๒. โศภนวรรค เล่ม ๒๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๓ อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต โศภนวรรคที่ ๒
๒๑๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประทุษร้ายบริษัท ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน คือ ภิกษุผู้ทุศีล มีธรรมอันลามกชื่อว่าประทุษร้ายบริษัทภิกษุณีผู้ทุศีล มีธรรมอันลามก ชื่อว่าประทุษร้ายบริษัท อุบาสกผู้ทุศีล มีธรรมอันลามก ชื่อว่าประทุษร้ายบริษัท อุบาสิกาผู้ทุศีล มีธรรมอันลามก ชื่อว่าประทุษร้ายบริษัท ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แล เป็นผู้ประทุษร้ายบริษัท ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ทำบริษัทให้งาม ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉนคือ ภิกษุผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อว่าผู้ทำบริษัทให้งาม ภิกษุณีผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อว่าผู้ทำบริษัทให้งาม อุบาสกผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อว่าผู้ทำบริษัทให้งาม อุบาสิกาผู้มีศีล มีธรรมอันงาม ชื่อว่าผู้ทำบริษัทให้งาม ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ทำบริษัทให้งาม ๔ จำพวกนี้แล ฯ
๒๑๒ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ มิจฉาทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑ มโนสุจริต ๑ สัมมา-*ทิฐิ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ฯ
๒๑๓ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายทุจริต ๑วจีทุจริต ๑ มโนทุจริต ๑ ความเป็นคนอกตัญญูอกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรกดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ กายสุจริต ๑ วจีสุจริต ๑มโนสุจริต ๑ ความเป็นคนกตัญญูกตเวที ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ฯ
๒๑๔ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ เป็นคนฆ่าสัตว์ ๑ลักทรัพย์ ๑ ประพฤติผิดในกาม ๑ พูดเท็จ ๑ ฯลฯ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑ งดเว้นจากการลักทรัพย์ ๑ งดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม ๑งดเว้นจากการพูดเท็จ ๑ ฯ
๒๑๕เป็นผู้มีความเห็นผิด ๑ ดำริผิด ๑ เจรจาผิด ๑ ทำการงานผิด ๑ ฯลฯ เป็นผู้มีความเห็นชอบ ๑ ดำริชอบ ๑ เจรจาชอบ ๑ ทำการงานชอบ ๑ ฯ
๒๑๖ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้มีอาชีพผิด ๑พยายามผิด ๑ ระลึกผิด ๑ ตั้งใจไว้ผิด ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกนำมาโยนลงในนรก ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน คือ เป็นผู้มีอาชีพชอบ ๑ พยายามชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้งใจไว้ชอบ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล เหมือนถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ในสวรรค์ ฯ
๒๑๗เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ไม่รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯ
๒๑๘เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ๑ ฯลฯ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าได้เห็น ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๑ เป็นผู้มักกล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าได้รู้ ๑ ฯ
๒๑๙เป็นคนไม่มีศรัทธา ๑ เป็นคนทุศีล ๑ ไม่มีหิริ ๑ ไม่มีโอตตัปปะ ๑ ฯลฯ เป็นคนมีศรัทธา ๑ เป็นคนมีศีล ๑ มีหิริ ๑ มีโอตตัปปะ ๑ ฯ
๒๒๐เป็นคนไม่มีศรัทธา ๑ เป็นคนทุศีล ๑ เป็นคนเกียจคร้าน ๑มีปัญญาทราม ๑ ฯลฯ เป็นคนมีศรัทธา ๑ เป็นคนมีศีล ๑ เป็นผู้ปรารภความเพียร ๑ มีปัญญา ๑ ฯ จบโศภนวรรคที่ ๒ -----------------------------------------------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. โสภณวรรค หมวดว่าด้วยผู้ทำบริษัทให้งาม ๑. ปริสาสูตร ว่าด้วยบริษัท
