ฉบับที่อ่านฉบับ

๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๑๒๒ลำดับ 13 จาก 22 ในชาดกพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 122 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) ๒๒. มหานิบาต ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) ว่าด้วยพระเตมีย์โพธิสัตว์ (เทพธิดาผู้เคยเป็นมารดาพระโพธิสัตว์ในอัตภาพหนึ่ง ปลอบพระโพธิสัตว์ ให้สบายพระทัยแล้ว จึงกล่าวว่า)

ข้อ

ท่านจงอย่าเปิดเผยตนว่าเป็นบัณฑิต จงให้คนทั้งปวงรู้ว่าเป็นคนโง่ ขอให้คนทั้งหมดจงดูหมิ่นท่านเถิด ความประสงค์ของท่าน จักสำเร็จได้ด้วยอาการอย่างนี้ (พระเตมีย์โพธิสัตว์กลับได้ความสบายพระทัยตามคำของเทพธิดานั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ

แม่เทพธิดา ข้าพเจ้าจะทำตามคำของท่าน ที่ได้กล่าวกับข้าพเจ้า แม่เทพธิดา ท่านเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ มุ่งประโยชน์เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า (พระโพธิสัตว์ตรัสถามนายสารถีว่า)

ข้อ

นายสารถี ท่านจะรีบขุดหลุมไปทำไมหนอ สหายเอ๋ย เราถามท่านแล้ว ท่านจงบอกเรา ท่านจักทำประโยชน์อะไรกับหลุมเล่า @เชิงอรรถ : @ เป็นชาดกที่พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการเสด็จออกบรรพชาอันยิ่งใหญ่(ในอดีต)@ได้ตรัสไว้โดยทรงเริ่มต้นด้วยคาถาแรกที่เทวดาผู้สถิตอยู่ที่เศวตฉัตรกล่าวสอนเตมิยกุมารว่า “ท่านจง@อย่าเปิดเผยตนว่าเป็นบัณฑิต” เป็นต้น (ขุ.ชา.อ. ๙/๑/๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๘๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (สุนันทสารถีได้ฟังคำนั้น ขุดหลุมมิได้เงยหน้าดู จึงกราบทูลว่า)

ข้อ

พระโอรสของพระราชาเป็นใบ้ และเป็นง่อยเปลี้ยขาดความสำนึก พระราชาตรัสสั่งข้าพเจ้าว่า ควรฝังลูกเราไว้ในป่าช้า (พระเตมีย์โพธิสัตว์ ตรัสกับสุนันทสารถีว่า)

ข้อ

นายสารถี เรามิได้เป็นคนหนวก คนใบ้ คนเปลี้ย และมิได้เป็นคนบกพร่อง ถ้าท่านพึงฝังเราไว้ในป่า ชื่อว่าพึงทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม

ข้อ

ท่านจงดูขา แขน และฟังภาษิตของเรา ถ้าท่านพึงฝังเราไว้ในป่า ชื่อว่าพึงทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม (สุนันทสารถีไม่รู้ จึงกราบทูลว่า)

ข้อ

ท่านเป็นเทวดา คนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ ท่านเป็นใครหรือเป็นบุตรของใคร พวกเราจักรู้จักท่านได้อย่างไร (พระเตมีย์โพธิสัตว์เมื่อแสดงตนให้ปรากฏ แสดงธรรมแก่สุนันทสารถีนั้นจึงตรัสว่า)

ข้อ

เรามิใช่เทวดา มิใช่คนธรรพ์ ทั้งมิใช่ท้าวสักกปุรินททะ เราเป็นผู้ที่ท่านจะฝังในหลุม เป็นโอรสของพระเจ้ากาสี

ข้อ

เราเป็นโอรสของพระราชา องค์ที่ท่านเข้าไปพึ่งบารมีเลี้ยงชีพอยู่เสมอ นายสารถี ถ้าท่านพึงฝังเราไว้ในป่า ชื่อว่าพึงทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม @เชิงอรรถ : @ คำว่า มิได้เป็นคนบกพร่อง หมายถึงเป็นผู้มีอินทรีย์สมบูรณ์ (ขุ.ชา.อ. ๙/๕/๒๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๘๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๑๐

บุคคลพึงนั่งหรือนอนที่ร่มแห่งต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น เพราะคนผู้ประทุษร้ายมิตร ชื่อว่าเป็นคนเลวทราม

ข้อ ๑๑

พระราชาก็เหมือนต้นไม้ เราก็เป็นเหมือนกิ่งไม้ ข้าแต่มหาราช นายสารถีเป็นเหมือนคนผู้อาศัยร่มไม้ นายสารถี ถ้าท่านฝังเราไว้ในป่า ชื่อว่าพึงทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม (พระเตมีย์โพธิสัตว์ปรารภคาถาบูชามิตร ๑๐ คาถาว่า)

ข้อ ๑๒

ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร ผู้นั้นพรากจากเรือนของตนแล้ว ย่อมมีอาหารสมบูรณ์ คนเป็นอันมากย่อมเข้าไปพึ่งพาผู้นั้นเลี้ยงชีพ

ข้อ ๑๓

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร จะไปสู่ชนบท นิคม และราชธานีใดๆ ก็เป็นผู้อันชนทั้งหลายในชนบท นิคม และราชธานีนั้นๆ บูชาไปทุกแห่งหน

ข้อ ๑๔

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ไม่มีพวกโจรข่มเหง พระมหากษัตริย์ก็ไม่ทรงดูหมิ่น ย่อมข้าม(ชนะ)ศัตรูทั้งปวงได้

ข้อ ๑๕

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ไม่โกรธเคืองใครๆ มาสู่เรือนของตน ย่อมเป็นผู้ที่มหาชนยินดีต้อนรับในที่ประชุม และเป็นคนชั้นสูงของหมู่ญาติ

ข้อ ๑๖

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร สักการะคนอื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้ที่คนอื่นสักการะตอบ เคารพคนอื่นแล้วก็มีคนอื่นเคารพตอบ เป็นผู้อันเขาสรรเสริญเกียรติคุณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๘๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๑๗

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร บูชาผู้อื่น ย่อมได้รับการบูชาตอบ ไหว้ผู้อื่น ย่อมได้รับการไหว้ตอบ ทั้งได้รับอิสริยยศและเกียรติ

ข้อ ๑๘

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมรุ่งเรือง เหมือนไฟ ย่อมรุ่งโรจน์เหมือนเทวดา เป็นผู้อันสิริไม่ทอดทิ้ง

ข้อ ๑๙

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ย่อมมีโคทั้งหลายตกลูกมาก พืชที่หว่านลงในนาย่อมงอกงาม ย่อมได้บริโภคผลของพืชทั้งหลายที่หว่านไว้แล้ว

ข้อ ๒๐

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร พลัดตกจากเหว ภูเขา พลาดตกต้นไม้หรือเคลื่อนจากภพ ย่อมได้ที่พึ่ง

ข้อ ๒๑

คนผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร ศัตรูทั้งหลายจะระรานไม่ได้ เหมือนลมระรานต้นไทรที่มีรากและลำต้นงอกงามแล้วไม่ได้ (สุนันทสารถีประคองอัญชลี ทูลวิงวอนว่า)

ข้อ ๒๒

ข้าแต่พระราชโอรส เชิญเสด็จเถิด กระหม่อมจักนำพระองค์เสด็จกลับ ไปยังพระราชมณเฑียรของพระองค์ เชิญพระองค์เถลิงถวัลยราชสมบัติเถิด พระเจ้าข้า พระองค์จักทรงทำอะไรในป่าได้เล่า (ลำดับนั้น พระเตมีย์โพธิสัตว์จึงตรัสกับนายสุนันทสารถีนั้นว่า)

ข้อ ๒๓

นายสารถี พอทีสำหรับเราด้วยราชสมบัตินั้น พระญาติทั้งหลายหรือทรัพย์ทั้งหลาย ที่เราจะพึงได้ด้วยการประพฤติอันไม่ชอบธรรม @เชิงอรรถ : @ รุ่งเรือง ในที่นี้หมายถึงรุ่งเรืองด้วยอิสริยยศและบริวารยศ (ขุ.ชา.อ. ๙/๑๘/๒๖)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๘๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (สุนันทสารถีกราบทูลว่า)

ข้อ ๒๔

ข้าแต่พระราชโอรส พระองค์เสด็จไปจากที่นี้แล้ว ทำให้ข้าพระองค์ได้รับรางวัล เมื่อพระองค์เสด็จกลับไป พระบิดาและพระมารดาพึงพระราชทานรางวัลให้แก่ข้าพระองค์

ข้อ ๒๕

ข้าแต่พระราชโอรส เมื่อพระองค์เสด็จกลับไปแล้ว พระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์เหล่านั้น จะพึงดีใจ ให้รางวัลแก่ข้าพระองค์

ข้อ ๒๖

ข้าแต่พระราชโอรส เมื่อพระองค์เสด็จกลับไปแล้ว กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบ แม้เหล่านั้นจะพากันดีใจ ให้รางวัลแก่ข้าพระองค์

ข้อ ๒๗

ข้าแต่พระราชโอรส เมื่อพระองค์เสด็จกลับไปแล้ว ชาวชนบทและชาวนิคมผู้มีธัญญาหารมาก จะมาประชุมกัน ให้เครื่องบรรณาการแก่ข้าพระองค์ (พระเตมีย์โพธิสัตว์ตรัสว่า)

ข้อ ๒๘

เราเป็นผู้อันพระบิดาและพระมารดา ชาวแคว้น ชาวนิคม และกุมารทั้งปวงสละแล้ว เราไม่มีเรือนของตน

ข้อ ๒๙

เราเป็นผู้อันพระมารดาทรงอนุญาตแล้ว และพระบิดาก็ทรงสละขาดแล้ว ออกไปบวชอยู่ในป่าแต่ลำพัง เราไม่พึงปรารถนากามทั้งหลาย (พระเตมีย์โพธิสัตว์เมื่อจะเปล่งอุทานด้วยกำลังปีติ จึงตรัสว่า)

ข้อ ๓๐

ความหวังผลของเหล่าชนผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่ เรามีพรหมจรรย์เผล็ดผลแล้ว นายสารถี ท่านจงรู้ไว้อย่างนี้เถิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๘๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๓๑

อนึ่ง ประโยชน์โดยชอบของเหล่าชน ผู้ไม่รีบร้อน ย่อมเผล็ดผลโดยแท้ เรามีพรหมจรรย์เผล็ดผลแล้ว ออกบวชแล้วย่อมไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ (นายสุนันทสารถีกราบทูลว่า)

ข้อ ๓๒

พระองค์เป็นผู้มีพระวาจาไพเราะ มีพระดำรัสสละสลวยอย่างนี้ เพราะเหตุไร พระองค์จึงไม่ตรัสในสำนัก ของพระบิดาและพระมารดาในเวลานั้น (ลำดับนั้น พระเตมีย์โพธิสัตว์ จึงตรัสว่า)

ข้อ ๓๓

เราเป็นคนง่อยเปลี้ย เพราะไม่มีข้อต่อก็หามิได้ เป็นคนหนวก เพราะไม่มีโสตประสาทก็หามิได้ เป็นคนใบ้ เพราะไม่มีชิวหาประสาทก็หามิได้ ท่านอย่าเข้าใจว่า เราเป็นใบ้

ข้อ ๓๔

เราระลึกชาติก่อนที่เราเสวยราชสมบัติได้ เราได้เสวยราชสมบัติในครั้งนั้นแล้ว ต้องไปตกนรกอันแสนสาหัส

ข้อ ๓๕

เราได้เสวยราชสมบัติในกาลนั้น ๒๐ ปี แล้วต้องไปหมกไหม้อยู่ในนรกถึง ๘๐,๐๐๐ ปี

ข้อ ๓๖

เรากลัวจะต้องได้เสวยราชสมบัตินั้น จึงตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอชนทั้งหลายอย่าได้อภิเษกเราไว้ในราชสมบัติเลย เพราะฉะนั้น เราจึงไม่พูดในสำนัก ในสำนักของพระบิดาและพระมารดาในกาลนั้น

ข้อ ๓๗

พระบิดาทรงอุ้มเราให้นั่งบนพระเพลาแล้ว ตรัสพิพากษาว่า ท่านทั้งหลายจงฆ่าโจรคนหนึ่ง

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๘๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) จงจองจำโจรอีกคนหนึ่งไว้ในเรือนจำ จงเอาหอกแทงโจรคนหนึ่งแล้ว ราดด้วยน้ำกรด จงเสียบโจรคนหนึ่งบนหลาว พระบิดาตรัสพิพากษาอรรถคดีแก่มหาชนนั้นด้วยประการฉะนี้

