ปิงคิยมาณวกปัญหานิทเทส เล่ม ๓๐
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปิงฺคิยมาณวกปญฺหานิทฺเทโส
๕๑๑ชิณฺโณหมสฺมี อพโล วิวณฺโณ (อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย) เนตฺตา น สุทฺธา สวนํ น ผาสุ มาหมฺปนสฺสํ โมมุโห อนฺตราย อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ ชาติชราย อิธ วิปฺปหานํ ฯ
๕๑๒ชิณฺโณหมสฺมี อพโล วิวณฺโณติ ชิณฺโณ วุฑฺโฒ มหลฺลโก อทฺธคโต วโยอนุปฺปตฺโต วีสวสฺสสติโก ชาติยา ฯ อพโลติ ทุพฺพโล อปฺปพโล อปฺปถาโม ฯ วิวณฺโณติ วีตวณฺโณ วิคตวณฺโณ ยา สา ปุริมา สุภา วณฺณนิภา สา อนฺตรหิตา อาทีนโว ปาตุภูโตติ ชิณฺโณหมสฺมี อพโล วิวณฺโณ ฯ อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโยติ อิจฺจาติ ปทสนฺธิ ฯ อายสฺมาติ ปิยวจนํ ฯ ปิงฺคิโยติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นามํ ฯเปฯ อภิลาโปติ อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย ฯ
๕๑๓เนตฺตา น สุทฺธา สวนํ น ผาสูติ เนตฺตา อสุทฺธา อวิสุทฺธา อปริสุทฺธา อโวทาตา โน ตถา จกฺขุนา รูปํ ปสฺสามีติ เนตฺตา น สุทฺธา ฯ สวนํ น ผาสูติ โสตํ อสุทฺธํ อวิสุทฺธํ อปริสุทฺธํ อโวทาตํ โน ตถา โสเตน สทฺทํ สุโณมีติ เนตฺตา น สุทฺธา สวนํ น ผาสุ ฯ
๕๑๔มาหมฺปนสฺสํ โมมุโห อนฺตรายาติ มาหํ นสฺสํ ปนสฺสํ วินสฺสํ ฯ โมมุโหติ อวิทฺวา อวิชฺชาคโต อญาณี อวิภาวี ทุปฺปญฺโญ ฯ อนฺตรายาติ ตุยฺหํ ธมฺมํ ทิฏฺฐึ ปฏิปทํ มคฺคํ อนญฺญาย อนาวิกตฺวา อวิทิตํ กตฺวา อปฏิลภิตฺวา อผุสยิตฺวา อสจฺฉิกตฺวา อนฺตราเยว กาลํ กเรยฺยนฺติ มาหมฺปนสฺสํ โมมุโห อนฺตราย ฯ
๕๑๕อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญนฺติ อาจิกฺข ธมฺมนฺติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน จตฺตาโร สมฺมปฺปธาเน จตฺตาโร อิทฺธิปาเท ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺเค อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ นิพฺพานญฺจ นิพฺพานคามินิญฺจ ปฏิปทํ อาจิกฺข เทเสหิ ปญฺญเปหิ ปฏฺฐเปหิ วิวราหิ วิภชาหิ อุตฺตานีกโรหิ ปกาเสหีติ อาจิกฺข ธมฺมํ ฯ ยมหํ วิชญฺญนฺติ ยมหํ ชาเนยฺยํ วิชาเนยฺยํ ปฏิวิชาเนยฺยํ ปฏิวิชฺเฌยฺยํ อธิคจฺเฉยฺยํ ผุเสยฺยํ สจฺฉิกเรยฺยนฺติ อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ ฯ
