๗. อุโปสถาวิมาน
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๒๙–๒๔๕ลำดับ 24 จาก 85 ในวิมานวัตถุพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ 13 ข้อ3 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ · อ้างว่าได้รับอนุญาต แต่ยังไม่มีเอกสาร
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๗. อุโปสถาวิมาน ว่าด้วยวิมานที่เกิดขึ้นแก่นางอุโบสถาอุบาสิกา (พระมหาโมคคัลลานเถระถามถึงบุพกรรมของเทพธิดานั้นว่า)
เทพธิดา เธอมีผิวพรรณงามยิ่งนัก เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอยู่ ดุจดาวประกายพรึก [๒๓๐-๒๓๑] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้
เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมไปตามที่พระเถระถามว่า
ชาวเมืองสาเกตรู้จักดิฉันในนามว่า อุโปสถา ดิฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในเมืองสาเกต เป็นผู้มีศรัทธา สมบูรณ์ด้วยศีล และยินดีแจกจ่ายทานทุกเมื่อ
ดิฉันมีใจเลื่อมใสในพระอริยเจ้าผู้ปฏิบัติตรง จึงได้ถวายเครื่องนุ่งห่ม อาหาร เสนาสนะและเครื่องตามประทีป
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๓๙}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๘. สุนิททาวิมาน
ดิฉันเข้าจำอุโบสถศีล ซึ่งประกอบด้วยองค์ ๘ ทุกวัน ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำและ ๘ ค่ำแห่งปักษ์ และตลอดปาฏิหาริยปักษ์
ดิฉันสำรวมระวังในศีลตลอดเวลา และแจกจ่ายทานด้วยความเคารพจึงได้ครอบครองวิมานนี้
ดิฉันงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เว้นไกลจากการลักขโมย การประพฤตินอกใจสามี สำรวมระวังจากการพูดเท็จ และการดื่มน้ำเมา
ดิฉันยินดีในศีล ๕ ฉลาดในอริยสัจ เป็นอุบาสิกาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า โคดม ผู้มีพระจักษุ มีพระยศ [๒๓๙-๒๔๐] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้ (เมื่อจะแสดงโทษของตน เทพธิดานั้นจึงได้กล่าว ๒ คาถาอีกว่า)
เพราะดิฉันได้ฟังเรื่องทิพยสมบัติในสวนนันทวันเนืองๆ จึงเกิดความพอใจขึ้น เพราะเหตุที่ดิฉันตั้งจิตปรารถนาในภพดาวดึงส์นั้น จึงได้เกิดในสวนนันทวัน
ดิฉันไม่ได้ปฏิบัติตามพระดำรัส ของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ (แต่) ตั้งจิตไว้ในภพที่เลว ภายหลังจึงเดือดร้อน (เพื่อจะปลอบใจเทพธิดานั้น พระมหาโมคคัลลานเถระจึงได้กล่าวคาถานี้ว่า)
อุโปสถาเทพธิดา เธอจะอยู่ในวิมานนี้นานเท่าไร อาตมาถามแล้ว ถ้าเธอทราบอายุขัย จงบอกอาตมาด้วยเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๔๐}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ [๑. อิตถีวิมาน] ๒. จิตตลตาวรรค ๘. สุนิททาวิมาน (เทพธิดานั้นตอบว่า)
ข้าแต่ท่านจอมปราชญ์ ดิฉันจักดำรงอยู่ ในวิมานนี้นานประมาณหกหมื่นปีทิพย์ จุติจากเทวโลกนี้แล้ว จักไปเกิดร่วมกับมวลมนุษย์ (พระมหาโมคคัลลานเถระปลุกเร้าเทพธิดานั้นให้อาจหาญด้วยคาถานี้ว่า)
อุโปสถาเทพธิดา เธออย่าสะทกสะท้าน เพราะว่าเธอเป็นผู้ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้แล้วว่า จักบรรลุคุณวิเศษเป็นพระโสดาบัน ทุคติเป็นอันเธอละได้แล้วอุโปสถาวิมานที่ ๗ จบ
ฉบับหลวง
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา ๗. อุโบสถวิมาน ว่าด้วยผลบุญที่ทำให้ไปเกิดในอุโบสถวิมาน