ข้อ ๓๘

เราได้ฟังพระวาจาอันหยาบคายที่พระบิดาตรัสนั้น จึงกลัวต่อการเสวยราชสมบัติ เรามิได้เป็นคนใบ้ ก็ทำเหมือนเป็นคนใบ้ มิได้เป็นคนง่อยเปลี้ย ก็ทำเป็นเหมือนคนง่อยเปลี้ย เรากลิ้งเกลือกนอนจมอยู่ในอุจจาระและปัสสาวะของตน

ข้อ ๓๙

ชีวิตเป็นของยาก เป็นของเล็กน้อย ซ้ำประกอบไปด้วยทุกข์ ใครเล่าอาศัยชีวิตนี้แล้วพึงก่อเวรกับใครๆ

ข้อ ๔๐

ใครเล่าอาศัยชีวิตนี้แล้วพึงก่อเวรกับใครๆ เพราะไม่ได้ปัญญาและเพราะไม่ได้เห็นธรรม

ข้อ ๔๑

ความหวังผลของเหล่าคนผู้ไม่รีบร้อนย่อมสำเร็จแน่ เรามีพรหมจรรย์เผล็ดผลแล้ว นายสารถี ท่านจงรู้ไว้อย่างนี้เถิด

ข้อ ๔๒

อนึ่ง ประโยชน์โดยชอบของเหล่าชน ผู้ไม่รีบร้อน ย่อมเผล็ดผลโดยแท้ เรามีพรหมจรรย์เผล็ดผลแล้ว ออกบวชแล้วย่อมไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ @เชิงอรรถ : @ ชีวิตเป็นของเล็กน้อย หมายความว่า หากชีวิตของสัตว์ทั้งหลายได้รับความลำบาก ก็จะดำรงอยู่ได้นาน@มาก แต่หากได้รับความสบาย ก็จะดำรงอยู่ได้ชั่วเวลานิดหน่อย และชีวิตนี้ยากเข็ญ เป็นของเล็กน้อย คือ@มีประมาณน้อยนิด อีกทั้งเป็นชีวิตที่ประกอบด้วยความสั่งสมทุกข์ในวัฏฏะทั้งสิ้น (ขุ.ชา.อ. ๙/๓๙/๓๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๘๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (นายสุนันทสารถีได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๔๓

ข้าแต่พระราชโอรส แม้ข้าพระองค์ก็จักบวชในสำนักของพระองค์ ขอพระองค์โปรดตรัสอนุญาตให้ข้าพระองค์บวชด้วยเถิด ข้าพระองค์พอใจจะบวช พระเจ้าข้า (พระเตมีย์โพธิสัตว์ตรัสว่า)

ข้อ ๔๔

นายสารถี เรามอบรถให้ท่านแล้ว ท่านจงเป็นผู้ไม่มีหนี้ มาเถิด เพราะคนที่ไม่มีหนี้ จึงจะบวชได้ พวกฤๅษีทั้งหลายกล่าวสรรเสริญการบวชนั้น (สุนันทสารถีได้ฟังดังนั้น จึงกราบทูลว่า)

ข้อ ๔๕

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ข้าพระองค์ได้ทำตามพระดำรัสที่พระองค์ได้ตรัสไว้แล้ว ข้าพระองค์ทูลวิงวอนแล้ว ขอพระองค์ควรทรงโปรดกระทำตามคำของข้าพระองค์เถิด

ข้อ ๔๖

ขอพระองค์จงประทับอยู่ ณ ที่นี้ จนกว่าข้าพระองค์จะทูลเชิญเสด็จพระราชามา พระบิดาของพระองค์ทอดพระเนตรแล้ว จะพึงมีพระทัยเอิบอิ่มเป็นแน่ (พระเตมีย์โพธิสัตว์ตรัสว่า)

ข้อ ๔๗

นายสารถี เราจะทำตามคำของท่านที่กล่าวกับเรา แม้เราก็ปรารถนาจะเฝ้าพระบิดาของเราซึ่งเสด็จมา ณ ที่นี้

ข้อ ๔๘

ท่านจงกลับไปเถิด สหาย การที่ท่านได้ทูลพระญาติทั้งหลายด้วยเป็นการดี ท่านรับคำสั่งเราแล้ว พึงกราบทูลการถวายบังคมพระมารดาและพระบิดาของเรา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๔๙

นายสารถีจับพระบาททั้ง ๒ ของพระโพธิสัตว์นั้น และทำประทักษิณพระองค์แล้ว ก็ขึ้นรถบ่ายหน้าเข้าไปยังทวารพระราชวัง

ข้อ ๕๐

พระมารดาทอดพระเนตรเห็นรถว่างเปล่า กลับมาแต่นายสารถีคนเดียว จึงทรงกันแสง มีพระเนตรนองด้วยพระอัสสุชล ทอดพระเนตรดูนายสารถีนั้นอยู่

ข้อ ๕๑

พระนางทรงเข้าพระทัยว่า นายสารถีฝังลูกของเราแล้วจึงกลับมา ลูกของเราถูกนายสารถีฝังไว้ในแผ่นดิน กลบดินแล้วเป็นแน่

ข้อ ๕๒

พวกศัตรูย่อมพากันยินดี พวกคนจองเวรต่างก็เอิบอิ่มเป็นแน่ เพราะเห็นนายสารถีฝังลูกของเรากลับมาแล้ว

ข้อ ๕๓

พระมารดาทอดพระเนตรเห็นรถอันว่างเปล่า กลับมาแต่นายสารถีคนเดียว มีพระเนตรนองด้วยพระอัสสุชล ทรงกันแสงอยู่ ตรัสถามนายสารถีนั้นว่า

ข้อ ๕๔

ลูกของเราเป็นคนใบ้จริงหรือ เป็นคนง่อยเปลี้ยจริงหรือ ลูกของเราขณะที่ท่านจะฝังดิน พูดอะไรบ้างหรือเปล่า นายสารถี ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่เราด้วยเถิด

ข้อ ๕๕

ลูกของเราเป็นคนใบ้ เป็นคนง่อยเปลี้ย เมื่อท่านจะฝังลงดิน กระดิกมือและเท้าอย่างไร เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่เราเถิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (ลำดับนั้น นายสุนันทสารถีกราบทูลว่า)

ข้อ ๕๖

ข้าแต่พระแม่เจ้า ขอได้โปรดพระราชทานอภัยโทษแก่ข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบทูล ตามที่ได้ยินและได้เห็นมาในสำนักของพระราชโอรส (พระนางจันทาเทวีตรัสกับนายสุนันทสารถีนั้นว่า)

ข้อ ๕๗

นายสารถีผู้สหาย เราให้อภัยโทษแก่ท่าน อย่าได้กลัวเลย จงพูดไปเถิด ตามที่ท่านได้ยินหรือได้เห็นมาในสำนักของพระราชโอรส (นายสุนันทสารถีกราบทูลว่า)

ข้อ ๕๘

พระราชโอรสนั้นมิได้เป็นคนใบ้ มิได้เป็นคนง่อยเปลี้ย ยังมีพระดำรัสสละสลวยไพเราะ ได้ทราบว่า พระองค์ทรงกลัวต่อการครองราชสมบัติ จึงได้ทำการลวงอย่างมากมาย

ข้อ ๕๙

พระองค์ทรงระลึกถึงชาติก่อน ที่พระองค์เคยได้เสวยราชสมบัติ ครั้นได้เสวยราชสมบัติในกาลนั้นแล้ว ต้องไปตกนรกอย่างแสนสาหัส

ข้อ ๖๐

พระองค์ได้เสวยราชสมบัติในกาลนั้น ๒๐ ปี แล้วต้องไปหมกไหม้อยู่ในนรกถึง ๘๐,๐๐๐ ปี

ข้อ ๖๑

พระองค์ทรงกลัวต่อการเสวยราชสมบัติ จึงทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอชนทั้งหลายอย่าได้อภิเษกเราในราชสมบัติเลย เพราะฉะนั้น พระองค์จึงไม่ตรัส ในสำนักของพระบิดาและพระมารดาในกาลนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๒}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๖๒

พระราชโอรสทรงถึงพร้อมด้วยองคาพยพ มีพระรูปสมบัติงดงามสมส่วน มีพระวาจาสละสลวย มีพระปัญญา ทรงดำรงอยู่ในทางสวรรค์

ข้อ ๖๓

ถ้าพระแม่เจ้าทรงพระประสงค์จะทอดพระเนตร พระราชโอรสของพระองค์ ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลเชิญเสด็จพระแม่เจ้าไปให้ถึงสถานที่ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเตมีย์ (ฝ่ายพระเจ้ากาสีทรงสดับคำของนายสุนันทสารถี จึงดำรัสสั่งให้เรียกมหาเสนคุตมา รีบให้ตระเตรียมเสด็จ ตรัสว่า)

ข้อ ๖๔

เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจงเทียมรถ เทียมม้า ผูกเครื่องประคับช้าง จงประโคมสังข์และบัณเฑาะว์ ตีกลองหน้าเดียวเถิด

ข้อ ๖๕

จงตีกลองสองหน้าและรำมะนาอันไพเราะ ขอชาวนิคมจงตามเรามา เราจะไปให้โอวาทแก่พระโอรส

ข้อ ๖๖

ขอพระสนมกำนัลใน พระกุมาร แพศย์ และพราหมณ์ทั้งหลายจงรีบเทียมยาน เราจะไปให้โอวาทแก่พระโอรส

ข้อ ๖๗

ขอพวกกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และกองพลราบจงรีบเทียมยาน เราจะไปให้โอวาทแก่พระโอรส

ข้อ ๖๘

ชาวชนบทและชาวนิคมมาประชุมพร้อมกันแล้ว จงรีบเทียมยานเถิด เราจะไปให้โอวาทแก่พระโอรส

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๓}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๖๙

พวกนายสารถีจูงม้าสินธพที่มีฝีเท้าเร็ว เทียมเข้ากับราชรถขับมายังทวารพระราชวัง และกราบทูลว่า ม้าเหล่านี้เทียมแล้ว พระเจ้าข้า (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๗๐

ม้าอ้วนก็ไม่มีฝีเท้าเร็ว ม้าผอมก็ไม่มีเรี่ยวแรง จงเว้นทั้งม้าผอมและม้าอ้วนเสีย เลือกเทียมแต่ม้าที่สมบูรณ์ (พระบรมศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๗๑

ลำดับนั้น พระราชารีบเสด็จขึ้นประทับม้าสินธพที่เทียมแล้ว ได้ตรัสกับนางชาววังว่า พวกเจ้าทั้งหมดจงตามเรามาเถิด

ข้อ ๗๒

พระราชาตรัสสั่งว่า จงตระเตรียมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ๕ อย่าง คือ พัดวาลวีชนี อุณหิส พระขรรค์ เศวตฉัตร และฉลองพระบาทที่ประดับตกแต่งด้วยทองคำขึ้นรถไปด้วย

ข้อ ๗๓

และต่อจากนั้น พระราชาตรัสสั่งให้นายสารถีนำทาง เสด็จเคลื่อนขบวนเข้าไปถึงสถานที่ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเตมีย์

ข้อ ๗๔

ส่วนพระเตมีย์ทอดพระเนตรเห็นพระบิดา กำลังเสด็จมา ทรงรุ่งเรืองด้วยพระเดชานุภาพ ทรงแวดล้อมด้วยหมู่อำมาตย์ จึงถวายพระพรว่า

ข้อ ๗๕

ขอถวายพระพรเสด็จพ่อ พระองค์ทรงสุขสบายดีหรือ ทรงพระสำราญดีหรือ ราชกัญญาทั้งปวงและพระมารดาของอาตมภาพ ไม่มีพระโรคาพาธหรือ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๔}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (พระราชาตรัสตอบว่า)

ข้อ ๗๖

ลูกรัก โยมสุขสบายดี ไม่มีโรคเบียดเบียน พระราชกัญญาทั้งปวงและพระมารดา ของลูกรักก็ไม่มีโรคาพาธ (ลำดับนั้น พระเตมีย์โพธิสัตว์ทูลถามพระราชาว่า)