๕๑๖ชาติชราย อิธ วิปฺปหานนฺติ อิเธว ชาติชรามรณสฺส ปหานํ วูปสโม ปฏินิสฺสคฺโค ปฏิปฺปสฺสทฺธิ อมตํ นิพฺพานนฺติ ชาติชราย อิธ วิปฺปหานํ ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ ชิณฺโณหมสฺมี อพโล วิวณฺโณ (อิจฺจายสฺมา ปิงฺคิโย) เนตฺตา น สุทฺธา สวนํ น ผาสุ มาหมฺปนสฺสํ โมมุโห อนฺตราย อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ ชาติชราย อิธ วิปฺปหานนฺติ ฯ
๕๑๗ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเน (ปิงฺคิยาติ ภควา) รุปฺปนฺติ รูเปสุ ชนา ปมตฺตา ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต ชหสฺสุ รูปํ อปุนพฺภวาย ฯ
๕๑๘ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเนติ รูเปสูติ จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปํ ฯ สตฺตา รูปเหตุ รูปปจฺจยา รูปการณา หญฺญนฺติ วิหญฺญนฺติ อุปหญฺญนฺติ อุปฆาตยนฺติ รูเป สติ วิวิธกมฺมการณา กาเรนฺติ กสาหิปิ ตาเฬนฺติ เวตฺเตหิปิ ตาเฬนฺติ อฑฺฒทณฺฑเกหิปิ ตาเฬนฺติ หตฺถมฺปิ ฉินฺทนฺติ ปาทมฺปิ ฉินฺทนฺติ หตฺถปาทมฺปิ ฉินฺทนฺติ กณฺณมฺปิ ฉินฺทนฺติ นาสมฺปิ ฉินฺทนฺติ กณฺณนาสมฺปิ ฉินฺทนฺติ พิลงฺคถาลิกมฺปิ กโรนฺติ สงฺขมุณฺฑกมฺปิ กโรนฺติ ราหุมุขมฺปิ กโรนฺติ โชติมาลิกมฺปิ กโรนฺติ หตฺถปชฺโชติกมฺปิ กโรนฺติ เอรกวตฺติกมฺปิ กโรนฺติ จิรวาสิกมฺปิ กโรนฺติ เอเณยฺยกมฺปิ กโรนฺติ พลิสมํสิกมฺปิ กโรนฺติ กหาปณิกมฺปิ กโรนฺติ ขาราปตจฺฉิกมฺปิ กโรนฺติ ปลิฆปริวตฺติกมฺปิ กโรนฺติ ปลาลปีฐกมฺปิ กโรนฺติ ตตฺเตนปิ เตเลน โอสิญฺจนฺติ สุนเขหิปิ ขาทาเปนฺติ ชีวนฺตมฺปิ สูเล อุตฺตาเสนฺติ อสินา สีสํ ฉินฺทนฺติ ฯ เอวํ สตฺตา รูปเหตุ รูปปจฺจยา รูปการณา หญฺญนฺติ วิหญฺญนฺติ อุปหญฺญนฺติ อุปฆาตยนฺติ ฯ เอวํ หญฺญมาเน วิหญฺญมาเน ทิสฺวา ปสฺสิตฺวา ตุลยิตฺวา ตีรยิตฺวา วิภาวยิตฺวา วิภูตํ กตฺวาติ ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเน ฯ ปิงฺคิยาติ ภควาติ ปิงฺคิยาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ ภควาติ คารวาธิวจนเมตํ ฯเปฯ ยทิทํ ภควาติ ปิงฺคิยาติ ภควา ฯ
