กุศลธรรม ประกอบกับกุศลธรรม อกุศลธรรม ประกอบกับอกุศลธรรม อัพยากตธรรม ประกอบกับอัพยากตธรรม เล่ม ๔๐
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สมฺปยุตฺตวาโร
๔๗๕กุสลํ ธมฺมํ สมฺปยุตฺโต กุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา กุสลํ เอกํ ขนฺธํ สมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สมฺปยุตฺตา เทฺว ขนฺธา ฯ
๔๗๖อกุสลํ ธมฺมํ สมฺปยุตฺโต อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อกุสลํ เอกํ ขนฺธํ สมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สมฺปยุตฺตา เทฺว ขนฺธา ฯ
๔๗๗อพฺยากตํ ธมฺมํ สมฺปยุตฺโต อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สมฺปยุตฺตา เทฺว ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สมฺปยุตฺตา เทฺว ขนฺธา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๗๘เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน ตีณิ กมฺเม ตีณิ วิปาเก เอกํ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค ตีณิ สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต ตีณิ ฯ อนุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๔๗๙อกุสลํ ธมฺมํ สมฺปยุตฺโต อกุสโล ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ สมฺปยุตฺโต วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
๔๘๐อพฺยากตํ ธมฺมํ สมฺปยุตฺโต อพฺยากโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ วิปากาพฺยากตํ กิริยาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สมฺปยุตฺตา เทฺว ขนฺธา อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิปากาพฺยากตํ เอกํ ขนฺธํ สมฺปยุตฺตา ตโย ขนฺธา ตโย ขนฺเธ สมฺปยุตฺโต เอโก ขนฺโธ เทฺว ขนฺเธ สมฺปยุตฺตา เทฺว ขนฺธา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
๔๘๑นเหตุยา เทฺว นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ ปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๔๘๒เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ ... นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๔๘๓นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เทฺว ... อนนฺตเร เทฺว สมนนฺตเร เทฺว สหชาเต เทฺว อญฺญมญฺเญ เทฺว นิสฺสเย เทฺว อุปนิสฺสเย เทฺว ปุเรชาเต เทฺว อาเสวเน เทฺว กมฺเม เทฺว วิปาเก เอกํ อาหาเร เทฺว อินฺทฺริเย เทฺว ฌาเน เอกํ มคฺเค เอกํ สมฺปยุตฺเต เทฺว วิปฺปยุตฺเต เทฺว อตฺถิยา เทฺว นตฺถิยา เทฺว วิคเต เทฺว อวิคเต เทฺว ฯ ปจฺจนียานุโลมํ นิฏฺฐิตํ ฯ สมฺปยุตฺตวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สํสฏฺฐตฺถํ นาม สมฺปยุตฺตตฺถํ สมฺปยุตฺตตฺถํ นาม สํสฏฺฐตฺถํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๖. สัมปยุตตวาร ๑. กุสลติกะ ๖. สัมปยุตตวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกุศลสัมปยุตกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ สัมปยุตกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑สัมปยุตกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ สัมปยุตกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลสัมปยุตกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ สัมปยุตกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ สัมปยุตกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ สัมปยุตกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตสัมปยุตกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ สัมปยุตกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ สัมปยุตกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒สัมปยุตกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ สัมปยุตกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ สัมปยุตกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ สัมปยุตกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (ย่อ) (๑) ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๕๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๖. สัมปยุตตวาร นิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย มี ๓ วาระ สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลสัมปยุตกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะสัมปยุตกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตสัมปยุตกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ สัมปยุตกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ ซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ สัมปยุตกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ สัมปยุตกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ สัมปยุตกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ สัมปยุตกับขันธ์ ๓ เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ สัมปยุตกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น (ย่อ)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๕๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๖. สัมปยุตตวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (ย่อ)ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ เหตุทุกนัย
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (ย่อ) อนุโลมปัจจนียะ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๕๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๖. สัมปยุตตวาร ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ สมนันตรปัจจัย ” มี ๒ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๒ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๒ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๒ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๑ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๒ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๒ วาระ (ย่อ) ปัจจนียานุโลม จบ สัมปยุตตวาร จบ (สังสัฏฐวาร ได้แก่ สัมปยุตตวาร สัมปยุตตวาร ได้แก่ สังสัฏฐวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า : ๒๕๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสัมปยุตตวาระ
พึงทราบวินิจฉัยในสัมปยุตตวาระ ต่อไป :-
คำว่า กุสลํ ธมฺมํ สมฺปยุตฺโต ประกอบกับกุศลธรรม ความว่า ทำกุศลธรรมให้เป็นสัมปยุตตปัจจัย.
คำที่เหลือในวรรณนานี้ พึงทราบตามนัยที่กล่าวไว้ในสังสัฏฐวาระ.
ส่วนในที่สุดของสัมปยุตตวาระนี้ คำว่า อรรถว่าสังสัฏฐะ เจือ มีความหมายเท่ากับสัมปยุตตะ ประกอบ. อรรถว่าสัมปยุตตะ ประกอบ มีความหมายเท่ากับสังสัฏฐะ เจือ ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อแสดงความไม่ต่างกัน โดยใจความแห่งวาระทั้งสองนี้.
จริงอยู่ เมื่อว่าโดยใจความ วาระทั้งสองนี้ไม่มีข้อแตกต่างกัน เหมือนปฏิจจะศัพท์กับสหชาตะ และปัจจยะกับนิสสยะศัพท์ฉะนั้น ถึงอย่างนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพื่อกำหนดความของกันและกัน.
จริงอยู่ ในคำมีอาทิว่า ม้าทั้งหลายอันเขาเอาเข้าคู่กันเทียมเข้าด้วยกัน ดังนี้. แม้สิ่งที่ไม่ได้ประกอบกัน ท่านก็เรียกว่าสังสัฏฐะได้. ในคำว่า วิมังสานั้นใดสหรคตแล้วโกสัชชะ สัมปยุตแล้วด้วยโกสัชชะ ดังนี้เป็นต้น. แม้สิ่งที่ระคนปนกันก็มาเป็นสัมปยุตได้.
วาระทั้งสองนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้เพื่อให้เน้นหนักถึงภาวะที่สัมปยุตตปัจจัย ซึ่งมีลักษณะเกิดในคราวเดียวกันเป็นต้น เป็นสังสัฏฐวาระ และเพื่อให้เน้นหนักถึงสังสัฏฐธรรม ซึ่งมีการเกิดในคราวเดียวกันเป็นต้นเป็นลักษณะ เป็นสัมปยุตตปัจจัย โดยสัมปยุตตวาระ.
อีกอย่างหนึ่ง วาระทั้งสองนี้ บัณฑิตพึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยเป็นเทศนาวิลาสะ ตามอำนาจอัธยาศัยของเหล่าสัตว์ผู้จะตรัสรู้โดยประการนั้น และด้วยอำนาจพระปรีชาอันแตกฉานในนิรุตติปฏิสัมภิทา.
อรรถกถาสัมปยุตตวาระ จบ. -----------------------------------------------------