ข้อ ๗๗

ขอถวายพระพรเสด็จพ่อ มหาบพิตรไม่ทรงเสวยน้ำจัณฑ์หรือ ไม่ทรงโปรดปรานการเสวยน้ำจัณฑ์หรือ พระทัยของพระองค์ทรงยินดีในสัจจะ ในธรรม และในทานหรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

ข้อ ๗๘

ลูกรัก โยมไม่ดื่มน้ำจัณฑ์ และไม่โปรดปรานการดื่มน้ำจัณฑ์ ใจของโยมยังยินดีในสัจจะ ในธรรม และในทาน (พระเตมีย์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

ข้อ ๗๙

ขอถวายพระพรเสด็จพ่อ ราชพาหนะของพระองค์ที่เขาเทียมแล้วมั่นคงหรือ ราชพาหนะยังนำภาระไปได้ดีอยู่หรือ มหาบพิตร พยาธิที่จะเข้าไปแผดเผาพระสรีระของพระองค์ไม่มีหรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

ข้อ ๘๐

พาหนะมีม้าและโคเป็นต้นของโยมที่เทียมแล้วมั่นคง ราชพาหนะก็ยังนำภาระไปได้ พยาธิที่เข้าไปแผดเผาสรีระของโยมก็ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๕}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (พระเตมีย์โพธิสัตว์ทูลถามว่า)

ข้อ ๘๑

ชุมชนแถบชายแดนของพระองค์ยังมั่งคั่งหรือ คามนิคมในท่ามกลางรัฐของพระองค์ ยังเป็นที่อยู่แน่นหนามั่งคั่งอยู่หรือ ฉางหลวงและท้องพระคลังของพระองค์ยังบริบูรณ์ดีอยู่หรือ (พระราชาตรัสตอบว่า)

ข้อ ๘๒

ชุมชนแถบชายแดนของโยมยังมั่งคั่ง คามนิคมในท่ามกลางแคว้นก็ยังอยู่แน่นหนาดี ฉางหลวงและท้องพระคลังของโยม ก็ยังคงบริบูรณ์ดีทุกอย่าง (พระเตมีย์โพธิสัตว์ตรัสว่า)

ข้อ ๘๓

ข้าแต่มหาราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว มิได้เสด็จมาร้าย ขอมหาดเล็กทั้งหลายจงจัดตั้งบัลลังก์ ซึ่งเป็นที่ประทับนั่งถวายพระราชาเถิด

ข้อ ๘๔

เชิญประทับนั่ง ณ เครื่องลาดใบไม้ที่เขาปูไว้เรียบร้อย ถวายมหาบพิตร ณ ที่นี้เถิด จงทรงตักน้ำจากภาชนะนี้ล้างพระบาทของพระองค์เถิด

ข้อ ๘๕

ขอถวายพระพรมหาบพิตร ใบหมากเม่าของอาตมภาพนี้เป็นของสุกไม่เค็ม พระองค์มาเป็นแขกของอาตมภาพแล้ว เชิญเสวยเถิด (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๘๖

โยมไม่บริโภคใบหมากเม่า เพราะใบหมากเม่านี้มิใช่อาหารของโยม โยมบริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลีที่ปรุงด้วยเนื้ออันสะอาด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๖}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘) (พระราชาตรัสกับพระเตมีย์โพธิสัตว์แล้ว จึงตรัสคาถาว่า)

ข้อ ๘๗

ความน่าอัศจรรย์ปรากฏชัดเจนกับโยม เพราะได้เห็นลูกรักอยู่ในที่ลับแต่ผู้เดียว เพราะเหตุไร ผิวพรรณของผู้บริโภคอาหารเช่นนี้จึงผ่องใสเล่า (พระเตมีย์โพธิสัตว์เมื่อจะทูลพระราชานั้น จึงตรัสว่า)

ข้อ ๘๘

ขอถวายพระพรมหาบพิตร อาตมภาพจำวัดตามลำพังบนเครื่องลาดใบไม้ เพราะการจำวัดตามลำพังนั้น ผิวพรรณของอาตมภาพจึงผ่องใส

ข้อ ๘๙

อนึ่ง อาตมภาพไม่มีราชองครักษ์คาดกระบี่คอยป้องกัน เพราะการจำวัดตามลำพังของอาตมภาพนั้น ผิวพรรณจึงผ่องใส ขอถวายพระพร

ข้อ ๙๐

อาตมภาพมิได้เศร้าโศกถึงอารมณ์ที่ล่วงไปแล้ว มิได้ปรารถนาอารมณ์ที่ยังไม่มาถึง ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะฉะนั้น ผิวพรรณของอาตมภาพจึงผ่องใส

ข้อ ๙๑

เพราะการปรารถนาอารมณ์ที่ยังไม่มาถึง เพราะเศร้าโศกถึงอารมณ์ที่ล่วงไปแล้ว ทั้ง ๒ อย่างนี้ พวกคนพาลซูบซีดเหี่ยวแห้ง เหมือนไม้อ้อที่เขียวสดถูกถอนทิ้งไว้ (ลำดับนั้น พระราชาทรงเชิญพระเตมีย์โพธิสัตว์ให้ครองราชสมบัติ จึงตรัสว่า)

ข้อ ๙๒

ลูกรัก โยมขอมอบกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ เหล่าทหารผูกโล่ และพระนิเวศน์ที่น่ารื่นรมย์แก่ลูก @เชิงอรรถ : @ กองพลช้าง หมายถึงกองทัพที่จัดขึ้นเป็นหมู่ใหญ่ นับช้างตั้งแต่สิบเชือกขึ้นไป ที่ชื่อว่ากองพลรถ@ก็เช่นเดียวกัน (ขุ.ชา.อ. ๙/๙๒/๔๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๗}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๙๓

โยมขอมอบพระสนมกำนัลในผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่าง ลูกรักจงปกครองพระสนมกำนัลในเหล่านั้น จงเป็นพระราชาของโยมทั้งหลาย

ข้อ ๙๔

หญิงทั้ง ๔ คนผู้ฉลาดในการฟ้อนรำและการขับร้อง ศึกษาดีแล้วในหน้าที่ของหญิงแม้อื่นๆ จักทำลูกรักให้รื่นรมย์ในกามได้ ลูกจักทำอะไรในป่าเล่า

ข้อ ๙๕

โยมจักนำราชกัญญาจากพระราชาอื่นๆ ผู้ประดับดีแล้วมา ขอลูกรักให้กำเนิดพระโอรสในหญิงเหล่านั้นแล้ว จึงบวชในภายหลังเถิด

ข้อ ๙๖

ลูกรักยังหนุ่มแน่นอยู่ในปฐมวัย ผมดำสนิท จงครอบครองราชสมบัติก่อนเถิด ขอลูกจงมีความเจริญ ลูกจักทำอะไรในป่าเล่า (พระเตมีย์โพธิสัตว์แสดงธรรมโปรดพระราชาว่า)

ข้อ ๙๗

คนหนุ่มควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ควรจะเป็นคนหนุ่ม เพราะการบวชของคนหนุ่ม ฤๅษีทั้งหลายสรรเสริญแล้ว

ข้อ ๙๘

คนหนุ่มควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ควรเป็นคนหนุ่ม อาตมภาพจักประพฤติพรหมจรรย์ อาตมภาพไม่ต้องการราชสมบัติ

ข้อ ๙๙

อาตมภาพเห็นเด็กหนุ่มของท่านทั้งหลาย ผู้เรียกมารดาและบิดา ซึ่งเป็นบุตรที่รักได้มาโดยยาก ยังไม่ทันถึงความแก่เลยก็ตายเสียแล้ว

ข้อ ๑๐๐

อาตมภาพเห็นเด็กสาวของท่านทั้งหลาย ที่สวยสดงดงาม สิ้นชีวิต เหมือนหน่อไม้ไผ่ที่ถูกถอน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๘}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๑๐๑

จริงอยู่ จะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม แม้ยังหนุ่มสาวก็ตาย เพราะฉะนั้น ใครเล่าจะพึงวางใจในชีวิตนั้นได้ว่า เรายังเป็นหนุ่มสาว

ข้อ ๑๐๒

อายุของคนเป็นของน้อย เพราะวันคืนล่วงไปๆ เปรียบเหมือนอายุของฝูงปลาในน้ำน้อย ความเป็นหนุ่มสาวในวัยนั้นจักทำอะไรได้

ข้อ ๑๐๓

สัตวโลกถูกครอบงำและถูกรุมล้อมอยู่เป็นนิตย์ เมื่อราตรีทั้งหลายทำอายุ วรรณะ และกำลัง ของเหล่าสัตว์ให้สิ้นไปเป็นไปอยู่ มหาบพิตรจะอภิเษกอาตมภาพในราชสมบัติทำไม (พระราชาตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๔

สัตวโลกถูกอะไรครอบงำ และถูกอะไรรุมล้อมไว้ อะไรชื่อว่าราตรีที่ทำอายุ วรรณะ และกำลังของเหล่าสัตว์ให้สิ้นไปเป็นไปอยู่ โยมถามแล้ว ขอลูกรักจงบอกข้อนั้นแก่โยมเถิด (พระเตมีย์โพธิสัตว์ทูลว่า)

ข้อ ๑๐๕

สัตวโลกถูกความตายครอบงำ และถูกความแก่รุมล้อมไว้ วันคืนที่ชื่อว่าทำอายุ วรรณะ และกำลังของเหล่าสัตว์ให้สิ้นไปก็เป็นไปอยู่ มหาบพิตร ขอจงทรงทราบอย่างนี้ ขอถวายพระพร

ข้อ ๑๐๖

เมื่อเส้นด้ายที่เขากำลังทอ ช่างหูกทอไปได้เท่าใด ส่วนที่ต้องทอต่อไป โยมก็พึงทราบว่า เหลืออยู่น้อยเท่านั้นฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๑๙๙}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๑๐๗

ห้วงน้ำที่เต็มฝั่งเมื่อไหลไปย่อมไม่ไหลกลับฉันใด อายุของมนุษย์ทั้งหลายเมื่อผ่านไป ก็ย่อมไม่หวนกลับคืนฉันนั้น

ข้อ ๑๐๘

ห้วงน้ำที่เต็มฝั่งย่อมพัดพาเอาต้นไม้ ที่เกิดอยู่ริมฝั่งให้หักโค่นไปฉันใด สัตว์ทั้งปวงย่อมถูกชราและมรณะพัดพาไปฉันนั้น (พระราชาสดับธรรมกถาของพระเตมีย์โพธิสัตว์แล้ว จะเชิญให้ครองราชสมบัติอีก จึงตรัสว่า)

ข้อ ๑๐๙

ลูกเอ๋ย โยมขอมอบกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ เหล่าทหารผูกโล่ และพระราชนิเวศน์ที่น่ารื่นรมย์แก่ลูก

ข้อ ๑๑๐

อนึ่ง โยมขอมอบพระสนมกำนัลใน ผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่าง ลูกเอ๋ย จงปกครองพระสนมกำนัลในเหล่านั้น ลูกจักเป็นพระราชาของโยมทั้งหลาย

ข้อ ๑๑๑

หญิงทั้ง ๔ คนผู้ฉลาดในการฟ้อนรำและการขับร้อง ศึกษาดีแล้วในหน้าที่ของหญิงอื่นๆ จักทำลูกรักให้รื่นรมย์ในกามได้ ลูกจะทำอะไรในป่าเล่า

ข้อ ๑๑๒

โยมจักนำราชกัญญาจากพระราชาอื่นๆ ผู้ประดับแล้วมาให้แก่ลูก ลูกให้หญิงเหล่านั้นกำเนิดพระโอรสแล้ว จึงบวชในภายหลังเถิด

ข้อ ๑๑๓

ลูกยังหนุ่มแน่นอยู่ในปฐมวัย มีผมดำสนิท จงครอบครองราชสมบัติก่อนเถิด ขอลูกจงมีความเจริญ ลูกจักทำอะไรในป่าเล่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๐๐}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๑. เตมิยชาดก (๕๓๘)

ข้อ ๑๑๔

ลูกเอ๋ย โยมขอมอบฉางหลวง พระคลัง พาหนะ พลนิกาย และพระราชนิเวศน์อันน่ารื่นรมย์แก่ลูก

ข้อ ๑๑๕

ลูกจงแวดล้อมด้วยแวดวงราชกัญญาที่งามพร้อม จงแวดล้อมด้วยหมู่พระสนมกำนัลใน จงครอบครองราชสมบัติก่อนเถิด ขอลูกจงมีความเจริญ ลูกจักทำอะไรในป่าเล่า (พระเตมีย์โพธิสัตว์เมื่อจะประกาศความที่ตนไม่ปรารถนาราชสมบัติ จึงทูลว่า)