๕๑๙รุปฺปนฺติ รูเปสุ ชนา ปมตฺตาติ รุปฺปนฺตีติ รุปฺปนฺติ กุปฺปนฺติ ปีฬิยนฺติ ฆฏฺฏยนฺติ พฺยตฺถิตา โทมนสฺสิตา โหนฺติ จกฺขุโรเคน รุปฺปนฺติ กุปฺปนฺติ ปีฬิยนฺติ ฆฏฺฏยนฺติ พฺยตฺถิตา โทมนสฺสิตา โหนฺติ โสตโรเคน ฯเปฯ ฑํสมกสวาตาตปสิรึสป- สมฺผสฺเสหิ รุปฺปนฺติ กุปฺปนฺติ ปีฬิยนฺติ ฆฏฺฏยนฺติ พฺยตฺถิตา โทมนสฺสิตา โหนฺตีติ รุปฺปนฺติ รูเปสุ ฯ {๕๑๙.๑} อถวา จกฺขุสฺมึ หียมาเน หายมาเน ปริหายมาเน เวมาเน วิคจฺฉมาเน อนฺตรธายมาเน รุปฺปนฺติ ฯเปฯ โทมนสฺสิตา โหนฺติ โสตสฺมึ ฆานสฺมึ ชิวฺหาย กายสฺมึ รูปสฺมึ สทฺทสฺมึ คนฺธสฺมึ รสสฺมึ โผฏฺฐพฺพสฺมึ กุลสฺมึ คณสฺมึ อาวาสสฺมึ ลาภสฺมึ ยสสฺมึ ปสํสาย สุขสฺมึ จีวรสฺมึ ปิณฺฑปาตสฺมึ เสนาสนสฺมึ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารสฺมึ หียมาเน หายมาเน ปริหายมาเน เวมาเน วิคจฺฉมาเน อนฺตรธายมาเน รุปฺปนฺติ กุปฺปนฺติ ปีฬิยนฺติ ฆฏฺฏยนฺติ พฺยตฺถิตา โทมนสฺสิตา โหนฺตีติ เอวมฺปิ รุปฺปนฺติ รูเปสุ ฯ ชนาติ ขตฺติยา จ พฺราหฺมณา จ เวสฺสา จ สุทฺทา จ คหฏฺฐา จ ปพฺพชิตา จ เทวา จ มนุสฺสา จ ฯ {๕๑๙.๒} ปมตฺตาติ ปมาโท วตฺตพฺโพ กายทุจฺจริเต วา วจีทุจฺจริเต วา มโนทุจฺจริเต วา ปญฺจสุ วา กามคุเณสุ จิตฺตสฺส โวสฺสคฺโค โวสฺสคฺคานุปฺปทานํ กุสลานํ วา ธมฺมานํ ภาวนาย อสาตจฺจกิริยตา อนฏฺฐิตกิริยตา โอลีนวุตฺติตา นิกฺขิตฺตจฺฉนฺทตา นิกฺขิตฺตธุรตา อนาเสวนา อภาวนา อพหุลีกมฺมํ อนธิฏฺฐานํ อนนุโยโค ปมาโท โย เอวรูโป ปมาโท ปมชฺชนา ปมชฺชิตตฺตํ อยํ วุจฺจติ ปมาโท ฯ อิมินา ปมาเทน สมนฺนาคตา ชนา ปมตฺตาติ รุปฺปนฺติ รูเปสุ ชนา ปมตฺตา ฯ
๕๒๐ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโตติ ตสฺมาติ ตสฺมา ตํการณา ตํเหตุ ตปฺปจฺจยา ตํนิทานา เอวํ อาทีนวํ สมฺปสฺสมาโน รูเปสูติ ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย ฯ อปฺปมตฺโตติ สกฺกจฺจการี สาตจฺจการี ฯเปฯ อปฺปมตฺโต กุสเลสุ ธมฺเมสูติ ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต ฯ
๕๒๑ชหสฺสุ รูปํ อปุนพฺภวายาติ รูปนฺติ จตฺตาโร จ มหาภูตา จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปํ ฯ ชหสฺสุ รูปนฺติ รูปํ ชหสฺสุ รูปํ ปชหสฺสุ รูปํ วิโนเทหิ รูปํ พฺยนฺตีกโรหิ รูปํ อนภาวงฺคเมหีติ ชหสฺสุ รูปํ ฯ อปุนพฺภวายาติ ยถา เต รูปํ อิเธว นิรุชฺเฌยฺย ปุน ปฏิสนฺธิภโว น นิพฺพตฺเตยฺย กามธาตุยา วา รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วา กามภเว วา รูปภเว วา อรูปภเว วา สญฺญาภเว วา อสญฺญาภเว วา เนวสญฺญานาสญฺญาภเว วา เอกโวการภเว วา จตุโวการภเว วา ปญฺจโวการภเว วา ปุน คติยา วา อุปปตฺติยา วา ปฏิสนฺธิยา วา สํสาเร วา วฏฺเฏ วา น ชเนยฺย น สญฺชเนยฺย น นิพฺพตฺเตยฺย นาภินิพฺพตฺเตยฺย อิเธว นิรุชฺเฌยฺย วูปสเมยฺย อตฺถํ คจฺเฉยฺย ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺยาติ ชหสฺสุ รูปํ อปุนพฺภวาย ฯ เตนาห ภควา ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเน (ปิงฺคิยาติ ภควา) รุปฺปนฺติ รูเปสุ ชนา ปมตฺตา ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต ชหสฺสุ รูปํ อปุนพฺภวายาติ ฯ
๕๒๒ทิสา จตสฺโส วิทิสา จตสฺโส อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา อิมาโย น ตุยฺหํ อทิฏฺฐํ อสุตามุตํ วา อโถ อวิญฺญาตํ กิญฺจินมตฺถิ โลเก อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ ชาติชราย อิธ วิปฺปหานํ ฯ
๕๒๓ทิสา จตสฺโส วิทิสา จตสฺโส อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา อิมาโยติ ทส ทิสา น ตุยฺหํ อทิฏฺฐํ อสุตํ อมุตํ อวิญฺญาตํ กิญฺจิ อตฺตตฺโถ วา ปรตฺโถ วา อุภยตฺโถ วา ทิฏฺฐธมฺมิโก วา อตฺโถ สมฺปรายิโก วา อตฺโถ ฯเปฯ ปรมตฺโถ วา นตฺถิ น สนฺติ น สํวิชฺชนฺติ นุปลพฺภนฺตีติ น ตุยฺหํ อทิฏฺฐํ อสุตามุตํ วา อโถ อวิญฺญาตํ กิญฺจิ นมตฺถิ โลเก ฯ
๕๒๔อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญนฺติ อาจิกฺข ธมฺมนฺติ อาทิกลฺยาณํ ฯเปฯ นิพฺพานคามินิญฺจ ปฏิปทํ อาจิกฺข เทเสหิ ปญฺญเปหิ ปฏฺฐเปหิ วิวราหิ วิภชาหิ อุตฺตานีกโรหิ ปกาเสหีติ อาจิกฺข ธมฺมํ ฯ ยมหํ วิชญฺญนฺติ ยมหํ ชาเนยฺยํ วิชาเนยฺยํ ปฏิวิชาเนยฺยํ ปฏิวิชฺเฌยฺยํ อธิคจฺเฉยฺยํ ผุเสยฺยํ สจฺฉิกเรยฺยนฺติ อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ ฯ
๕๒๕ชาติชราย อิธ วิปฺปหานนฺติ อิเธว ชาติชรามรณสฺส ปหานํ วูปสโม ปฏินิสฺสคฺโค ปฏิปฺปสฺสทฺธิ อมตํ นิพฺพานนฺติ ชาติชราย อิธ วิปฺปหานํ ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ ทิสา จตสฺโส วิทิสา จตสฺโส อุทฺธํ อโธ ทส ทิสา อิมาโย น ตุยฺหํ อทิฏฺฐํ อสุตามุตํ วา อโถ อวิญฺญาตํ กิญฺจิ นมตฺถิ โลเก อาจิกฺข ธมฺมํ ยมหํ วิชญฺญํ ชาติชราย อิธ วิปฺปหานนฺติ ฯ
