พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)
ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๕๓๕206 มาตรา12 หัวข้อลำดับ 1 จาก 1 ในบริษัทต้นฉบับ PDF · 47 หน้าที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 3b2428fa… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า
ฉบับนี้คืออะไร
ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด
สารบัญของฉบับนี้
- หมวด ๑ บททั่วไปมาตรา ๔–๑๔ · 11 มาตรา
- หมวด ๒ การเริ่มจัดตั้งบริษัทมาตรา ๑๕–๒๕ · 10 มาตรา
- หมวด ๔ การประชุมจัดตั้งและการจดทะเบียนบริษัทมาตรา ๒๖–๔๙ · 22 มาตรา
- หมวด ๕ หุ้นและผู้ถือหุ้นมาตรา ๕๐–๖๖/๑ · 17 มาตรา
- หมวด ๖ คณะกรรมการมาตรา ๖๗–๑๒๗ · 57 มาตรา
- หมวด ๙ การตรวจสอบมาตรา ๑๒๘–๑๓๕ · 7 มาตรา
- หมวด ๑๐ การเพิ่มทุนและการลดทุนมาตรา ๑๓๖–๑๔๒ · 6 มาตรา
- หมวด ๑๑ หุ้นกู้มาตรา ๑๔๕ · 1 มาตรา
- หมวด ๑๒ การควบบริษัทมาตรา ๑๔๖–๑๕๘ · 12 มาตรา
- หมวด ๑๔ การชำระบัญชีมาตรา ๑๕๙–๑๗๘ · 17 มาตรา
- หมวด ๑๕ การแปรสภาพบริษัทเอกชนเป็นบริษัทมาตรา ๑๘๐–๒๒๒/๑ · 41 มาตรา
- บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๒๓–๒๒๔ · 2 มาตรา
ปรารภ
พระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณวันที่ ๒๙มีนาคมพ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นปีที่ ๔๗ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา นิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตราในหมวดนี้
ดูเป็นรายการหมวด ๑ บททั่วไป
11 มาตรา- ๔
ในพระราชบัญญัตินี้ “บริษัท” หมายความว่าบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ “บริษัทเอกชน”หมายความว่าบริษัทจำกัดซึ่งตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “คณะกรรมการ”หมายความว่าคณะกรรมการของบริษัทมหาชนจำกัด “ประธานกรรมการ”หมายความว่าประธานกรรมการของบริษัทมหาชนจำกัด “กรรมการ”หมายความว่ากรรมการของบริษัทมหาชนจำกัด “นายทะเบียน” หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า* และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่ง อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า* มอบหมายด้วย * แก้ไขเพิ่มเติมโดย ม.๖๗แห่งพระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวงกรมพ.ศ. ๒๕๔๕พ.ศ. ๒๕๔๕โดยให้แก้ไขคำว่า “อธิบดีกรมทะเบียน การค้า” เป็น “อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า” “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่าผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่ารัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
- ๕
ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้บุคคลใดยื่นเอกสารหรือแจ้งรายการภายใน ระยะเวลาที่กำหนดถ้าบุคคลนั้นมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถจะปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้และได้ยื่นคำร้องขอขยาย หรือเลื่อนกำหนดเวลาโดยแสดงเหตุแห่งความจำเป็น เมื่อนายทะเบียนพิจารณาเห็นเป็นการสมควรจะขยาย หรือเลื่อนกำหนดเวลาออกไปตามความจำเป็นแก่กรณีก็ได้
- ๖
ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้บุคคลใดมีหน้าที่หรือจะบอกกล่าวเตือนแจ้งความ หรือโฆษณาข้อความใดๆเกี่ยวกับบริษัทใด ให้บุคคลอื่นหรือประชาชนทราบโดยทางหนังสือพิมพ์ให้บุคคลนั้น โฆษณาข้อความนั้นๆในหนังสือพิมพ์รายวันภาษาไทยที่จัดพิมพ์จำหน่ายณท้องที่อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ของบริษัทนั้นมีกำหนดเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่ไม่มีหนังสือพิมพ์ที่มีลักษณะดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้บุคคลนั้นโฆษณาในหนังสือพิมพ์ รายวันภาษาไทยที่จัดพิมพ์จำหน่ายในกรุงเทพมหานครแทน การดำเนินการตามวรรคหนึ่งอาจใช้วิธีการโฆษณาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนก็ได้ตามหลักเกณฑ์ ที่นายทะเบียนกำหนด๒
- ๗
ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้บุคคลใดมีหน้าที่ต้องส่งคำสั่ง คำเตือน หนังสือ หรือเอกสารใดๆให้แก่บุคคลอื่น ผู้มีหน้าที่ส่งหรือผู้แทน จะส่งมอบให้แก่ผู้รับหรือผู้แทนของผู้รับโดยตรง หรือ ส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้รับณสถานที่อยู่ของผู้รับซึ่งแจ้งแก่ผู้ส่งไว้แล้ว หรือถ้าไม่มีการแจ้งไว้ล่วงหน้า จะส่ง ณสถานที่อยู่อันเป็นภูมิลำเนาของผู้รับก็ได้ ในกรณีที่มีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือว่าคำสั่ง คำเตือน หนังสือหรือเอกสารนั้น ๆ ถึงผู้รับในเวลาที่คำสั่ง คำเตือนหนังสือหรือเอกสารดังกล่าวควรไปถึงตามทางการปกติแห่งไปรษณีย์ในช่วงเวลา ที่มีการส่งนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นประการอื่น