ข้อ ๑๑๖

มหาบพิตรจะให้อาตมภาพเสื่อมไปเพราะทรัพย์ทำไม บุคคลจักตายเพราะภรรยาทำไม ประโยชน์อะไรด้วยความเป็นหนุ่มสาวที่แก่เฒ่า เพราะถูกชราครอบงำ

ข้อ ๑๑๗

ในโลกสันนิวาสที่มีชราและมรณะเป็นธรรมดานั้น จะเพลิดเพลินไปทำไม จะเล่นหัวไปทำไม จะยินดีไปทำไม จะแสวงหาทรัพย์ไปทำไม จะมีประโยชน์อะไรด้วยลูกและเมียแก่อาตมภาพ อาตมภาพเป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากเครื่องผูก ขอถวายพระพร

ข้อ ๑๑๘

มัจจุราชย่อมไม่ย่ำยีอาตมภาพผู้รู้ชัดอย่างนี้ว่า เมื่อบุคคลถูกมัจจุราชครอบงำแล้ว จะยินดีไปทำไม จะแสวงหาทรัพย์ไปทำไม

ข้อ ๑๑๙

ภัยของผลไม้ที่สุกแล้วทั้งหลาย ย่อมมีเพราะหล่นลงเป็นนิตย์ฉันใด ภัยของเหล่าสัตว์ผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมีเพราะความตายอยู่เป็นนิตย์ฉันนั้น

ข้อ ๑๒๐

คนเป็นจำนวนมากที่ได้พบกันในตอนเช้า ตกตอนเย็นบางพวกก็ไม่เห็นกัน คนเป็นจำนวนมากที่ได้พบกันในตอนเย็น ตกตอนเช้าบางพวกก็ไม่เห็นกัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๘ หน้า : ๒๐๑}

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก [๒๒. มหานิบาต] ๒. มหาชนกชาดก (๕๓๙)

ข้อ ๑๒๑

ควรรีบทำความเพียรเสียแต่ในวันนี้ ใครเล่าจะพึงรู้ได้ว่า ความตายจะมีในวันพรุ่งนี้ เพราะความผ่อนผันกับมัจจุราชที่มีเสนาหมู่ใหญ่นั้น ไม่มีแก่เราทั้งหลายเลย

ข้อ ๑๒๒

พวกโจรย่อมปรารถนาทรัพย์ มหาบพิตร อาตมภาพเป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากเครื่องผูก เชิญมหาบพิตรเสด็จกลับไปเถิด อาตมภาพไม่มีความต้องการด้วยราชสมบัติ ขอถวายพระพรเตมิยชาดกที่ ๑ จบ

ฉบับหลวง

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

มหานิปาตํ ๑ เตมิยชาตกํ

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๐ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ มหานิบาตชาดก ๑. เตมิยชาดก พระเจ้าเตมีย์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี

ข้อ ๓๙๔

มา ปณฺฑิจฺจยํ วิภาวย พาลมโต ภว สพฺพปาณินํ สพฺโพ ตญฺชโน โอจินายตุ เอวํ ตว อตฺโถ ภวิสฺสติ ฯ

ท่านจงอย่าแสดงตนเป็นคนฉลาด จงให้คนทั้งปวงรู้ว่าตนเป็นคนโง่ คนทั้งหมดนั้นจะได้ดูหมิ่นท่านว่า เป็นคนกาฬกัณณี ความประสงค์ของ ท่านจะสำเร็จด้วยอาการอย่างนี้.

ข้อ ๓๙๕

กโรมิ เต ตํ วจนํ ยํ มํ ภณสิ เทวเต อตฺถกามาสิ เม อมฺม หิตกามาสิ เทวเต ฯ

ดูกรแม่เทพธิดา ข้าพเจ้าจะทำตามคำที่ท่านกล่าว ท่านเป็นผู้ปรารถนา ประโยชน์ ปรารถนาจะเกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า.

ข้อ ๓๙๖

กินฺนุ สนฺตรมาโนว กาสุํ ขณสิ สารถิ ปุฏฺโฐ เม สมฺม อกฺขาหิ กึ กาสุยา กริสฺสสิ ฯ

ดูกรนายสารถี ท่านจะรีบขุดหลุมไปทำไม เราถามแล้ว ขอท่านจงบอก ท่านจักทำประโยชน์อะไรด้วยหลุม.

ข้อ ๓๙๗

รญฺโญ มูโค จ ปกฺโข จ ปุตฺโต ชาโต อเจตโส โสมฺหิ รญฺญา สมชฺฌิตฺโถ ปุตฺตํ เม นิกฺขณํ วเน ฯ

พระราชโอรสของพระราชาเป็นใบ้ เป็นง่อยเปลี้ย ไม่มีจิตใจ พระราชา ตรัสสั่งข้าพเจ้าว่า พึงฝังลูกเราเสียในป่า.

ข้อ ๓๙๘

|๓๙๘.๑| น พธิโร น มูโคสฺมิ น ปกฺโข น จ ปงฺคุโล อธมฺมํ สารถิ กยิรา มญฺเจ ตฺวํ นิกฺขณํ วเน |๓๙๘.๒| อุรู พาหู จ เม ปสฺส ภาสิตญฺจ สุโณหิ เม อธมฺมํ สารถิ กยิรา มญฺเจ ตฺวํ นิกฺขณํ วเน ฯ

ดูกรนายสารถี เรามิได้เป็นคนหนวก มิได้เป็นคนใบ้ มิได้เป็นง่อยเปลี้ย มิได้มีอินทรีย์วิกลการ ถ้าท่านพึงฝังเราในป่า ท่านก็ชื่อว่าพึงกระทำสิ่งที่ ไม่เป็นธรรม เชิญท่านดูขาและแขนของเรา และเชิญฟังคำภาษิตของเรา ถ้าท่านพึงฝังเราเสียในป่า ท่านก็ชื่อว่าพึงกระทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม.

ข้อ ๓๙๙

เทวตา นุสิ คนฺธพฺโพ อาทู สกฺโก ปุรินฺทโท โก วา ตฺวํ กสฺส วา ปุตฺโต กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ

ท่านเป็นเทวดา เป็นคนธรรพ์ หรือเป็นท้าวสักกปุรินททะ ท่านเป็นใคร หรือว่าเป็นบุตรของใคร เราทั้งหลายจะรู้จักท่านอย่างไร.

ข้อ ๔๐๐

|๔๐๐.๑| นมฺหิ เทโว น คนฺธพฺโพ นาปิ สกฺโก ปุรินฺทโท กาสิรญฺโญ อหํ ปุตฺโต ยํ กาสุยา นิขญฺญสิ |๔๐๐.๒| ตสฺส รญฺโญ อหํ ปุตฺโต ยํ ตฺวํ สมฺมูปชีวสิ อธมฺมํ สารถิ กยิรา มญฺเจ ตฺวํ นิกฺขณํ วเน |๔๐๐.๓| ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก |๔๐๐.๔| ยถา รุกฺโข ตถา ราชา ยถา สาขา ตถา อหํ ยถา ฉายูปโค โปโส เอวํ ตฺวมสิ สารถิ อธมฺมํ สารถิ กยิรา มญฺเจ ตฺวํ นิกฺขณํ วเน ฯ

เราไม่ใช่เป็นเทวดา ไม่ใช่เป็นคนธรรพ์ ไม่ใช่เป็นท้าวสักกปุรินททะ เราเป็นโอรสของพระเจ้ากาสีผู้ที่ท่านอาศัยบารมีเลี้ยงชีพอยู่ ดูกรนายสารถี ถ้าท่านพึงฝังเราเสียในป่า ท่านก็ชื่อว่าพึงกระทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม บุคคล พึงนั่งหรือนอนที่ร่มเงาต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งต้นไม้นั้น เพราะว่า ผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม พระราชาเป็นเหมือนต้นไม้ เราเป็น เหมือนกิ่งไม้ ท่านสารถีเป็นเหมือนคนอาศัยร่มเงา ดูกรนายสารถี ถ้าท่านพึงฝังเราเสียในป่า ท่านก็ชื่อว่าพึงกระทำซึ่งสิ่งที่ไม่เป็นธรรม.

ข้อ ๔๐๑

|๔๐๑.๑| พหุตพฺภกฺโข ภวติ วิปฺปวุตฺโถ สกงฺฆรา พหู นํ อุปชีวนฺติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๒| ยํ ยํ ชนปทํ ยาติ นิคเม ราชธานิโย สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๓| นาสฺส โจรา ปสหนฺติ นาติมญฺเญติ ขตฺติโย สพฺเพ อมิตฺเต ตรติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๔| อกุทฺโธ สฆรํ เอติ สภาย ปฏินนฺทิโต ญาตีนํ อุตฺตโม โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๕| สกฺกตฺวา สกฺกโต โหติ ครุ โหติ สคารโว วณฺณกิตฺติภโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๖| ปูชโก ลภเต ปูชํ วนฺทโก ปฏิวนฺทนํ ยโสกิตฺติญฺจ ปปฺโปติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๗| อคฺคิ ยถา ปชฺชลติ เทวตาว วิโรจติ สิริยา อชฺชหิโต โหติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๘| คาโว ตสฺส ปชายนฺติ เขตฺเต วุตฺตํ วิรูหติ วุตฺตานํ ผลมสฺนาติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๙| ทริโต ปพฺพตาโต วา รุกฺขโต ปติโต นโร จุโต ปติฏฺฐํ ลภติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ |๔๐๑.๑๐| วิรูฬฺหมูลสนฺตานํ นิโคฺรธมิว มาลุโต อมิตฺตา นปฺปสหนฺติ โย มิตฺตานํ น ทุพฺภติ ฯ

ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร ออกจากเรือนของตน ไปในที่ไหนๆ ย่อมมี อาหารมากมาย คนเป็นอันมากย่อมอาศัยผู้นั้นเป็นอยู่ ผู้ใดไม่ประทุษร้าย มิตร ผู้นั้นไปยังชนบท นิคม ราชธานีใดๆ ย่อมเป็นผู้อันชนทั้งหลาย ในชนบท นิคม ราชธานีนั้นๆ บูชา ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร ผู้นั้นโจร ทั้งหลายไม่ข่มเหง พระมหากษัตริย์ ก็ไม่ทรงดูหมิ่น และผู้นั้นย่อมข้าม พ้นศัตรูทั้งปวงได้ ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร ผู้นั้นไม่ได้โกรธเคืองใครๆ มายังเรือนของตน ย่อมเป็นผู้อันมหาชนยินดีต้อนรับในสภา ทั้งเป็น ผู้สูงสุดในหมู่ญาติ ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร ผู้นั้นสักการะคนอื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้อันคนอื่นสักการะตอบ เคารพคนอื่นแล้ว ย่อมเป็นผู้อันคนอื่น เคารพตอบ ทั้งเป็นผู้อันบุคคลกล่าวสรรเสริญเกียรติคุณ ผู้ใดไม่ประทุษ ร้ายมิตร บูชาผู้อื่น ย่อมได้บูชาตอบ ไหว้ผู้อื่น ย่อมได้ไหว้ตอบ ทั้งย่อมถึงอิสริยยศและเกียรติยศ ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร ผู้นั้นย่อม รุ่งเรืองเหมือนกองไฟ ย่อมไพโรจน์เหมือนเทวดา เป็นผู้อันสิริไม่ละแล้ว ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร โคของผู้นั้นย่อมเกิดมากมูล พืชในนาย่อม งอกงาม ผู้นั้นย่อมได้บริโภคผลที่หว่านลงแล้ว นรชนใดไม่ประทุษร้าย มิตร นรชนนั้น พลาดจากภูเขา หรือพลาดตกจากต้นไม้ ย่อมได้ที่พึ่ง ผู้ใดไม่ประทุษร้ายมิตร ศัตรูทั้งหลายย่อมไม่ข่มขี่ผู้นั้น เหมือนต้นไทร ที่มีรากหยั่งลงมั่นแล้ว ลมประทุษร้ายไม่ได้ฉะนั้น.