|๒๔.๒๒๗| ๗ อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน ยา ตฺวํ ติฏฺฐสิ เทวเต โอภาเสนฺตี ทิสา สพฺพา โอสธี วิย ตารกา |๒๔.๒๒๘| เกน เตตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๒๔.๒๒๙| สา เทวตา อตฺตมนา โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิตา ... เป ... ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ |๒๔.๒๓๐| อุโปสถาติ มํ อญฺญึสุ สาเกตายํ อุปาสิกา สทฺธาสีเลน สมฺปนฺนา สํวิภาครตา สทา |๒๔.๒๓๑| อจฺฉาทนญฺจ ภตฺตญฺจ เสนาสนํ ปทีปิยํ อทาสึ อุชุภูเตสุ วิปฺปสนฺเนน เจตสา |๒๔.๒๓๒| จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ อุโปสถํ อุปวสึ สทา สีเล สุสํวุตา |๒๔.๒๓๓| ปาณาติปาตา วิรตา มุสาวาทา จ สญฺญตา เถยฺยา จ อติจารา จ มชฺชปานา จ อารกา |๒๔.๒๓๔| ปญฺจสิกฺขาปเท รตา อริยสจฺจาน โกวิทา อุปาสิกา จกฺขุมโต โคตมสฺส ยสสฺสิโน |๒๔.๒๓๕| เตน เมตาทิโส วณฺโณ ... เป ... วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตีติ ฯ |๒๔.๒๓๖| อภิกฺขณํ นนฺทนํ สุตฺวา ฉนฺโท เม อุปปชฺชถ ตตฺถ จิตฺตํ ปณิธาย อุปปนฺนมฺหิ นนฺทนํ |๒๔.๒๓๗| นากาสึ สตฺถุ วจนํ พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน หีเน จิตฺตํ ปณิธาย สมฺหิ ปจฺฉานุตาปินี |๒๔.๒๓๘| กีวจิรํ วิมานสฺมึ อิธ วสฺสสุโปสเถ เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข ยทิ ชานาสิ อายุ โน (อิติ) ฯ |๒๔.๒๓๙| สฏฺฐิวสฺสสหสฺสานิ อิธ ฐตฺวา มหามุนิ อิโต จุตา คมิสฺสามิ มนุสฺสานํ สหพฺยตนฺติ ฯ |๒๔.๒๔๐| มา ตฺวํ อุโปสเถ ภยิ สมฺพุทฺเธนาสิ พฺยากตา โสตาปนฺนา วิเสสยิ ปหีนา ตว ทุคฺคตีติ ฯ อุโปสถวิมานํ สตฺตมํ ฯ
ท่านพระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามถึงบุรพกรรมของนางเทพธิดานั้นว่า ดูกรแม่เทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนัก มีรัศมีส่องสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ สถิตอยู่เหมือนดาวประกายพฤกษ์ เพราะบุญกรรมอะไร ท่านจึงมีผิวพรรณ งามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะบุญกรรม อะไร? นางเทพธิดานั้น อันพระโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ ได้พยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่ถูกถามนั้นว่า ดิฉันเป็นอุบาสิกาอยู่ในเมืองสาเกต ประชาชนเรียกดิฉันว่าแม่อุโบสถ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศรัทธาและศีล ... ได้เป็นอุบาสิกาของพระสมณโคดม ผู้มีพระจักษุ สมบูรณ์ด้วยพระเกียรติยศ เพราะบุญกรรมนั้น ดิฉันจึง มีวรรณะงามเช่นนี้ ฯลฯ และมีรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ เพราะ บุญนั้น. เมื่อจะแสดงโทษของตน นางเทพธิดานั้นจึงได้กล่าวคาถา ๒ คาถาอีกว่า ความพอใจได้เกิดมีแก่ดิฉัน เพราะได้ทราบถึงทิพสมบัติต่างๆ ใน นันทวันเนืองๆ เพราะเหตุที่ตั้งใจไว้ ดิฉันจึงได้บังเกิดในนันทวัน ชั้นดาวดึงสพิภพนั้น ดิฉันมิได้ใส่ใจถึง เพราะวาจาของพระพุทธเจ้า เหล่ากอแห่งพระอาทิตย์ ตั้งจิตไว้ในภพอันเลว จึงมีความเดือดร้อนใน ภายหลัง. เพื่อจะปลุกปลอบใจนางเทพธิดานั้น พระมหาโมคคัลลานเถระจึงกล่าวคาถานั้น ความว่า ดูกรแม่เทพธิดา อาตมาถามท่านแล้ว ถ้าทราบอายุของท่าน ผู้อยู่ใน อุโบสถวิมาน ในโลกนี้ จงบอกว่าสิ้นกาลนานเท่าไร? นางเทพธิดานั้นตอบว่า ข้าแต่ท่านจอมปราชญ์ดิฉันดำรงอยู่ในอุโบสถวิมานนี้ สิ้นกาลประมาณ หกหมื่นปีทิพย์ จุติจากที่นี้แล้ว จักไปบังเกิดเป็นมนุษย์. พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ยังนางเทพธิดานั้นให้อาจหาญร่าเริงด้วย คาถานี้ ความว่า ท่านอย่าสะทกสะท้านถึงการอยู่ในอุโบสถวิมานนี้เลย ท่านเป็นผู้อัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้แล้ว ท่านจักถึงคุณวิเศษ คือ เป็น พระโสดาบัน ทุคติของท่านก็จักพลันเสื่อมไป. จบ อุโบสถวิมานที่ ๗.