๕๒๖ตณฺหาธิปนฺเน มนุเช เปกฺขมาโน (ปิงฺคิยาติ ภควา) สนฺตาปชาเต ชรสา ปเรเต ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต ชหสฺสุ ตณฺหํ อปุนพฺภวาย ฯ
๕๒๗ตณฺหาธิปนฺเน มนุเช เปกฺขมาโนติ ตณฺหาติ รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา ฯ ตณฺหาธิปนฺเนติ ตณฺหาอธิปนฺเน ตณฺหานุคเต ตณฺหานุสเฏ ตณฺหายาปนฺเน อภิภูเต ปริยาทินฺนจิตฺเต ฯ มนุเชติ สตฺตาธิวจนํ ฯ เปกฺขมาโนติ เปกฺขมาโน ทกฺขมาโน โอโลกยมาโน นิชฺฌายมาโน อุปปริกฺขมาโนติ ตณฺหาธิปนฺเน มนุเช เปกฺขมาโน ฯ ปิงฺคิยาติ ภควา พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ
๕๒๘สนฺตาปชาเต ชรสา ปเรเตติ สนฺตาปชาเตติ ชาติยา สนฺตาปชาเต ชราย สนฺตาปชาเต พฺยาธินา สนฺตาปชาเต มรเณน สนฺตาปชาเต โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาเสหิ สนฺตาปชาเต เนรยิเกน ทุกฺเขน สนฺตาปชาเต ฯเปฯ ทิฏฺฐิพฺยสเนน ทุกฺเขน สนฺตาปชาเต อีติชาเต อุปทฺทวชาเต อุปสคฺคชาเตติ สนฺตาปชาเต ฯ ชรสา ปเรเตติ ชราย ผุฏฺเฐ ปเรเต สโมหิเต ชาติยานุคเต ชราย อนุสเฏ พฺยาธินา อภิภูเต มรเณน อพฺภาหเต อตาเณ อเลเณ อสรเณ อสรณีภูเตติ สนฺตาปชาเต ชรสา ปเรเต ฯ
๕๒๙ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโตติ ตสฺมาติ ตสฺมา ตํการณา ตํเหตุ ตปฺปจฺจยา ตํนิทานา เอวํ อาทีนวํ สมฺปสฺสมาโน ตณฺหายาติ ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย ฯ อปฺปมตฺโตติ สกฺกจฺจการี สาตจฺจการี ฯเปฯ อปฺปมตฺโต กุสเลสุ ธมฺเมสูติ ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต ฯ
๕๓๐ชหสฺสุ ตณฺหํ อปุนพฺภวายาติ ตณฺหาติ รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา ฯ ชหสฺสุ ตณฺหนฺติ ตณฺหํ ชหสฺสุ ตณฺหํ ปชหสฺสุ ตณฺหํ วิโนเทหิ ตณฺหํ พฺยนฺตีกโรหิ ตณฺหํ อนภาวงฺคเมหีติ ชหสฺสุ ตณฺหํ ฯ อปุนพฺภวายาติ ยถา เต รูปํ อิเธว นิรุชฺเฌยฺย ปุน ปฏิสนฺธิภโว น นิพฺพตฺเตยฺย กามธาตุยา วา รูปธาตุยา วา อรูปธาตุยา วา กามภเว วา รูปภเว วา อรูปภเว วา สญฺญาภเว วา อสญฺญาภเว วา เนวสญฺญานาสญฺญาภเว วา เอกโวการภเว วา จตุโวการภเว วา ปญฺจโวการภเว วา ปุน คติยา วา อุปปตฺติยา วา ปฏิสนฺธิยา วา สํสาเร วา วฏฺเฏ วา น ชเนยฺย น สญฺชเนยฺย น นิพฺพตฺเตยฺย นาภินิพฺพตฺเตยฺย อิเธว นิรุชฺเฌยฺย วูปสเมยฺย อตฺถํ คจฺเฉยฺย ปฏิปฺปสฺสมฺเภยฺยาติ ชหสฺสุ ตณฺหํ อปุนพฺภวาย ฯ เตนาห ภควา ตณฺหาธิปนฺเน มนุเช เปกฺขมาโน (ปิงฺคิยาติ ภควา) สนฺตาปชาเต ชรสา ปเรเต ตสฺมา ตุวํ ปิงฺคิย อปฺปมตฺโต ชหสฺสุ ตณฺหํ อปุนพฺภวายาติ ฯ