ข้อ ๔๐๒

เอหิ ตํ ปฏิเนสฺสามิ ราชปุตฺต สกํ ฆรํ รชฺชํ กาเรหิ ภทฺทนฺเต กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ

ข้าแต่พระราชโอรส เชิญเสด็จเถิด เกล้ากระหม่อม จักนำพระองค์ เสด็จกลับยังพระราชมณเฑียร เชิญพระองค์เสวยราชสมบัติ พระองค์ จงทรงพระเจริญ จะทรงหาประโยชน์อะไรอยู่ในป่าเล่า.

ข้อ ๔๐๓

อลํ เม เตน รชฺเชน ญาตเกน ธเนน วา ยํ เม อธมฺมจริยาย รชฺชํ ลพฺเภถ สารถิ ฯ

ดูกรนายสารถี เราไม่ต้องการด้วยราชสมบัติ พระประยูรญาติ หรือทรัพย์ สมบัติ ที่เราจะพึงได้ด้วยการประพฤติธรรม.

ข้อ ๔๐๔

|๔๐๔.๑| ปุณฺณปตฺตํ มํ ลาเภหิ ราชปุตฺโต อิโต คโต ปิตา มาตา จ เม ทชฺชุํ ราชปุตฺต ตยี คเต ฯ |๔๐๔.๒| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา เตปิ อตฺตมนา ทชฺชุํ ราชปุตฺต ตยี คเต ฯ |๔๐๔.๓| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา เตปิ อตฺตมนา ทชฺชุํ ราชปุตฺต ตยี คเต ฯ |๔๐๔.๔| พหุตฺตธญฺญา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา อุปยานานิ เม ทชฺชุํ ราชปุตฺต ตยี คเต ฯ

ข้าแต่พระราชโอรส พระองค์เสด็จกลับจากที่นี้แล้ว จะทำให้เกล้า- กระหม่อมได้รางวัลที่น่ายินดี เมื่อพระองค์เสด็จกลับแล้ว พระชนกและ พระชนนีพึงพระราชทานรางวัลแก่เกล้ากระหม่อม ข้าแต่พระราชโอรส เมื่อพระองค์เสด็จกลับแล้ว นางสนม พวกกุมาร พ่อค้า และพวก พราหมณ์ จะพึงดีใจ ให้รางวัลแก่เกล้ากระหม่อม ข้าแต่พระราชโอรส เมื่อพระองค์เสด็จกลับแล้ว กองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ และ กองพลราบ จะพึงดีใจให้รางวัล แก่เกล้ากระหม่อม ข้าแต่พระราชโอรส เมื่อพระองค์เสด็จกลับแล้ว ชาวชนบท และชาวนิคม ผู้มีธัญญาหาร มากมาย จะมาประชุมกันให้เครื่องบรรณาการแก่เกล้ากระหม่อม.

ข้อ ๔๐๕

|๔๐๕.๑| ปิตุ มาตุ จหํ จตฺโต รฏฺฐสฺส นิคมสฺส จ อโถ สพฺพกุมารานํ นตฺถิ มยฺหํ สกํ ฆรํ ฯ |๔๐๕.๒| อนุญฺญาโต อหํ มตฺยา สญฺจตฺโต ปิตรา อหํ เอโก อรญฺเญ ปพฺพชิโต น กาเม อภิปตฺถเย ฯ

เราเป็นผู้อันพระชนกและพระชนนี ชาวแว่นแคว้น ชาวนิคม และ กุมารทั้งปวงสละแล้ว เราไม่มีเรือนของตน เราอันพระชนนีทรงอนุญาต แล้ว และพระชนกก็ทรงยินดี สละอยู่ในป่าแต่ผู้เดียว ไม่พึงปรารถนา กามทั้งหลาย เราจะบวช.

ข้อ ๔๐๖

|๔๐๖.๑| อปิ อตรมานานํ ผลาสาว สมิชฺฌติ วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมิ เอวํ ชานาหิ สารถิ ฯ |๔๐๖.๒| อปิ อตรมานานํ สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมิ นิกฺขนฺโต อกุโตภโย ฯ

ความปรารถนาผลของบุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมสำเร็จแน่นอน เราเป็น ผู้มีพรหมจรรย์อันสำเร็จแล้ว ดูกรนายสารถี ท่านจงรู้อย่างนี้ ประโยชน์ โดยชอบของบุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมสำเร็จโดยแท้ เราเป็นผู้มีพรหมจรรย์ อันสำเร็จแล้ว เราออกบวชแล้ว เป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ.

ข้อ ๔๐๗

เอวํ วคฺคุกโถ สนฺโต วิสฺสฏฺฐวจโน จ โส กสฺมา ปิตุ จ มาตุ จ สนฺติเก น ภณี ตทา ฯ

พระองค์เป็นผู้มีพระวาจาอันไพเราะ สละสลวยอย่างนี้ เพราะเหตุไร พระองค์จึงไม่ตรัสในสำนักพระชนกและพระชนนีในกาลนั้น.

ข้อ ๔๐๘

|๔๐๘.๑| นาหํ อสนฺธิตา ปกฺโข น พธิโร อโสตตา นาหํ อชิวฺหตา มูโค มา มํ มูคมธารยิ ฯ |๔๐๘.๒| ปุริมํ สรามหํ ชาตึ ยตฺถ รชฺชมการยึ การยิตฺวา ตหึ รชฺชํ ปาปตฺถํ นิรยํ ภุสํ ฯ |๔๐๘.๓| วีสติญฺเจว วสฺสานิ ตหึ รชฺชมการยึ อสีติวสฺสสหสฺสานิ นิรยมฺหิ อปจฺจสึ ฯ |๔๐๘.๔| ตสฺส รชฺชสฺสหํ ภีโต มา มํ รชฺเชภิเสจยุํ ตสฺมา ปิตุ จ มาตุ จ สนฺติเก น ภณึ ตทา ฯ |๔๐๘.๕| อุจฺจงฺเก มํ นิสีเทตฺวา ปิตา อตฺถานุสาสติ เอกํ หนถ พนฺธถ เอกํ ขราปติจฺฉกํ ฯ |๔๐๘.๖| เอกํ สูลสฺมิ อุพฺเพถ อิจฺจสฺส อนุสาสติ ตายาหํ ผรุสํ สุตฺวา วาจาโย สมุทีริตา ฯ |๔๐๘.๗| อมูโค มูควณฺเณน อปกฺโข ปกฺขสมฺมโต สเก มุตฺตกรีสสฺมึ อจฺฉาหํ สํปริปฺลุโต ฯ |๔๐๘.๘| กสิรญฺจ ปริตฺตญฺจ ตญฺจ ทุกฺเขน สํยุตํ โกมํ ชีวิตมาคมฺม เวรํ กยิราถ เกนจิ ฯ |๔๐๘.๙| ปญฺญาย จ อลาเภน ธมฺมสฺส จ อทสฺสนา โกมํ ชีวิตมาคมฺม เวรํ กยิราถ เกนจิ ฯ |๔๐๘.๑๐| อปิ อตรมานานํ ผลาสาว สมิชฺฌติ วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมิ เอวํ ชานาหิ สารถิ ฯ |๔๐๘.๑๑| อปิ อตรมานานํ สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมิ นิกฺขนฺโต อกุโตภโย ฯ

เราเป็นคนง่อยเปลี้ยเพราะไม่มีเครื่องต่อก็หาไม่ เป็นคนหนวกเพราะ ไม่มีช่องหูก็หาไม่ เป็นคนใบ้เพราะไม่มีลิ้นก็หาไม่ ท่านอย่าเข้าใจว่า เราเป็นใบ้ เราระลึกชาติก่อนที่เราเสวยราชสมบัติได้ เราได้เสวย ราชสมบัติในกาลนั้นแล้ว ต้องไปตกนรกอันกล้าแข็ง เราได้เสวย ราชสมบัติในกาลนั้นยี่สิบปีแล้วต้องหมกไหม้อยู่ในนรก ๘๐,๐๐๐ ปี เรา กลัวจะต้องเสวยราชสมบัตินั้น จึงตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอชนทั้งหลาย อย่าได้อภิเษกเราในราชสมบัติเลย เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่พูดในสำนัก ของพระชนก และพระชนนีในกาลนั้น พระชนกทรงอุ้มเรา ให้นั่ง บนพระเพลา แล้วตรัสสั่งข้อความว่า จงฆ่าโจรคนหนึ่ง จงขังโจร คนหนึ่งไว้ในเรือนจำ จงเอาหอกแทงโจรคนหนึ่ง แล้วราดด้วยน้ำแสบ ที่แผล จงเสียบโจรคนหนึ่งบนหลาว พระชนกตรัสสั่งข้อความแก่มหาชน ด้วยประการดังนี้ เราได้ฟังพระวาจาอันหยาบคาย ที่พระชนกตรัสนั้น จึง กลัวต่อการเสวยราชสมบัติ เรามิได้เป็นใบ้ ก็ทำเหมือนเป็นใบ้ มิได้เป็น คนง่อยเปลี้ย ก็ทำเหมือนเป็นคนง่อยเปลี้ย เราแกล้งนอนเกลือกกลิ้งอยู่ ในอุจจาระปัสสาวะของตน ชีวิตเป็นของฝืดเคือง เป็นของน้อย ทั้งประกอบไปด้วยทุกข์ ใครเล่าอาศัยชีวิตนี้แล้ว พึงก่อเวรกับใครๆ ใคร เล่าได้อาศัยชีวิตนี้แล้ว พึงก่อเวรกับใครๆ เพราะไม่ได้ปัญญา และเพราะ ไม่เห็นธรรม ความหวังผลของบุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมสำเร็จแน่นอน เราเป็นผู้มีพรหมจรรย์อันสำเร็จแล้ว ดูกรนายสารถี ท่านจงรู้อย่างนี้ ประโยชน์โดยชอบของบุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมสำเร็จโดยแท้ เราเป็นผู้ มีพรหมจรรย์อันสำเร็จแล้ว เราออกบวชแล้วเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ.

ข้อ ๔๐๙

อหมฺปิ ปพฺพชิสฺสามิ ราชปุตฺต ตวนฺติเก อวฺหยสฺสุ มํ ภทฺทนฺเต ปพฺพชฺชา มม รุจฺจติ ฯ

ข้าแต่พระราชโอรส แม้เกล้ากระหม่อม ก็จักบวชในสำนักของพระองค์ ขอพระองค์ได้โปรดตรัสอนุญาตให้เกล้ากระหม่อมบวชด้วยเถิด ขอพระ องค์จงทรงพระเจริญ เกล้ากระหม่อมก็ชอบบวช.

ข้อ ๔๑๐

รถํ นิยฺยาทยิตฺวาน อนโณ เอหิ สารถิ อนณสฺส หิ ปพฺพชฺชา เอตํ อิสีภิ วณฺณิตํ ฯ

ดูกรนายสารถี เรามอบรถให้ท่านไว้ ท่านจงเป็นผู้ไม่มีหนี้มา จริงอยู่ การบรรพชา ของบุคคลผู้ไม่มีหนี้ ท่านผู้แสวงหาทั้งหลายสรรเสริญ.

ข้อ ๔๑๑

|๔๑๑.๑| ยเทว ตฺยาหํ วจนํ อกรํ ภทฺทมตฺถุ เต ตเทว เม ตฺวํ วจนํ ยาจิโต กตฺตุมรหสิ ฯ |๔๑๑.๒| อิเธว ตาว อจฺฉสฺสุ ยาว ราชานมานเย อปฺเปว เต ปิตา ทิสฺวา ปตีโต สุมโน สิยา ฯ

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ เมื่อใด เกล้ากระหม่อมได้ทำตามพระดำรัส ของพระองค์แล้ว เมื่อนั้น เกล้ากระหม่อมทูลวิงวอนแล้ว ขอพระองค์ ได้ทรงโปรดกระทำตามคำของเกล้ากระหม่อม ขอพระองค์จงประทับรอ อยู่ ณ ที่นี้จนกว่าเกล้ากระหม่อมจะเชิญเสด็จพระราชามา เมื่อพระชนก ของพระองค์ ทอดพระเนตรเห็นแล้ว จะพึงทรงมีพระปีติโสมนัสเป็นแน่.

