๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา เล่ม ๒๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
บาลีและคำแปล
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๓. อัญญตราเถรีภิกขุนีคาถา สุภาษิตแสดงการมีความสุข
|๔๒๒.๒๓| ๓ สุมุตฺติเก สุมุตฺติกา สาธุมุตฺติกมฺหิ มุสลสฺส อหิริโก เม ฉตฺตกํ วาปิ อุกฺขลิกา เม ทลิทฺทภาวาติ ฯ |๔๒๒.๒๔| ราคญฺจ อหํ โทสญฺจ วิจฺฉินฺทนฺตี วิหรามิ สา รุกฺขมูลมุปคมฺม อโห สุขนฺติ สุขโต ฌายามิ ฯ อญฺญตรา เถรีภิกฺขุนี อปญฺญาตา ฯ
เราพ้นแล้วพ้นแล้วด้วยดี เป็นผู้พ้นดีแล้วจากสาก จากสามี ผู้หา ความละอายมิได้ ซึ่งเราไม่ชอบใจ จากการทำร่มของสามีที่เราไม่ชอบใจ จากหม้อข้าว จากความขัดสน เราได้ตัดราคะ และโทสะขาดแล้ว เรา เข้าไปอาศัยโคนไม้ เพ่งฌานอยู่โดยความสุขว่า สุขหนอ.
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๒. ทุกนิบาต] ๕. จิตตาเถรีคาถา ๓. สุมังคลมาตาเถรีคาถา ภาษิตของพระสุมังคลมาตาเถรี พระสุมังคลมาตาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เราพ้นดีแล้ว ในการพ้นดีแล้ว เป็นผู้พ้นแล้วโดยชอบจากสาก จากสามีของเราผู้ไม่มีหิริ จากร่ม จากหม้อข้าว และจากงูน้ำ
เรากำลังตัดราคะ และโทสะ อาศัยโคนไม้ เข้าฌานอยู่โดยความสุขว่า สุขหนอ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๓. อรรถกถาสุมังคลมาตุเถรีคาถา
บาลีเป็น อัญญตราเถรีภิกขุนี.
คาถาว่า สุมุตฺติกา เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีผู้เป็นมารดาของพระสุมังคลเถระ.
แม้พระเถรีองค์นี้ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลไว้ในภพนั้นๆ ในพุทธุปปาทกาลนี้บังเกิดในตระกูลยากจน ในกรุงสาวัตถี เจริญวัยแล้ว บิดามารดายกให้แก่ช่างจักสานคนหนึ่ง ได้บุตรคนหัวปีเป็นพระอรหันต์ บุตรหัวปีนั้นได้นามว่าสุมังคละ.
ตั้งแต่นั้นมา นางนั้นเขารู้กันทั่วไปว่าสุมังคลมารดา. แต่เพราะชื่อและโคตรของนางไม่ปรากฏ ฉะนั้นท่านจึงกล่าวไว้ในบาลีว่า ภิกษุณีเถรีองค์หนึ่งไม่ปรากฏชื่อ. แม้บุตรของนางนั้น ครั้นรู้ความแล้วก็บวช ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย ได้ปรากฏชื่อว่าพระสุมังคลเถระ.
มารดาของพระเถระนั้นบวชในหมู่ภิกษุณี เจริญวิปัสสนาอยู่ วันหนึ่งพิจารณาความลำบากที่ตนได้ในเวลาเป็นคฤหัสถ์ เกิดความสังเวช เจริญวิปัสสนา ได้บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลาย ได้เปล่งอุทานกล่าวคาถาสองคาถาเหล่านี้ว่า
เราพ้นดีแล้ว พ้นดีแล้ว เป็นผู้พ้นแล้วโดยชอบ
จากสาก จากสามีไม่มีหิริ จากร่ม จากหม้อข้าวและจาก
งูน้ำ เราตัดราคะและโทสะขาดแล้วอยู่ เรานั้นเข้าไปยัง
โคนไม้ เพ่งฌานโดยความสุขว่า โอ! ความสุข.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุมุตฺติกา แปลว่า พ้นดีแล้ว.
ก็ กอักษรเป็นเพียงทำบทให้เต็ม. ความว่า พ้นแล้วด้วยดีหนอ.
