัยชนะในทวีปทั้ง ๔
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๙. ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน
ในกัปที่ ๕๗ (นับจากกัปนี้ไป) จักเกิดเป็นกษัตริย์พระนามว่าจัมพกะ มีพลานุภาพมาก จักรุ่งเรืองดังดวงอาทิตย์อุทัย
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
นายเรือผู้นี้จุติจากสวรรค์ชั้นไตรทิพย์แล้วจักไปเกิดเป็นมนุษย์ เป็นบุตรของพราหมณ์มีนามว่าเรวตะ ตามโคตร
เขาถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักออกจากเรือนไปบวชในศาสนา ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม
หลังจากบวชแล้ว เขาจักประกอบความเพียร เจริญวิปัสสนา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
ข้าพเจ้ามีความเพียรสำหรับนำพาธุระ เป็นความเพียรที่นำมาซึ่งธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ ข้าพเจ้าทรงร่างกายซึ่งมีในภพสุดท้าย อยู่ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
กรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ใน ๑๐๐,๐๐๐ กัป แสดงผลแก่ข้าพเจ้าแล้วในอัตภาพสุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าหลุดพ้นดีแล้วดุจความเร็วแห่งลูกศรพ้นไปจากแล่ง เผากิเลสทั้งหลายได้แล้ว
แต่นั้น พระมุนีผู้มีพระปัญญามาก ทรงถึงที่สุดแห่งโลก(คือถึงความสิ้นทุกข์) ได้ทอดพระเนตรเห็นข้าพเจ้าผู้ยินดีในป่า จึงทรงตั้งข้าพเจ้าว่า เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุผู้อยู่ป่าเป็นวัตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๙๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑. พุทธวรรค] ๓. เถราปทาน ๑๐. อานันทเถราปทาน
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระขทิรวนิยเรวตเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ขทิรวนิยเรวตเถราปทานที่ ๙ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เอกาทสมํ ขทิรวนิยเรวตตฺเถราปทานํ (๙)
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑ ขทิรวนิยเรวตเถราปทานที่ ๑๑ (๙) ว่าด้วยผลแห่งการจัดเรือนำข้ามฟาก
|๑๑.๖๒๕| คงฺคา ภาคีรสี นาม หิมวนฺตา ปภาวิตา กุติตฺเถ นาวิโก อาสึ โอริมํ จ ตเร อหํ ฯ |๑๑.๖๒๖| ปทุมุตฺตรนายโก สมฺพุทฺโธ ทิปทุตฺตโม วีสสตสหสฺเสหิ คงฺคาโสตํ ตริสฺสติ ฯ |๑๑.๖๒๗| พหู นาวา สมาเนตฺวา วฑฺฒกีหิ สุสงฺขตํ นาวาย ฉทนํ กตฺวา ปฏิมานึ นราสภํ ฯ |๑๑.๖๒๘| อาคนฺตฺวาน จ สมฺพุทฺโธ อารุยฺหิ นาวลญฺชกํ วาริมชฺเฌ ฐิโต สตฺถา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๑๑.๖๒๙| โย โส ตาเรสิ สมฺพุทฺธํ สงฺฆํ จาปิ อนาสวํ เตน จิตฺตปฺปสาเทน เทวโลเก รมิสฺสติ ฯ |๑๑.๖๓๐| นิพฺพตฺติสฺสติ เต พฺยมฺหํ สุกตํ นาวสณฺฐิตํ อากาเส ปุปฺผฉทนํ ธารยิสฺสติ สพฺพทา ฯ |๑๑.๖๓๑| อฏฺฐปญฺญาสกปฺปมฺหิ ตารโณ นาม ขตฺติโย จาตุรนฺโต วิชิตาวี จกฺกวตฺติ ภวิสฺสติ ฯ |๑๑.๖๓๒| สตฺตปญฺญาสกปฺปมฺหิ จมฺพโก นาม ขตฺติโย อุคฺคจฺฉนฺโตว สุริโย โชติสฺสติ มหาพโล ฯ |๑๑.๖๓๓| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม โคตฺเตน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๑๑.๖๓๔| ติทสาว จวิตฺวาน มนุสฺสตฺตํ คมิสฺสติ เรวโต นาม นาเมน พฺรหฺมพนฺธุ ภวิสฺสติ ฯ |๑๑.๖๓๕| อคารา นิกฺขมิตฺวาน สุกฺกมูเลน โจทิโต โคตมสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิสฺสติ ฯ |๑๑.๖๓๖| โส ปจฺฉา ปพฺพชิตฺวาน ยุตฺตโยโค วิปสฺสโก สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว ฯ |๑๑.๖๓๗| วิริยํ เม ธุรโธรยฺหํ โยคกฺเขมาธิวาหนํ ธาเรมิ อนฺติมํ เทหํ สมฺมาสมฺพุทฺธสาสเน ฯ |๑๑.๖๓๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา ขทิรวนิโย เรวตตฺเถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ ขทิรวนิยเรวตตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
แม่น้ำคงคาชื่อภาคีรสี เกิดแต่ประเทศหิมวันต์ เราเป็นนายเรืออยู่ที่ท่าอัน ขรุขระ ข้ามส่งคนจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ผู้นายกของโลก สูงสุดกว่าสรรพสัตว์ กับพระขีณาสพหนึ่งแสน จัก ข้ามกระแสแม่น้ำคงคา เรานำเรือมารวมไว้เป็นอันมากแล้วนำประทุนเรือ ที่นายช่างตกแต่งเป็นอันดีไว้ต้อนรับพระนราสภ ก็สัมพุทธเจ้าเสด็จมา แล้วเสด็จขึ้นเรือ พระศาสดาประทับยืน ณ ท่ามกลางน้ำ (เมื่อเรือถึง กลางน้ำพระศาสดาประทับยืน) ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า ผู้ใดข้ามส่ง พระสัมพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น วิมานอันบุญกรรมทำไว้อย่างสวยงามมีสัณฐานดัง เรือ จักเกิดแก่ท่าน หลังคาดอกไม้จักกั้นอยู่บนอากาศทุกเมื่อ ในกัลปที่ ๕๔ ผู้นี้จักได้เป็นกษัตริย์พระนามว่าตารณะ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ทรงครอบครองแผ่นดิน มีสมุทรสาครเป็นที่ลุด ในกัลปที่ ๕๗ จักได้เป็น กษัตริย์พระนามว่าจัมพกะ ทรงพระกำลังมาก จักรุ่งเรือง ดังพระอาทิตย์ อุทัย ฉะนั้น ในแสนกัลป พระศาสดาพระนามว่าโคดมโดยพระโคตร ซึ่ง สมภพในวงศ์พระเจ้าโอกกากราชจักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นี้เคลื่อนจาก ไตรทศแล้ว จักถึงความเป็นมนุษย์ จักเป็นบุตรแห่งพราหมณ์ มีนาม ชื่อว่าเรวตะ อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักออกจากเรือนบวชในศาสนา ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโคดม ภายหลังเขาบวชแล้ว จักประกอบ ความเพียร เจริญวิปัสสนากำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มีอาสวะ นิพพาน เรามีความเพียรอันนำไปซึ่งธุระ อันนำมาซึ่งธรรมเป็นแดนเกษม จากโยคะ เราทรงกายอันมีในที่สุด ในศาสนาแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เรา ทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ฉะนี้แล. ทราบว่า ท่านพระขทิรวนิยเรวตเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ขทิรวนิยเรวตเถราปทาน. -----------------------------------------------------