๘. วิชยาเถรีคาถา เล่ม ๒๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๕๘|๔๕๘.๑๖๙| ๘ จตุกฺขตฺตุํ ปญฺจกฺขตฺตุํ วิหารา อุปนิกฺขมึ อลทฺธา เจตโส สนฺตึ จิตฺเต อวสวตฺตินี ฯ |๔๕๘.๑๗๐| ภิกฺขุนึ อุปสงฺกมฺม สกฺกจฺจํ ปริปุจฺฉหํ สา เม ธมฺมมเทเสสิ ธาตุอายตนานิ จ |๔๕๘.๑๗๑| จตฺตาริ อริยสจฺจานิ อินฺทฺริยานิ พลานิ จ โพชฺฌงฺคฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ฯ |๔๕๘.๑๗๒| ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา กโรนฺตี อนุสาสนึ รตฺติยา ปุริเม ยาเม ปุพฺพชาติมนุสฺสรึ |๔๕๘.๑๗๓| รตฺติยา มชฺฌิเม ยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสธยึ รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม ตโมกฺขนฺธํ ปทาลยึ |๔๕๘.๑๗๔| ปีติสุเขน จ กายํ ผริตฺวา วิหรึ ตทา สตฺตมิยา ปาเท ปสาเรสึ ตโมกฺขนฺธํ ปทาลิย ฯ วิชยา ฯ ฉกฺกนิปาโต สมตฺโต ฯ ----------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. วิชยาเถรีคาถา ภาษิตของพระวิชยาเถรี (พระวิชยาเถรีได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ด้วยการรเปล่งอุทานว่า)
เราบังคับจิตให้อยู่ในอำนาจไม่ได้ จึงไม่ได้ความสงบใจ ต้องเข้าออกจากที่อยู่ถึง ๔-๕ ครั้ง
จึงเข้าไปหาพระเขมาภิกษุณี ไต่ถามโดยเคารพ ท่านแสดงธรรมโปรดเรา คือ ธาตุ อายตนะ @เชิงอรรถ : @ สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นตัวของตน) วิจิกิจฉา (ความสงสัย) สีลัพพตปรามาส (ความถือมั่น@ศีลพรต) กามราคะ (ความกำหนัดในกาม) ปฏิฆะ (ความหงุดหงิดขัดเคือง) รูปราคะ (ความปรารถนา@ในรูปภพ) อรูปราคะ (ความปรารถนาในอรูปภพ) มานะ (ความสำคัญตน) อุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่าน)@อวิชชา (ความไม่รู้จริง)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๒}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๖. ฉักกนิบาต] ๘. วิชยาเถรีคาถา
อริยสัจ ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ และมรรคมีองค์ ๘ เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด
เราฟังคำของท่านแล้วได้ปฏิบัติตามที่ท่านพร่ำสอน ในปฐมยามแห่งราตรีก็ระลึกชาติก่อนได้
ในมัชฌิมยามแห่งราตรี ก็ชำระทิพยจักษุให้หมดจดได้ ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ทำลายกองแห่งความมืดได้
ในกาลนั้น เรามีความสุขซึ่งเกิดแต่ปีติแผ่ไปทั่วร่างกายอยู่ ในวันที่ ๗ ก็ได้ทำลายกองแห่งความมืดได้แล้ว จึงเหยียดเท้าออก ฉักกนิบาต จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๘๓}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๘. อรรถกถาวิชยาเถรีคาถา
คาถาว่า จตุกฺขตฺตุํ ดังนี้เป็นต้นเป็นคาถาของพระวิชยาเถรี.
พระเถรีแม้รูปนี้ก็ได้บำเพ็ญบารมีมาในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สะสมกุศลซึ่งเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานมาในภพนั้นๆ ผู้มีกุศลมูลอันพอกพูนมาโดยลำดับ เที่ยวเวียนว่ายอยู่ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ในพุทธุปบาทกาลนี้ ก็ได้บังเกิดในเรือนของครอบครัวหนึ่งในกรุงราชคฤห์ รู้เดียงสาแล้วก็เป็นสหายของพระเขมาเถรีครั้งเป็นคฤหัสถ์.