ข้อ ๔๑๒

|๔๑๒.๑| กโรมิ เต ตํ วจนํ ยํ มํ ภณสิ สารถิ อหมฺปิ ทฏฺฐุกาโมสฺมิ ปิตรํ เม อิธาคตํ ฯ |๔๑๒.๒| เอหิ สมฺม นิวตฺตสฺสุ กุสลํ วชฺชาสิ ญาตินํ มาตรํ ปิตรํ มยฺหํ วุตฺโต วชฺชาสิ วนฺทนํ ฯ

ดูกรนายสารถี เราจะทำตามคำที่ท่านกล่าวกะเรา แม้เราก็ปรารถนาจะได้ เห็นพระชนกของเราเสด็จมา ณ ที่นี้ เชิญท่านกลับไปเถิด ท่านได้ทูล พระประยูรญาติด้วยก็เป็นความดี ท่านเป็นผู้อันเราสั่งแล้ว พึงกราบทูล ถวายบังคมพระชนนีและพระชนกของเรา.

ข้อ ๔๑๓

ตสฺส ปาเท คเหตฺวาน กตฺวา จ นํ ปทกฺขิณํ สารถิ รถมารุยฺห ราชทฺวารํ อุปาคมิ ฯ

นายสารถีจับพระบาทของพระโพธิสัตว์ และกระทำประทักษิณแล้ว ขึ้น รถบ่ายหน้าเข้าไป ยังพระทวารพระราชวัง.

ข้อ ๔๑๔

|๔๑๔.๑| สุญฺญํ มาตา รถํ ทิสฺวา เอกํ สารถิมาคตํ อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ โรทนฺตี นํ อุทิกฺขติ |๔๑๔.๒| อยํ โส สารถิ เอติ นิหนฺตฺวา มม อตฺรชํ ฯ นิหโต นูน เม ปุตฺโต ปฐพฺยา ภูมิวฑฺฒโน |๔๑๔.๓| อมิตฺตา นูน นนฺทนฺติ ปตีตา นูน เวริโน อาคตํ สารถึ ทิสฺวา นิหนฺตฺวา มม อตฺรชํ ฯ |๔๑๔.๔| สุญฺญํ มาตา รถํ ทิสฺวา เอกํ สารถิมาคตํ อสฺสุปุณฺเณหิ เนตฺเตหิ โรทนฺตี นํ ปริปุจฺฉติ ฯ |๔๑๔.๕| กินฺนุ มูโค กินฺนุ ปกฺโข กินฺนุ โส วิลปี ตทา นิหญฺญมาโน ภูมิยา ตํ เม อกฺขาหิ สารถิ ฯ |๔๑๔.๖| กถํ หตฺเถหิ ปาเทหิ มูโค ปกฺโข วิวชฺชยิ นิหญฺญมาโน ภูมิยา ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ

พระราชชนนีทอดพระเนตรเห็นรถเปล่า นายสารถีกลับมาแต่ผู้เดียว ทรงกรรแสง มีพระเนตรชุ่มด้วยน้ำอัสสุชล ทอดพระเนตรดูนายสารถี นั้นอยู่ ทรงเข้าพระทัยว่านายสารถีฝังลูกของเราเสร็จแล้วกลับมา ลูก ของเราอันนายสารถีฝังในแผ่นดิน ถมแผ่นดินแล้วเป็นแน่ ศัตรูทั้งหลาย ย่อมพากันยินดี คนมีเวรทั้งหลายย่อมพากันอิ่มใจแน่แท้ เพราะเห็นนาย สารถีกลับมา เพราะนายสารถีฝังลูกของเรา พระราชชนนีทอดพระเนตร เห็นรถเปล่า และนายสารถีกลับมาแต่ผู้เดียว จึงทรงกรรแสง มีพระเนตร ชุ่มด้วยน้ำอัสสุชล ตรัสถามนายสารถีระร่ำระรักว่า ลูกของเราเป็นใบ้ หรือ เป็นง่อยเปลี้ยจริงหรือ ลูกของเราขณะเมื่อท่านจะฝังในแผ่นดิน พูด อะไรบ้างหรือเปล่า ดูกรนายสารถี ขอได้บอกเนื้อความนั้นแก่เราเถิด ลูก ของเราเป็นใบ้ ง่อยเปลี้ย เมื่อท่านจะฝังลงแผ่นดิน กระดิกมือและเท้า อย่างไร เราถามแล้ว ขอท่านจงบอกเนื้อความนั้นแก่เรา.

ข้อ ๔๑๕

อกฺเขยฺยนฺเต อหํ อยฺเย ทชฺชาสิ อภยํ มม ยํ เม สุตํ วา ทิฏฺฐํ วา ราชปุตฺตสฺส สนฺติเก ฯ

ขอเดชะพระแม่เจ้า ขอได้โปรดพระราชทานอภัยแก่ข้าพระพุทธเจ้า ข้า- พระพุทธเจ้าขอกราบทูลตามที่ได้ยินและได้เห็นมา ในสำนักพระราชโอรส.

ข้อ ๔๑๖

อภยํ สมฺม เต ทมฺมิ อภีโต ภณ สารถิ ยนฺเต สุตํ วา ทิฏฺฐํ วา ราชปุตฺตสฺส สนฺติเก ฯ

ดูกรนายสารถีผู้สหาย เราให้อภัยแก่ท่าน อย่ากลัวเลย จงพูดไปเถิด ตามที่ท่านได้ฟัง หรือได้เห็นมาในสำนักพระราชโอรส.

ข้อ ๔๑๗

|๔๑๗.๑| น โส มูโค น โส ปกฺโข วิสฏฺฐวจโน จ โส รชฺชสฺส กิร โส ภีโต อกรา อาลเย พหู ฯ |๔๑๗.๒| ปุริมํ สรติ โส ชาตึ ยตฺถ รชฺชมการยิ การยิตฺวา ตหึ รชฺชํ ปาปตฺถํ นิรยํ ภุสํ ฯ |๔๑๗.๓| วีสติ เจว วสฺสานิ ตหึ รชฺชมการยิ อสีติวสฺสสหสฺสานิ นิรยมฺหิ อปจฺจิ โส ฯ |๔๑๗.๔| ตสฺส รชฺชสฺส โส ภีโต มา มํ รชฺเชภิเสจยุํ ตสฺมา ปิตุ จ มาตุ จ สนฺติเก น ภณี ตทา ฯ |๔๑๗.๕| องฺคปจฺจงฺคสมฺปนฺโน อาโรหปริณาหวา วิสฺสฏฺฐวจโน ปญฺโญ มคฺเค สคฺคสฺส ติฏฺฐติ ฯ |๔๑๗.๖| สเจ ตฺวํ ทฏฺฐุกามาสิ ราชปุตฺตํ ตวตฺรชํ เอหิ ตํ ปาปยิสฺสามิ ยตฺถ สมฺมติ เตมิโย ฯ

พระราชโอรสนั้น มิได้ทรงเป็นใบ้ มิได้เป็นง่อยเปลี้ย มีพระวาจาสละ- สลวย ทราบว่า พระองค์ทรงกลัวต่อการครองราชสมบัติ จึงได้ทรง กระทำการลวงเป็นอันมาก พระองค์ทรงระลึกถึงชาติก่อนที่พระองค์ได้ เสวยราชสมบัติได้ พระองค์ได้เสวยราชสมบัติในกาลนั้นแล้ว ต้องไป ตกนรกอันกล้าแข็ง พระองค์ได้เสวยราชสมบัติในกาลนั้น ๒๐ ปี แล้ว ต้องหมกไหม้อยู่ในนรก ๘๐๐๐๐ ปี พระองค์ทรงกลัวจะต้องเสวยราช- สมบัตินั้น จึงทรงตั้งจิตอธิษฐานว่า ขอชนทั้งหลายอย่าอภิเษกเราใน ราชสมบัติเลย เพราะฉะนั้น พระองค์จึงไม่ตรัสในราชสำนัก ของ พระชนกและพระชนนีในกาลนั้น พระราชโอรสทรงสมบูรณ์ด้วยอังคา- พยพ มีพระรูปสมบัติงดงามสมส่วน มีพระวาจาสละสลวย มีพระ ปัญญาเฉียบแหลม ทรงสถิตอยู่ในทางสวรรค์ ถ้าพระแม่เจ้าทรงปรารถนา พระราชโอรสของพระองค์ ข้าพระพุทธเจ้าขอทูลเชิญเสด็จพระแม่เจ้า เสด็จไปให้ถึงสถานที่ ซึ่งพระเตมีย์ราชโอรสประทับอยู่เถิด พระพุทธ- เจ้าข้า.

ข้อ ๔๑๘

|๔๑๘.๑| โยชยนฺตุ รเถ อสฺเส กจฺฉํ นาคานิ พนฺธถ อุทีรยนฺตุ สงฺขปณฺฑวา นทนฺตุ เอกโปกฺขรา ฯ |๔๑๘.๒| นทนฺตุ เภรี สนฺนทฺธา วคฺคู นทนฺตุ ทุนฺทุภี เนคมา จ มํ อเนฺวนฺตุ คจฺฉํ ปุตฺตนิวาทโก ฯ |๔๑๘.๓| โอโรธา จ กุมารา จ เวสิยานา จ พฺราหฺมณา ขิปฺปํ ยานานิ โยเชนฺตุ คจฺฉํ ปุตฺตนิวาทโก ฯ |๔๑๘.๔| หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา ขิปฺปํ ยานานิ โยเชนฺตุ คจฺฉํ ปุตฺตนิวาทโก ฯ |๔๑๘.๕| สมาคตา ชานปทา เนคมา จ สมาคตา ขิปฺปํ ยานานิ โยเชนฺตุ คจฺฉํ ปุตฺตนิวาทโก ฯ

เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจงเทียมรถ จงเทียมม้า จงผูกเครื่องประดับช้าง จง กระทั่งสังข์และบัณเฑาะว์ จงตีกลองหน้าเดียว จงตีกลองสองหน้า และรำมะนาอันไพเราะ ขอชาวนิคม จงตามเรามา เราจักไปให้โอวาท พระราชโอรส นางสนม พวกกุมาร พวกพ่อค้า และพวกพราหมณ์ จงรีบตระเตรียมยาน เราจักไปให้โอวาทพระราชโอรส พวกกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถและกองพลราบ จงรีบเทียมยาน เราจักไปให้ โอวาทพระราชโอรส ชาวชนบท และชาวนิคม จงมาพร้อมกัน จงรีบ ตระเตรียมยาน เราจักไปให้โอวาทพระราชโอรส.

ข้อ ๔๑๙

อสฺเส จ สารถี ยุตฺเต สินฺธเว สีฆวาหเน ราชทฺวารํ อุปาคญฺฉุํ ยุตฺตา เทว อิเม หยา ฯ

พวกสารถี จูงม้าที่เทียมรถและม้าสินธพ ซึ่งเป็นพาหนะว่องไว มายัง ประตูพระราชวัง แล้วกราบทูลว่า ม้าทั้งสองนี้เทียมไว้เสร็จแล้วพระเจ้าข้า.

ข้อ ๔๒๐

ถูลา ชเวน หายนฺติ กีสา หายนฺติ ถามสา กีเส ถูเล วิวชฺชิตฺวา สํสฏฺฐา โยชิตา หยา ฯ

ม้าอ้วนไม่มีความว่องไว ม้าผอมไม่มีเรี่ยวแรง จงเว้นม้าผอมและม้า อ้วนเสีย เลือกเทียมแต่ม้าที่สมบูรณ์.

ข้อ ๔๒๑

|๔๒๑.๑| ตโต ราชา ตรมาโน ยุตฺตมารุยฺห สนฺทนํ อิตฺถาคารํ อชฺฌภาสิ สพฺพาว อนุยาถ มํ ฯ |๔๒๑.๒| วาลวีชนิมุณฺหีสํ ขคฺคํ ฉตฺตญฺจ ปณฺฑรํ อุปาธี รถมารุยฺห สุวณฺเณหิ อลงฺกตา ฯ |๔๒๑.๓| ตโต จ ราชา ปายาสิ ปุรกฺขิตฺวาน สารถึ ขิปฺปเมว อุปาคญฺฉิ ยตฺถ สมฺมติ เตมิโย ฯ

ลำดับนั้น พระราชารีบเสด็จขึ้นประทับสินธพ อันเทียมแล้ว ได้ตรัส กับนางชาววังว่า จงตามเรามาทุกคน พระราชาตรัสสั่งว่า จงตระเตรียม เครื่องปัญจราชกกุธภัณฑ์ คือ พัดวาลวีชนี อุณหิส พระขรรค์ เศวต- ฉัตร และฉลองพระบาททอง ให้ขนขึ้นรถไปด้วย ลำดับนั้นแล พระ ราชาตรัสสั่งให้นายสารถีนำทางเสด็จเคลื่อนขบวนเข้าไปถึงสถานที่ ที่ พระเตมีย์ ราชฤาษีประทับอยู่โดยพลัน.