พระเถรีนั้นเห็นสมบัติที่ตนได้ในพระศาสนา จึงเรียกด้วยความเลื่อมใสหรือด้วยสรรเสริญสมบัตินั้น กล่าวว่า สุมุตฺติกา สุมุตฺติกา แต่เมื่อแสดงความหลุดพ้นจากสิ่งที่ตนรังเกียจเป็นพิเศษในเวลาเป็นคฤหัสถ์ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า สาธุ มุตฺติกามฺหิ ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สาธุ มุตฺติกามฺหิ ความว่า เราเป็นผู้พ้นโดยชอบทีเดียวหนอ.
บทว่า มุสลสฺส แปลว่า จากสาก.
เล่ากันมาว่า พระเถรีนี้เวลาเป็นคฤหัสถ์ ตำข้าวด้วยตนเองทีเดียว เพราะความยากจน ฉะนั้นจึงกล่าวอย่างนี้.
บทว่า อหิริโก เม ความว่า สามีของเราเป็นคนไม่มีหิริ คือปราศจากความละอาย. เพิ่มคำว่า เราไม่ชอบใจเขา.
พระเถรีกล่าวรังเกียจความเป็นไปของพวกหมกมุ่นในกาม เพราะท่านมีจิตคลายกำหนัดในกามทั้งหลายแล้วโดยปกติทีเดียว.
บทว่า ฉตฺตกํ วาปิ ความว่า แม้ร่มที่ทำเลี้ยงชีพ เราก็ไม่ชอบใจ.
วาศัพท์มีเนื้อความรวมถึงสิ่งที่ไม่ได้กล่าวไว้ ด้วยวาศัพท์นั้น ท่านรวมถึงผอบและหีบเป็นต้น พระเถรีกล่าวรังเกียจชีวิตลำเค็ญ เพราะต้องเอาท่อนไม้ไผ่เป็นต้นทำร่มเป็นต้นทุกวัน.
อาจารย์บางพวกกล่าวว่า ลมในร่างกายของเราไม่มีประโยชน์พัดไป แล้วกล่าวเนื้อความว่า ลมในร่างกายของเราเวลาเป็นคฤหัสถ์ ไม่มีประโยชน์ นำมาซึ่งชรา พัดไป. แต่อาจารย์พวกอื่นกล่าวเนื้อความว่า ลมแต่ร่างกายของเรา ไม่มีประโยชน์และมีกลิ่นเหม็นกว่าของคนอื่นๆ พัดไป.
บทว่า อุกฺขลิกา เม เทฑฺฑุภํ วาติ ความว่า ภาชนะหุงต้มภัตตาหารของเรามีกลิ่นงูน้ำคลุ้งไป เพราะหมักหมมไว้นานจึงไม่บริสุทธิ์สะอาด. ประกอบความว่า เราเป็นผู้พ้นโดยชอบจากสิ่งนั้น.
บทว่า ราคญฺจ อหํ โทสญฺจ วิจฺฉินฺทนฺตี วิหรามิ ความว่า เราตัดขาดราคะและโทสะซึ่งเป็นกิเลสตัวหัวหน้า ได้แก่อยู่ คือกำจัดพร้อมกับเสียงนี้. ความว่า ละได้เด็ดขาด.
เล่ากันว่า พระเถรีนั้นรังเกียจสามีของตน ตำหนิเสียงท่อนไม้ไผ่แห้งเป็นต้นที่สามีผ่าอยู่ประจำวัน จึงได้กล่าวการละสามีเท่ากับการละราคะและโทสะ.
บทว่า สารุกฺขมูลมุปคมฺม ความว่า เราคือสุมังคลมารดานั้นเข้าไปยังโคนไม้ที่สงัด.
บทว่า สุขโตชฺฌายามิ ความว่า เราเพ่งว่าเป็นสุข คือเราเข้าสมาบัติตามกาลอันสมควร เสวยผลสุขและนิพพานสุข เพ่งอยู่ด้วยการเพ่งผล.
ก็บทว่า อโห สุขํ นี้ พระเถรีกล่าวด้วยอำนาจมนสิการที่เป็นไปภายหลังเข้าสมาบัติ แม้จะกล่าวว่า ด้วยอำนาจความผูกใจเดิมก็ถูกเหมือนกัน.
จบอรรถกถาชันตาเถรีคาถาที่ ๒ -----------------------------------------------------