๕๓๑สห คาถาปริโยสานา เตน พฺราหฺมเณน สทฺธึ เอกจฺฉนฺทา เอกปฺปโยคา เอกาธิปฺปายา เอกวาสนวาสิตา เตสํ อเนกปาณสหสฺสานํ วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ ตสฺส จ พฺราหฺมณสฺส วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ ฯ สห จกฺขุปฏิลาภา อชินชฏาวากจีรทณฺฑกมณฺฑลุเกสา จ มสฺสู จ อนฺตรหิตา ฯ ภณฺฑกาสายวตฺถวสโน สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธโร ภิกฺขุ อนฺวตฺถปฏิปตฺติยา ปญฺชลิโก ภควนฺตํ นมสฺสมาโน นิสินฺโน โหติ สตฺถา เม ภนฺเต ภควา สาวโกหมสฺมีติ ฯ ปิงฺคิยมาณวกปญฺหานิทฺเทโส โสฬสโม ฯ ------------
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปิงคิยมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๖
พึงทราบวินิจฉัยในปิงคิยสุตตนิทเทสที่ ๑๖ ดังต่อไปนี้.
บทว่า ชิณฺโณหมสฺมี อพโล วิวณฺโณ ปิงคิยพราหมณ์ทูลว่า ข้าพระองค์เป็นคนแก่ มีกำลังน้อย ปราศจากผิวพรรณ.
คือ ได้ยินว่า พราหมณ์นั้นถูกชราครอบงำ มีอายุ ๑๒๐ ปีโดยกำเนิด มีกำลังน้อย มีผิวพรรณเศร้าหมอง คิดว่าจักยืนหยัดอยู่ในที่นี้ ไม่ไปที่อื่น. ด้วยเหตุนั้น ปิงคิยะจึงทูลว่า ข้าพระองค์เป็นคนแก่ มีกำลังน้อย มีผิวพรรณเศร้าหมอง.
บทว่า มาหมฺปนสฺสํ โมมุโห อนฺตราย ข้าพระองค์อย่าเป็นคนหลงเสียไปในระหว่างเลย คือ ข้าพระองค์ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งธรรมของพระองค์ อย่าเป็นคนไม่รู้เสียไปในระหว่างเลย.
บทว่า ชาติชราย อิธ วิปฺปหานํ อันเป็นที่ละชาติชรา ณ ที่นี้เถิด คือ ขอพระองค์ตรัสบอกธรรมคือนิพพานที่ข้าพระองค์พึงรู้แจ้ง อันเป็นที่ละชาติชรา ณ ปาสาณกเจดีย์ ใกล้บาทมูลของพระองค์ ณ ที่นี้ แก่ข้าพระองค์เถิด.
บทว่า อพโล คือ ไม่มีกำลัง.
บทว่า ทุพฺพโล คือ หมดกำลัง.
บทว่า อปฺปพโล คือ มีกำลังน้อย.
บทว่า อปฺปถาโม คือ มีเรี่ยวแรงน้อย.
บทว่า วีตวณฺโณ ปราศจากผิวพรรณ คือมีผิวพรรณเปลี่ยนแปลงไป.
บทว่า วิคตวณฺโณ คือ มีผิวพรรณปราศไป.