ข้อ ๔๒๒

|๔๒๒.๑| ตญฺจ ทิสฺวาน อายนฺตํ ชลนฺตมิว เตชสา ขตฺตสงฺฆปริพฺยูฬฺหํ เตมิโย เอตทพฺรวิ ฯ |๔๒๒.๒| กจฺจิ นุ ตาต กุสลํ กจฺจิ ตาต อนามยํ สพฺพา จ ราชกญฺญาโย อโรคา มยฺห มาตโร ฯ

ส่วนพระเตมีย์ราชฤาษี ทอดพระเนตรเห็นพระชนกนาถกำลังเสด็จมา ทรงรุ่งเรืองด้วยพระเดชานุภาพ ทรงแวดล้อมด้วยหมู่อำมาตย์ จึงถวาย พระพรว่า ขอถวายพระพรมหาบพิตร ทรงปราศจากพระโรคาพาธหรือ ทรง พระสำราญดีหรือ ราชกัญญาทั้งปวง และโยมพระมารดาของอาตมภาพ ไม่มีพระโรคพาธหรือ.

ข้อ ๔๒๓

กุสลญฺเจว เม ปุตฺต อโถ ปุตฺต อนามยํ สพฺพา จ ราชกญฺญาโย อโรคา ตุยฺห มาตโร ฯ

ดูกรพระลูกรัก ดิฉันไม่มีโรคาพาธ สุขสำราญดี พระราชกัญญาทั้งปวง และโยมพระมารดาของพระลูกรักไม่มีโรคาพาธ.

ข้อ ๔๒๔

กจฺจิ อมชฺชโป ตาต กจฺจิ เต สุรมปฺปิยํ กจฺจิ สจฺเจ จ ธมฺเม จ ทาเน เต รมตี มโน ฯ

ขอถวายพระพร มหาบพิตรไม่เสวยน้ำจัณฑ์ หรือ ไม่ทรงโปรดปราน น้ำจัณฑ์หรือ พระหฤทัยของมหาบพิตรทรงยินดีในสัจจะ ในธรรม และในทานหรือ.

ข้อ ๔๒๕

อมชฺชโป อหํ ปุตฺต อโถ เม สุรมปฺปิยํ อโถ สจฺเจ จ ธมฺเม จ ทาเน เม รมตี มโน ฯ

ดูกรพระลูกรัก ดิฉันไม่ดื่มน้ำจัณฑ์ ไม่โปรดปรานน้ำจัณฑ์ ใจของดิฉัน ยินดีในสัจจะ ในธรรมและในทาน.

ข้อ ๔๒๖

กจฺจิ อโรคํ โยคฺคนฺเต กจฺจิ วหติ วาหนํ กจฺจิ เต พฺยาธิโย นตฺถิ สรีรสฺสุปตาปิยา ฯ

ขอถวายพระพร พาหนะมีม้าเป็นต้นของมหาบพิตรที่เขาเทียมแล้วไม่มี โรคหรือ นำอะไรๆ ไปได้หรือ มหาบพิตรไม่มีพยาธิที่เข้าไปแผดเผาพระ สรีระแลหรือ.

ข้อ ๔๒๗

อโถ อโรคํ โยคฺคํ เม อโถ วหติ วาหนํ อโถ เม พฺยาธิโย นตฺถิ สรีรสฺสุปตาปิยา ฯ

ดูกรพระลูกรัก พาหนะมีม้าเป็นต้นของดิฉันที่เทียมแล้ว ไม่มีโรค นำ อะไรๆ ไปได้ ดิฉันไม่มีพยาธิเข้าไปแผดเผาสรีระ.

ข้อ ๔๒๘

กจฺจิ อนฺตา จ เต ผีตา มชฺเฌ จ พหลา ตว โกฏฺฐาคารญฺจ โกสญฺจ กจฺจิ เต ปฏิสณฺฐิตํ ฯ

ขอถวายพระพร ปัจจันตชนบทของมหาบพิตรยังเจริญดีอยู่หรือ คาม- นิคมในท่ามกลางรัฐสีมาของมหาบพิตรยังแน่นหนาดีหรือ ฉางหลวง และท้องพระคลังของมหาบพิตรยังบริบูรณ์ดีอยู่หรือ.

ข้อ ๔๒๙

อโถ อนฺตา จ เม ผีตา มชฺเฌ จ พหลา มม โกฏฺฐาคารญฺจ โกสญฺจ สพฺพํ เม ปฏิสณฺฐิตํ ฯ

ดูกรพระลูกรัก ปัจจันตชนบทของดิฉันยังเจริญดีอยู่ คามนิคมในท่าม กลางรัฐสีมาของดิฉันยังแน่นหนาดี ฉางหลวงและท้องพระคลังของ ดิฉันทั้งหมดยังบริบูรณ์ดี.

ข้อ ๔๓๐

สฺวาคตนฺเต มหาราช อโถ เต อทุราคตํ ปติฏฺฐาเปนฺตุ ปลฺลงฺกํ ยตฺถ ราชา นิสกฺกติ ฯ

ขอถวายพระพร มหาบพิตรเสด็จมาดีแล้ว มหาบพิตรเสด็จไม่ร้าย ขอ ราชบุรุษทั้งหลายจงจัดตั้งบัลลังก์ถวายให้พระราชาประทับเถิด.

ข้อ ๔๓๑

อิเธว เต นิสินฺนสฺส นิยเต ปณฺณสนฺถเร เอตฺโต อุทกมาทาย ปาเท ปกฺขาลยสฺสุ เต ฯ

ขอเชิญประทับนั่ง ณ เครื่องลาดใบไม้ที่เขาปูลาดไว้ถวายมหาบพิตร ณ ที่นี้ จงทรงตักน้ำจากภาชนะนี้ล้างพระบาทของมหาบพิตรเถิด.

ข้อ ๔๓๒

อิทมฺปิ ปณฺณกํ มยฺหํ รนฺธํ ราช อโลณกํ ปริภุญฺช มหาราช ปาหุโน เมสิ อาคโต ฯ

ขอถวายพระพร ใบหมากเม่าของอาตมภาพนี้เป็นของสุก (นึ่งแล้ว) ไม่ มีรสเค็ม มหาบพิตรผู้เป็นแขกของอาตมภาพเสด็จมาถึงแล้วเชิญเสวย เถิด ขอถวายพระพร.

ข้อ ๔๓๓

น จาหํ ปณฺณกํ ภุญฺเช น เหตํ มยฺห โภชนํ สาลีนํ โอทนํ ภุญฺเช สุจิมํสูปเสจนํ ฯ

ดิฉันไม่บริโภคใบหมากเม่า ใบหมากเม่านี้ไม่ใช่อาหารสำหรับดิฉัน ดิฉัน บริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลี ซึ่งปรุงด้วยมังสะอันสะอาด.

ข้อ ๔๓๔

อจฺเฉรกํ มํ ปฏิภาติ เอกกมฺปิ รโหคตํ เอทิสํ ภุญฺชมานานํ เกน วณฺโณ ปสีทติ ฯ

ความอัศจรรย์ย่อมแจ่มแจ้งกะดิฉัน เพราะได้เห็นพระลูกรักอยู่ในที่ลับแต่ ผู้เดียว บริโภคอาหารเช่นนี้ เหตุไรผิวพรรณ (ของผู้บริโภคอาหารเช่นนี้) จึงผ่องใส.

ข้อ ๔๓๕

|๔๓๕.๑| เอโก ราช นิปชฺชามิ นิยเต ปณฺณสนฺถเร ตาย เม เอกเสยฺยาย ราช วณฺโณ ปสีทติ ฯ |๔๓๕.๒| น จ เนตฺตึสพนฺธา เม ราชรกฺขา อุปฏฺฐิตา ตาย เม เอกเสยฺยาย ราช วณฺโณ ปสีทติ ฯ |๔๓๕.๓| อตีตํ นานุโสจามิ นปฺปชปฺปามนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปมิ เตน วณฺโณ ปสีทติ ฯ |๔๓๕.๔| อนาคตปฺปชปฺปาย อตีตสฺสานุโสจนา เอเตน พาลา สุสฺสนฺติ นโฬว หริโต ลุโต ฯ

ขอถวายพระพร อาตมภาพนอนผู้เดียวบนเครื่องลาดใบไม้ที่ปูลาดไว้แล้ว เพราะการนอนผู้เดียวนั้น ผิวพรรณของอาตมภาพจึงผ่องใส ใครๆ มิได้ ตั้งการรักษาทางราชการที่ต้องผูกเหน็บดาบสำหรับอาตมภาพ เพราะการ นอนผู้เดียวนั้นผิวพรรณของอาตมภาพจึงผ่องใส ขอถวายพระพร อาตม- ภาพไม่ได้เศร้าโศกถึงอารมณ์ที่ล่วงไปแล้ว ไม่ปรารถนาอารมณ์ที่ยังไม่มา ถึง ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า เพราะเหตุนั้น ผิว พรรณของอาตมภาพจึงผ่องใส คนพาลทั้งหลายย่อมเหือดแห้ง เพราะ ปรารถนาอารมณ์ที่ยังไม่มาถึง เพราะเศร้าโศกถึงอารมณ์ที่ล่วงไปแล้ว เปรียบเหมือนไม้อ้ออันเขียวสด ถูกถอนขึ้นทิ้งไว้ที่แดด ฉะนั้น.

ข้อ ๔๓๖

|๔๓๖.๑| หตฺถานีกํ รถานีกํ อสฺเส ปตฺติญฺจ จมฺมิโน นิเวสนานิ รมฺมานิ อหํ ปุตฺต ททามิ เต ฯ |๔๓๖.๒| อิตฺถาคารญฺจ เต ทมฺมิ สพฺพาลงฺการภูสิตํ ตา ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ ตฺวํ โน ราชา ภวิสฺสสิ ฯ |๔๓๖.๓| กุสลา นจฺจคีตสฺส สิกฺขิตา จาตุริตฺถิโย กาเม ตํ รมยิสฺสนฺติ กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ |๔๓๖.๔| ปฏิราชูหิ เต กญฺญา อานยิสฺสํ อลงฺกตา ตาสุ ปุตฺเต ชเนตฺวาน อถ ปจฺฉา ปพฺพชิสฺสสิ ฯ |๔๓๖.๕| ยุวา จ ทหโร จาปิ ปฐมุปฺปตฺติโต สุสู รชฺชํ กาเรหิ ภทฺทนฺเต กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ

ดูกรพระลูกรัก ดิฉันขอมอบกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กอง พลราบ กองโล่ห์และพระราชนิเวศน์อันเป็นสถานที่รื่นรมย์แก่พระลูกรัก ดิฉันขอมอบนางสนมกำนัลผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่าง ขอ พระลูกรักจงปกครองนางสนมกำนัลเหล่านั้น จงเป็นพระราชาของดิฉัน ทั้งหลาย หญิง ๔ คน เป็นผู้ฉลาดในการฟ้อนรำและการขับร้อง ศึกษา ดีแล้วในหน้าที่ของหญิง จักยังพระลูกรักให้รื่นรมย์ในกาม พระลูกรัก จักทำประโยชน์อะไรในป่า ดิฉันจักนำราชกัญญาจากพระราชาเหล่าอื่นผู้ ประดับประดาดีแล้ว พระลูกรักให้พระโอรสเกิดในหญิงเหล่านั้นหลาย คนแล้วภายหลังจึงบวชเถิด พระลูกเจ้ายังทรงพระเยาว์หนุ่มแน่น ตั้งอยู่ ในปฐมวัย พระเกศายังดำสนิท จงเสวยราชสมบัติก่อนเถิด พระลูก เจ้าจงทรงพระเจริญ จักกระทำประโยชน์อะไรในป่า.