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้ เป็นผู้ประทุษร้ายบริษัท บุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. ภิกษุผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม ๒. ภิกษุณีผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๐๕ (อัฏฐังคิกสูตร) หน้า ๓๒๖ และข้อ ๒๐๖ (ทสมัคคสูตร) หน้า ๓๒๗ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๑}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๒. โสภณวรรค ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อุบาสกผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม ๔. อุบาสิกาผู้ทุศีล มีธรรมเลวทราม ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลเป็นผู้ประทุษร้ายบริษัท ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้เป็นผู้ทำบริษัทให้งาม บุคคล ๔ จำพวกไหนบ้าง คือ ๑. ภิกษุผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ๒. ภิกษุณีผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ๓. อุบาสกผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ๔. อุบาสิกาผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๔ จำพวกนี้แลเป็นผู้ทำบริษัทให้งาม ปริสาสูตรที่ ๑ จบ ๒. ทิฏฐิสูตร ว่าด้วยทิฏฐิ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กายทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยกาย) ๒. วจีทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยวาจา) ๓. มโนทุจริต (ความประพฤติชั่วด้วยใจ) ๔. มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน นรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้ย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๒}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๒. โสภณวรรค ๓. อกตัญญุตาสูตร ๑. กายสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยกาย) ๒. วจีสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยวาจา) ๓. มโนสุจริต (ความประพฤติชอบด้วยใจ) ๔. สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ทิฏฐิสูตรที่ ๒ จบ ๓. อกตัญญุตาสูตร ว่าด้วยความเป็นผู้ไม่รู้คุณและความเป็นผู้รู้คุณ
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กายทุจริต ๒. วจีทุจริต ๓. มโนทุจริต ๔. อกตัญญุตา อกตเวทิตา ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้ย่อมดำรงอยู่ในสวรรค์ เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. กายสุจริต ๒. วจีสุจริต ๓. มโนสุจริต ๔. กตัญญุตา กตเวทิตา ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ ในสวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ อกตัญญุตาสูตรที่ ๓ จบ @เชิงอรรถ : @ อกตัญญุตา หมายถึงความไม่รู้อุปการคุณที่ผู้อื่นทำแก่ตน อกตเวทิตาหมายถึงความไม่กระทำปฏิการคุณ@ตอบแทนและไม่ประกาศเกียรติคุณให้ปรากฏ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๓๓/๓๑, ๑๒๐/๖๕, องฺ.ทุก.ฏีกา ๒/๓๓/๓๖, ๑๒๐/๖๙-๗๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๓}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๒. โสภณวรรค ๕. ปฐมมัคคสูตร ๔. ปาณาติปาตีสูตร ว่าด้วยผู้ฆ่าสัตว์และผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เป็นผู้ฆ่าสัตว์ ๒. เป็นผู้ลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้ประพฤติผิดในกาม ๔. เป็นผู้พูดเท็จ ฯลฯ ๑. เป็นผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ ๒. เป็นผู้เว้นขาดจากการลักทรัพย์ ๓. เป็นผู้เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม ๔. เป็นผู้เว้นขาดจากการพูดเท็จ ฯลฯ ปาณาติปาตีสูตรที่ ๔ จบ ๕. ปฐมมัคคสูตร ว่าด้วยมรรค สูตรที่ ๑
ฯลฯ ๑. มีมิจฉาทิฏฐิ (เห็นผิด) ๒. มีมิจฉาสังกัปปะ (ดำริผิด) ๓. มีมิจฉาวาจา (เจรจาผิด) ๔. มีมิจฉากัมมันตะ (กระทำผิด) ฯลฯ ๑. มีสัมมาทิฏฐิ (เห็นชอบ) ๒. มีสัมมาสังกัปปะ (ดำริชอบ) ๓. มีสัมมาวาจา (เจรจาชอบ) ๔. มีสัมมากัมมันตะ (กระทำชอบ) ฯลฯ ปฐมมัคคสูตรที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๔}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๒. โสภณวรรค ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ว่าด้วยมรรค สูตรที่ ๒
ฯลฯ ๑. มีมิจฉาอาชีวะ (เลี้ยงชีพผิด) ๒. มีมิจฉาวายามะ (พยายามผิด) ๓. มีมิจฉาสติ (ระลึกผิด) ๔. มีมิจฉาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นผิด) ฯลฯ ๑. มีสัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ) ๒. มีสัมมาวายามะ (พยายามชอบ) ๓. มีสัมมาสติ (ระลึกชอบ) ๔. มีสัมมาสมาธิ (ตั้งจิตมั่นชอบ) ฯลฯ ทุติยมัคคสูตรที่ ๖ จบ ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ว่าด้วยครรลองแห่งโวหาร สูตรที่ ๑
ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าได้รู้ ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ไม่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ฯลฯ ปฐมโวหารปถสูตรที่ ๗ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๕}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๒. โสภณวรรค ๙. อหิริกสูตร ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ว่าด้วยครรลองแห่งโวหาร สูตรที่ ๒
ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าไม่ได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าไม่ได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าไม่ได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าไม่ได้รู้ ฯลฯ ๑. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้เห็นว่าได้เห็น ๒. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ฟังว่าได้ฟัง ๓. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้ทราบว่าได้ทราบ ๔. เป็นผู้กล่าวสิ่งที่ได้รู้ว่าได้รู้ ฯลฯ ทุติยโวหารปถสูตรที่ ๘ จบ ๙. อหิริกสูตร ว่าด้วยผู้ไม่มีหิริและผู้มีหิริ
ฯลฯ ๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๒. เป็นผู้ทุศีล ๓. เป็นผู้ไม่มีหิริ ๔. เป็นผู้ไม่มีโอตตัปปะ ฯลฯ ๑. เป็นผู้มีศรัทธา ๒. เป็นผู้มีศีล ๓. เป็นผู้มีหิริ ๔. เป็นผู้มีโอตตัปปะ ฯลฯ อหิริกสูตรที่ ๙ จบ @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒-๓๓๓ ในเล่มนี้ (ดู ที.ปา. ๑๑/๓๑๓/๒๐๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๖}
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต [๕. ปัญจมปัณณาสก์] ๒. โสภณวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๐. ทุสสีลสูตร ว่าด้วยผู้ทุศีลและผู้มีศีล
ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการย่อมดำรงอยู่ ในนรกเหมือนถูกนำไปฝังไว้ ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ๒. เป็นผู้ทุศีล ๓. เป็นผู้เกียจคร้าน ๔. เป็นผู้มีปัญญาทราม ฯลฯ ๑. เป็นผู้มีศรัทธา ๒. เป็นผู้มีศีล ๓. เป็นผู้ปรารภความเพียร ๔. เป็นผู้มีปัญญา ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แลย่อมดำรงอยู่ใน สวรรค์เหมือนได้รับอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ทุสสีลสูตรที่ ๑๐ จบ โสภณวรรคที่ ๒ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ปริสาสูตร ๒. ทิฏฐิสูตร ๓. อกตัญญุตาสูตร ๔. ปาณาติปาตีสูตร ๕. ปฐมมัคคสูตร ๖. ทุติยมัคคสูตร ๗. ปฐมโวหารปถสูตร ๘. ทุติยโวหารปถสูตร ๙. อหิริกสูตร ๑๐. ทุสสีลสูตร @เชิงอรรถ : @ ดูข้อความเต็มในข้อ ๒๑๒ (ทิฏฐิสูตร) หน้า ๓๓๒ ในเล่มนี้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๑ หน้า : ๓๓๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
โสภนวรรควรรณนาที่ ๒ อรรถกถาปริสาสูตรที่ ๑
พึงทราบวินิจฉัยในปริสาสูตรที่ ๑ แห่งวรรคที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
ชื่อว่าปริสทูสนะ เพราะประทุษร้ายบริษัท. ชื่อว่าปริสโสภนะ เพราะยังบริษัทให้งาม. จบอรรถกถาปริสาสูตรที่ ๑
อรรถกถาทิฏฐิสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในทิฏฐิสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ :-
มิจฉาทิฏฐิ แม้นับเนื่องอยู่ในมโนทุจริต ท่านกล่าวไว้ต่างหากก็เพราะมีโทษมาก ส่วนสัมมาทิฏฐิท่านกล่าวด้วยเป็นปฏิปักษ์ต่อมิจฉาทิฏฐินั้น. จบอรรถกถาทิฏฐิสูตรที่ ๒
อรรถกถาอกตัญญุตาสูตรที่ ๓
พึงทราบวินิจฉัยในอกตัญญุตาสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้ :-
บทว่า อกตญฺญุตา อกตเวทิตา ได้แก่ ด้วยความไม่รู้คุณท่านด้วยความไม่ตอบแทนคุณท่าน. แม้ทั้งสองบทนั้น โดยเนื้อความก็อย่างเดียวกันนั้นเอง.
แม้ในสุกปักษ์ (ธรรมฝ่ายดี) ก็นัยนี้เหมือนกัน. จบอรรถกถาอกตัญญุตาสูตรที่ ๓
ปาณาติปาตสูตรที่ ๔ ท่านกล่าวด้วยกรรมกิเลส ๔ และธรรมเป็นปฏิปักษ์ต่อกรรมกิเลสนั้น.
ปฐมมัคคสูตรที่ ๕ ท่านกล่าวด้วยมิจฉัตตะ ๔ เบื้องต้นแห่งสุกปักษ์ (สัมมัตตะ).
ทุติยมัคคสูตรที่ ๖ ท่านกล่าวด้วยมิจฉัตตะ ๔ ที่เหลือ.
ปฐมโวหารปถสูตรที่ ๗ ท่านกล่าวอนริยโวหารและอริยโวหาร
ในสูตรที่ ๘-๙-๑๐ ท่านกล่าวด้วยอสัทธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อสุกกธรรมนั้น. ก็ธรรมเป็นสุกกปักษ์ ท่านกล่าวคละทั้งโลกิยะและโลกุตระในสูตรทั้งปวง.
ใน ๙ สูตรท่านกล่าวในมรรคดังนี้ก็จริง ถึงดังนั้นก็ย่อมได้มรรค ๓ และผล ๓. จบโสภนวรรควรรณนาที่ ๒ -----------------------------------------------------