ได้ฟังมาว่าพระนางเขมานั้นทรงผนวชแล้ว ก็คิดว่า พระมเหสีแม้นั้นยังทรงผนวชจะป่วยกล่าวไปไยถึงเราเล่า ก็อยากจะบวชบ้าง จึงเข้าไปหาพระเขมาเถรี.
พระเถรีทราบอัธยาศัยของนางแล้ว ก็แสดงธรรมโดยวิธีที่นางจะมีใจสังเวชในสงสาร จักเลื่อมใสยิ่งขึ้นในพระศาสนา. นางฟังธรรมนั้นแล้วเกิดสังเวช และได้ศรัทธาแล้วก็ขอบวช.
พระเถรีให้นางได้บวชแล้ว นางครั้นบวชแล้ว ทำกิจเบื้องต้นเสร็จก็เริ่มวิปัสสนา ไม่นานนักก็บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา ๔ เพราะสมบูรณ์ด้วยเหตุสัมปทา ได้พิจารณาการปฏิบัติของตนแล้ว ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า
ข้าพเจ้ายังทำจิตให้อยู่ในอำนาจไม่ได้ จึงไม่ได้
ความสงบใจ ออกจากที่อยู่ไปข้างนอก ๔-๕ ครั้ง
ข้าพเจ้าเข้าไปหาพระเขมาภิกษุณีไต่ถามโดย
เคารพ ท่านได้แสดงธรรมคือ ธาตุ อายตนะ อริยสัจ ๔
อินทรีย์ พละ โพชฌงค์และอัฏฐังคิกมรรค โปรดข้าพเจ้า
เพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด
ข้าพเจ้าฟังคำของท่านแล้ว กระทำตามคำพร่ำ
สอน ในปฐมยามแห่งราตรีนั้น ก็รู้ปุพเพนิวาสญาณ
ในมัชฌิมยามแห่งราตรี ก็ชำระทิพยจักษุให้หมดจด
ในปัจฉิมยามแห่งราตรี ก็ได้อาสวักขยญาณ ทำลาย
กองแห่งความมืดได้
ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีปีติและสุขแผ่ไปทั่วกายอยู่
ในราตรีที่ครบ ๗ ข้าพเจ้าทำลายกองแห่งความมืด
แล้ว จึงเหยียดเท้าออกได้.
บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า ภิกฺขุนึ พระเถรีกล่าวหมายถึงพระเขมาเถรี.
บทว่า โพชฺฌงฺคฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ได้แก่โพชฌงค์ ๗ และอริยมรรคมีองค์ ๘.
บทว่า อุตฺตมตฺถสฺส ปตฺติยา ได้แก่ เพื่อบรรลุพระอรหัต หรือนิพพานเท่านั้น.
บทว่า ปีติสุเขน ได้แก่ ด้วยปีติและสุข เนื่องด้วยผลสมาบัติ.
บทว่า กายํ ได้แก่ นามกายที่ประกอบกัน และรูปกายที่ไปตามนามกายนั้น.
บทว่า ผริตฺวา ได้แก่ ถูกต้องหรือซึมซาบไป.
บทว่า สตฺตมิยา ปาเท ปสาเรสึ ความว่า นับจากวันเริ่มวิปัสสนาไปในราตรีที่ ๗ ข้าพเจ้าจึงคลายการนั่งขัดสมาธิเหยียดเท้าได้.
ถามว่าทำลายกองแห่งความมืดได้อย่างไร.
ตอบว่า ทำลายกองโมหะที่ยังไม่เคยทำลายด้วยดาบคืออรหัตมรรคญาณ.
คำที่เหลือมีนัยดังที่กล่าวมาแล้วในหนหลังทั้งนั้น.
จบอรรถกถาวิชยาเถรีคาถาที่ ๘ จบอรรถกถาฉักกนิบาต -----------------------------------------------------