ข้อ ๔๓๗

|๔๓๗.๑| ยุวา จเร พฺรหฺมจริยํ พฺรหฺมจารี ยุวา สิยา ทหรสฺส หิ ปพฺพชฺชา เอตํ อิสีภิ วณฺณิตํ ฯ |๔๓๗.๒| ยุวา จเร พฺรหฺมจริยํ พฺรหฺมจารี ยุวา สิยา พฺรหฺมจริยํ จริสฺสามิ นาหํ รชฺเชนมตฺถิโก ฯ |๔๓๗.๓| ปสฺสามิ โวหํ ทหรํ อมฺมตาต วทนฺนรํ กิจฺฉาลทฺธํ ปิยํ ปุตฺตํ อปตฺวาว ชรํ มตํ ฯ |๔๓๗.๔| ปสฺสามิ โวหํ ทหรึ กุมารึ จารุทสฺสนึ นววํสกลีรํว ปลุตฺตํ ชีวิตกฺขยํ ฯ |๔๓๗.๕| ทหราปิ หิ มียนฺติ นรา จ อถ นาริโย ตตฺถ โก วิสฺสเส โปโส ทหโรมฺหีติ ชีวิเต ฯ |๔๓๗.๖| ยสฺส รตฺยา วิวสาเน อายุ อปฺปตรํ สิยา อปฺโปทเกว มจฺฉานํ กินฺนุ โกมารกํ ตหึ ฯ |๔๓๗.๗| นิจฺจมพฺภาหโต โลโก นิจฺจญฺจ ปริวาริโต อโมฆาสุ วชนฺตีสุ กึ มํ รชฺเชภิสิญฺจสิ ฯ

ขอถวายพระพร คนหนุ่มควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ควรจะเป็นคนหนุ่ม เพราะว่าการบวชของคนหนุ่ม ท่านผู้แสวงหาคุณ- ธรรมมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นสรรเสริญคนหนุ่มควรประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ ประพฤติพรหมจรรย์ควรจะเป็นคนหนุ่ม อาตมภาพจักประพฤติพรหม- จรรย์ อาตมภาพไม่ต้องการด้วยราชสมบัติ อาตมภาพเห็นเด็กชายของ ท่านทั้งหลาย ผู้เรียกมารดาบิดา ซึ่งเป็นบุตรที่รักอันได้มาด้วยยากยิ่งนัก ยังไม่ทันถึงแก่ก็ตายเสียแล้ว อาตมภาพเห็นเด็กหญิงของท่านทั้งหลาย ซึ่งสวยสดงดงามน่าดูน่าชม มีอันสิ้นไปแห่งชีวิตเหมือนหน่อไม้ไผ่ที่ถูก ถอน ฉะนั้น จริงอยู่ จะเป็นชายหรือหญิงก็ตามแม้จะยังหนุ่มสาวก็ตาย เพราะเหตุนั้น ใครเล่าจะพึงวางใจในชีวิตนั้นว่า เรายังเป็นหนุ่มสาว อายุของคนเป็นของน้อยนัก เพราะวันคืนล่วงไปๆ เปรียบเหมือนอายุ ของฝูงปลาในน้ำน้อย ความเป็นหนุ่มสาวในวัยนั้นจักทำอะไรได้ สัตว์โลกถูกครอบงำและถูกห้อมล้อมอยู่เป็นนิตย์ เมื่อสิ่งที่ไม่เป็น ประโยชน์เป็นไปอยู่ มหาบพิตรจะอภิเษกอาตมภาพในราชสมบัติทำไม.

ข้อ ๔๓๘

เกนมพฺภาหโต โลโก เกน จ ปริวาริโต กาโย อโมฆา คจฺฉนฺติ ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ

สัตว์โลกอันอะไรครอบงำไว้ และอันอะไรห้อมล้อมไว้ อะไรชื่อว่าสิ่ง ไม่เป็นประโยชน์เป็นไปอยู่ ดิฉันถามแล้ว ขอพระลูกเจ้าจงบอกข้อนั้น แก่ดิฉัน.

ข้อ ๔๓๙

|๔๓๙.๑| มจฺจุนาพฺภาหโต โลโก ชราย ปริวาริโต รโตฺย อโมฆา คจฺฉนฺติ เอวํ ชานาหิ ขตฺติย ฯ |๔๓๙.๒| ยถาปิ ตนฺเต วีตนฺเต ยํ ยเทโวปวุยฺหติ อปฺปกํ โหติ เวตพฺพํ เอวํ มจฺจาน ชีวิตํ ฯ |๔๓๙.๓| ยถา วาริวโห ปูโร คจฺฉํ น ปริวตฺตติ เอวมายุ มนุสฺสานํ คจฺฉํ น ปริวตฺตติ ฯ |๔๓๙.๔| ยถา วาริวโห ปูโร วเห รุกฺเขปกูลเช เอวํ ชราย มรเณน วุยฺหนฺเต สพฺพปาณิโน ฯ

สัตว์โลกอันความตายครอบงำไว้ อันความแก่ห้อมล้อมไว้ วันคืนชื่อว่าสิ่ง ไม่เป็นประโยชน์เป็นไป มหาบพิตรจงทรงทราบอย่างนี้ ขอถวายพระพร เมื่อด้ายที่เขากำลังทอ ช่างหูกทอไปได้เท่าใด ส่วนที่จะต้องทอก็ยัง เหลืออยู่น้อยเท่านั้น แม้ฉันใด ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ฉันนั้น แม้น้ำ ที่เต็มฝั่งย่อมไม่ไหลไปสู่ที่สูง ฉันใด อายุของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมไม่ กลับมาสู่ความเป็นเด็กอีก ฉันนั้น แม่น้ำที่เต็มฝั่ง ย่อมพัดพาเอาต้นไม้ ที่เกิดอยู่ริมฝั่งให้หักโค่นไป ฉันใด สัตว์ทั้งปวงย่อมถูกชราและมรณะพัด พาไป ฉันนั้น.

ข้อ ๔๔๐

|๔๔๐.๑| หตฺถานีกํ รถานีกํ อสฺเส ปตฺติญฺจ จมฺมิโน นิเวสนานิ รมฺมานิ อหํ ปุตฺต ททามิ เต ฯ |๔๔๐.๒| อิตฺถาคารญฺจ เต ทมฺมิ สพฺพาลงฺการภูสิตํ ตา ปุตฺต ปฏิปชฺชสฺสุ ตฺวํ โน ราชา ภวิสฺสสิ ฯ |๔๔๐.๓| กุสลา นจฺจคีตสฺส สิกฺขิตา จาตุริตฺถิโย กาเม ตํ รมยิสฺสนฺติ กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ |๔๔๐.๔| ปฏิราชูหิ เต กญฺญา อานยิสฺสํ อลงฺกตา ตาสุ ปุตฺเต ชเนตฺวาน อถ ปจฺฉา ปพฺพชิสฺสสิ ฯ |๔๔๐.๕| ยุวา จ ทหโร จาปิ ปฐมุปฺปตฺติโต สุสู รชฺชํ กาเรหิ ภทฺทนฺเต กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ |๔๔๐.๖| โกฏฺฐาคารญฺจ โกสญฺจ วาหนานิ พลานิ จ นิเวสนานิ รมฺมานิ อหํ ปุตฺต ททามิ เต ฯ |๔๔๐.๗| โคมณฺฑลปริพฺยูโฬฺห ทาสีสงฺฆปุรกฺขิโต รชฺชํ กาเรหิ ภทฺทนฺเต กึ อรญฺเญ กริสฺสสิ ฯ

ดูกรพระลูกรัก ดิฉันขอมอบกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กอง พลราบ กองพลโล่ห์ และพระราชนิเวศน์อันเป็นสถานที่รื่นรมย์แก่พระ ลูกรัก ดิฉันขอมอบนางสนมกำนัลผู้ประดับด้วยเครื่องอลังการทุกอย่าง ขอพระลูกจงปกครองนางสนมกำนัลเหล่านั้น จงเป็นพระราชาของดิฉัน ทั้งหลาย หญิง ๔ คน เป็นผู้ฉลาดในการฟ้อนรำและการขับร้อง ศึกษา ดีแล้วในหน้าที่ของหญิง จักยังพระลูกรักให้รื่นรมย์ในกาม พระลูกรัก จักทำประโยชน์อะไรในป่า ดิฉันจักนำราชกัญญาจากพระราชาเหล่าอื่น ผู้ ประดับประดาดีแล้ว มาให้แก่พระลูก พระลูกรักให้พระโอรสเกิดใน หญิงเหล่านั้นหลายคนแล้ว ภายหลังจึงบวชเถิด พระลูกเจ้ายังทรงพระ- เยาว์หนุ่มแน่น ตั้งอยู่ในปฐมวัยพระเกศายังดำสนิท จงเสวยราชสมบัติ ก่อนเถิด พระลูกเจ้าจงทรงพระเจริญ จักกระทำประโยชน์อะไรในป่า ดูกร พระลูกรัก ดิฉันขอมอบฉางหลวง พระคลัง พาหนะ พลนิกายและนิเวศน์ อันน่ารื่นรมย์ แก่พระลูกรัก พระลูกรักจงแวดล้อมด้วยราชกัญญาอันงด งามเป็นมณฑล จงห้อมล้อมด้วยหมู่นางทาสี เสวยราชสมบัติก่อนเถิด พระลูกรักจงทรงพระเจริญ จักกระทำประโยชน์อะไรในป่า.

ข้อ ๔๔๑

|๔๔๑.๑| กึ มํ ธเนน ขิยฺเยถ กึ ภริยาย มริสฺสติ กึ โยพฺพเนน ชิณฺเณน ยํ ชรายาภิภุยฺยติ ฯ |๔๔๑.๒| ตตฺถ กา นนฺทิ กา ขิฑฺฑา กา รติ กา ธเนสนา กึ เม ปุตฺเตหิ ทาเรหิ ราช มุตฺโตสฺมิ พนฺธนา ฯ |๔๔๑.๓| โยหํ เอวํ ปชานามิ มจฺจุ เม นปฺปมชฺชติ อนฺตเกนาธิปนฺนสฺส กา รติ กา ธเนสนา ฯ |๔๔๑.๔| ผลานมิว ปกฺกานํ นิจฺจํ ปตนโต ภยํ เอวํ ชาตาน มจฺจานํ นิจฺจํ มรณโต ภยํ ฯ |๔๔๑.๕| สายเมเก น ทิสฺสนฺติ ปาโต ทิฏฺฐา พหู ชนา ปาโต เอเก น ทิสฺสนฺติ สายํ ทิฏฺฐา พหู ชนา ฯ |๔๔๑.๖| อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปํ โก ชญฺญา มรณํ สุเว น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา ฯ |๔๔๑.๗| โจรา ธนสฺส ปตฺเถนฺติ ราช มุตฺโตสฺมิ พนฺธนา เอหิ ราช นิวตฺตสฺสุ นาหํ รชฺเชน มตฺถิโกติ ฯ เตมิยชาตกํ ปฐมํ ฯ ---------

มหาบพิตรจะให้อาตมภาพเสื่อมไปเพราะทรัพย์ทำไม บุคคลจักตายเพราะ ภรรยาทำไม ประโยชน์อะไรด้วยความเป็นหนุ่มสาวซึ่งต้องแก่ ทำไมจะ ต้องให้ชราครอบงำในโลกพิศวาสอันมีชราและมรณะเป็นธรรมดานั้น จัก เพลิดเพลินไปทำไม จะเล่นหัวไปทำไม จะยินดีไปทำไม จะมีประโยชน์ อะไรด้วยการแสวงหาทรัพย์ จะมีประโยชน์อะไรด้วยลูกและเมียแก่ อาตมภาพ อาตมภาพหลุดพ้นแล้วจากเครื่องผูก ขอถวายพระพร มัจจุราช ย่อมไม่ย่ำยีอาตมภาพซึ่งรู้ชัดอย่างนี้ว่า เมื่อบุคคลถูกมัจจุราชครอบงำแล้ว จะยินดีไปทำไม จะประโยชน์อะไรด้วยการแสวงหาทรัพย์ ผลไม้ที่สุก แล้ว ย่อมเกิดภัยแก่การหล่นเป็นนิตย์ ฉันใด สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้ว ย่อมมีภัยแต่ความตายเป็นนิตย์ ฉันนั้น คนเป็นอันมากได้พบกันในเวลา เช้าพอเวลาเย็นก็ไม่เห็นกัน คนเป็นอันมากได้พบกันในเวลาเย็น พอ ถึงเวลาเช้าก็ไม่ได้เห็นกัน ควรรีบทำความเพียรเสียแต่ในวันนี้ทีเดียว ใครเล่าจะพึงรู้ความตายว่าจะมีในวันพรุ่งนี้ เพราะความผัดเพี้ยนกับ มัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้นไม่มีเลย โจรทั้งหลายย่อมปรารถนาทรัพย์ อาตมภาพเป็นผู้พ้นจากเครื่องผูก ขอถวายพระพร เชิญมหาบพิตรเสด็จ กลับเถิด อาตมภาพไม่มีความต้องการด้วยราชสมบัติ. จบ เตมิยชาดกที่ ๑

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/