บทว่า วีตจฺฉิตวณฺโณ มีผิวพรรณซูบซีด.
บทว่า ยา สา ปุริมา สุภา วณฺณนิภา คือ ผิวพรรณอันงามผ่องเมื่อวัยต้นนั้น บัดนี้หายไปแล้ว.
บทว่า อาทีนโว ปาตุภูโต คือ มีโทษปรากฏ.
อาจารย์พวกหนึ่งตั้งบทไว้ว่า ยา สา ปุริมา สุภา วณฺณนิภา แล้วอธิบายว่า มีผิวพรรณงาม.
บทว่า อสุทฺธา คือ นัยน์ตาไม่แจ่มใส ด้วยมีเยื่อหุ้มเป็นต้น.
บทว่า อวิสุทฺธา คือ ไม่หมดจดเพราะมัวหมองเป็นต้น.
บทว่า อปริสุทฺธา คือ ไม่บริสุทธิ์ เพราะถูกหุ้มด้วยฝีและเยื่อเป็นต้น.
บทว่า อโวทาตา ไม่ผ่องแผ้ว คือไม่ผ่องใส เช่นกับผูกไว้.
บทว่า โน ตถา จกฺขุนา รูปํ ปสฺสามิ ข้าพระองค์เห็นรูปไม่ชัดด้วยนัยน์ตาเช่นนั้น คือบัดนี้ ข้าพระองค์มองดูรูปารมณ์เก่าๆ ด้วยจักษุไม่ชัด.
ในบทว่า โสตา อสุทฺธา หูฟังไม่สะดวก ก็มีนัยนี้เหมือนกัน.
บทว่า มาหมฺปนสฺสํ คือ ข้าพระองค์อย่าพินาศไปเลย.
เพราะปิงคิยะทูลมีคำอาทิว่า ข้าพระองค์เป็นคนแก่ดังนี้ เพราะเพ่งในกาย ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเพื่อให้ปิงคิยะละความเยื่อใยในกายเสีย จึงตรัสคาถามีอาทิว่า ทิสฺวาน รูเปสุ วิหญฺญมาเน เพราะเห็นชนทั้งหลายลำบากอยู่ในเพราะรูปทั้งหลาย ดังนี้.
ในบทเหล่านั้น บทว่า รูเปสุ คือ เพราะรูปเป็นเหตุ เป็นปัจจัย.
บทว่า วิหญฺญมาเน เดือดร้อนอยู่ คือ ลำบากอยู่ด้วยกรรมกรณ์เป็นต้น.
บทว่า รุปฺปนฺติ รูเปสุ คือชนทั้งหลายย่อมเดือดร้อน เพราะรูปเป็นเหตุด้วยโรคมีโรคตาเป็นต้น.
บทว่า หญฺญติ คือ ย่อมเดือดร้อน.
บทว่า วิหญฺญติ คือ ย่อมลำบาก.
บทว่า อุปหญฺญติ ถูกเขาเบียดเบียน คือถูกตัดมือและเท้าเป็นต้น.
บทว่า อุปฆาติยนฺติ ถูกเขาฆ่า คือถึงแก่ความตาย.
บทว่า กุปฺปนฺติ คือ โกรธ.
บทว่า ปิฬิยนฺติ คือ ถูกเบียดเบียน.
บทว่า ฆฏิยนฺติ คือ ถูกฆ่า.
บทว่า พฺยตฺถิตา คือ หวาดเสียว.
บทว่า โทมนสฺสิตา เสียใจ คือถึงความลำบากใจ.
บทว่า หายมาเน คือ เสื่อม.
ท่านปิงคิยะฟังข้อปฏิบัติที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ตราบเท่าถึงพระอรหัตก็ยังไม่บรรลุคุณวิเศษ เพราะชรา มีกำลังน้อย เมื่อจะสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถานี้ว่า ทิสา จตสฺโส ทิศใหญ่ ๔ ดังนี้ จึงทูลขอให้เทศนาอีก.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงปฏิปทาจนถึงพระอรหัตอีกแก่ท่านปิงคิยะนั้น จึงตรัสคาถามีอาทิว่า ตณฺหาธิปนฺเน ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ดังนี้.
บทว่า ตณฺหาธิปนฺเน คือ ถูกตัณหาย่ำยี.
บทว่า ตณฺหานุเค คือ ไปตามตัณหา.
บทว่า ตณฺหานุคเต คือ ติดตามตัณหา.
บทว่า ตณฺหา นุสเฏ คือ แล่นไปกับตัณหา.
บทว่า ตณฺหายาปนฺเน คือ จมลงไปในตัณหา.
บทว่า ปฏิปนฺเน คือ ถูกตัณหาครอบงำ.
บทว่า อภิภูเต คือ ถูกตัณหาย่ำยี.
บทว่า ปริยาทินฺนจิตฺเต มีจิตอันตัณหายึดไว้ คือมีกุศลจิตอันตัณหายึดไว้.
บทว่า สนฺตาปชาเต ผู้เดือดร้อน คือเดือดร้อนเพราะจิตเกิดขึ้นเอง.
บทว่า อีติชาเต เกิดจัญไร คือเกิดโรค.
บทว่า อุปทฺทวชาเต เกิดอุบาทว์ คือเกิดโทษ.
บทว่า อุปสคฺคชาเต เกิดความขัดข้อง คือเกิดทุกข์.
พึงทราบวินิจฉัยบทว่า วิรชํ วีตมลํ นี้ ดังต่อไปนี้.
บทว่า วิรชํ คือ ปราศจากธุลีมีราคะเป็นต้น.
บทว่า วีตมลํ คือ ปราศจากมลทินมีราคะเป็นต้น.
จริงอยู่ ราคะเป็นต้นชื่อว่าธุลี เพราะอรรถว่าท่วมทับ ชื่อว่ามลทิน เพราะอรรถว่าประทุษร้าย.
บทว่า ธมฺมจกฺขุํ ดวงตาเห็นธรรม คือในบางแห่งหมายถึงมรรคญาณที่ ๑ ในบางแห่งหมายถึงมรรคญาณ ๓ เป็นต้น บางแห่งมรรคญาณที่ ๔. แต่ในที่นี้ มรรคญาณที่ ๔ เกิดแก่ชฎิล ๑,๐๐๐ คน มรรคญาณที่ ๓ เกิดแก่ท่านปิงคิยะเท่านั้น.
บทว่า ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีเกิดการขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีการดับไปเป็นธรรมดา คือดวงตาเห็นธรรมเกิดขึ้นแล้วแก่ท่านปิงคิยะผู้เป็นไปอย่างนี้ด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา.
บทที่เหลือ ในบททั้งปวงชัดดีแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัต ด้วยประการดังนี้. และเมื่อจบเทศนา ท่านปิงคิยะได้ตั้งอยู่ในอนาคามิผล.
นัยว่า ท่านปิงคิยะนั้นคิดอยู่ในระหว่างๆ ว่า พาวรีพราหมณ์ผู้เป็นลุงของเรา ไม่ได้ฟังเทศนาอันมีปฏิภาณวิจิตรอย่างนี้. ด้วยเหตุนั้น ท่านปิงคิยะจึงไม่สามารถบรรลุพระอรหัตได้ เพราะความฟุ้งซ่านด้วยความเยื่อใย. แต่ชฎิลผู้เป็นอันเตวาสิก ๑,๐๐๐ ของท่านปิงคิยะ ได้บรรลุพระอรหัต. ทั้งหมดได้เป็นเอหิภิกขุ ผู้ทรงบาตรและจีวรอันสำเร็จด้วยฤทธิ์ด้วยประการฉะนี้.
จบอรรถกถาปิงคิยมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๖ -----------------------------------------------------