- ๗/๑
ในกรณีที่บริษัทหรือคณะกรรมการมีหน้าที่ต้องส่งหนังสือหรือเอกสารตาม พระราชบัญญัตินี้ให้แก่กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ของบริษัท หากบุคคลดังกล่าวได้แจ้งความประสงค์หรือ ยินยอมให้ส่งหนังสือหรือเอกสารโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทหรือคณะกรรมการอาจส่งหนังสือหรือ เอกสารนั้นโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่นายทะเบียนกำหนด
- ๘
ผู้ถือหุ้นหรือบริษัทจะถือเอาประโยชน์จากบุคคลภายนอกจากข้อความหรือรายการใด ๆ ที่ต้องจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ได้ จนกว่านายทะเบียนจะได้รับจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วแต่ผู้ถือหุ้น หรือบริษัทซึ่งได้รับชำระหนี้ก่อนที่จะมีการจดทะเบียนไม่จำต้องคืนทรัพย์สินที่ได้รับชำระหนี้ ๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด(ฉบับที่ ๔)พ.ศ.๒๕๖๕ ๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด(ฉบับที่ ๔)พ.ศ.๒๕๖๕ มาตรา ๙ ในระหว่างผู้ถือหุ้นด้วยกันหรือผู้ถือหุ้นกับบริษัท ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาสมุดบัญชี และเอกสารของบริษัทหรือของผู้ชำระบัญชี ถูกต้องตามข้อความที่ได้บันทึกไว้ในนั้นทุกประการ
- ๑๐
บุคคลใดเมื่อได้เสียค่าธรรมเนียมแล้ว มีสิทธิตรวจหรือคัดข้อความในทะเบียนหรือ เอกสารซึ่งนายทะเบียนเก็บรักษาไว้ หรือจะขอให้นายทะเบียนคัดสำเนาหรือถ่ายเอกสารฉบับใดๆพร้อมด้วย คำรับรองของนายทะเบียนว่าถูกต้องหรือจะขอให้นายทะเบียนออกหนังสือรับรองรายการใดที่จดทะเบียนไว้ก็ได้
- ๑๑
บริษัทต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ใช้ชื่อ ซึ่งต้องมีคำว่า “บริษัท”นำหน้าและ“จำกัด (มหาชน)”ต่อท้าย หรือจะใช้อักษรย่อว่า “บมจ.”นำหน้าแทนคำว่า “บริษัท”และ“จำกัด(มหาชน)”ก็ได้ แต่ในกรณีที่ใช้ชื่อเป็นอักษรภาษาต่างประเทศ จะใช้คำซึ่งมีความหมายว่าเป็น “บริษัทมหาชนจำกัด” ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงแทนก็ได้
(๒) แสดงชื่อ ที่ตั้งสำนักงานและเลขทะเบียนบริษัทไว้ในจดหมายประกาศใบแจ้งความใบส่งของ และใบเสร็จรับเงิน
(๓) แสดงชื่อบริษัทไว้ในดวงตรา (ถ้ามี)
(๔) จัดให้มีป้ายชื่อบริษัทไว้หน้าสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา(ถ้ามี) และดำเนินการมิให้มี ป้ายชื่อดังกล่าวในกรณีที่ไม่ใช้สถานที่นั้นเป็นสำนักงานหรือสำนักงานสาขาหรือในกรณีที่จดทะเบียนเลิกบริษัท หรือสาขาบริษัทแล้ว บริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภทใดจะได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม
(๑) ให้เป็นไปตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง การจัดให้มีหรือการดำเนินการมิให้มีป้ายชื่อตาม (๔)ต้องกระทำภายในสิบสี่วันนับแต่วันจดทะเบียน บริษัท หรือไม่ใช้สถานที่นั้นเป็นสำนักงานใหญ่หรือสำนักงานสาขาหรือจดทะเบียนเลิกบริษัทหรือเลิกสาขาบริษัท แล้วแต่กรณี
- ๑๒
ห้ามมิให้บริษัทเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือเป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ในห้างหุ้นส่วนจำกัด ความตกลงใดอันมีผลเป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง ความตกลงนั้นเป็นโมฆะ
- ๑๓
ถ้านายทะเบียนเห็นว่าชื่อของบริษัทใดที่ขอจดทะเบียนไม่ว่าชื่อนั้นจะเป็นภาษาไทย หรือภาษาต่างประเทศ เหมือนหรือคล้ายกับชื่อของบริษัทหรือบริษัทเอกชนที่ยื่นหรือที่จดทะเบียนไว้ก่อน ให้นายทะเบียนปฏิเสธการขอจดทะเบียนนั้นและแจ้งให้ผู้ขอจดทะเบียนทราบ
- ๑๔
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนดแบบพิมพ์ต่างๆและออกกฎกระทรวงในเรื่องดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนและการรับจดทะเบียนตาม พระราชบัญญัตินี้
(๒) กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้
(๓) ยกเว้นค่าธรรมเนียม
(๔) กำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ที่มาของตัวบทนี้
- ผู้เผยแพร่ไฟล์
- สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
- หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
- https://www.dbd.go.th/lawตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
- ไฟล์ต้นทาง
- https://www.dbd.go.th/storage/law/2df579cf-c01c-4d2a-9b61-9be7f0cd5e66.pdf47 หน้า
- ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
- sha256:3b2428fa726aa60bbed8c8fb2188226cc7c75bcdb56a0493ee6ee8827fe4861bดึงเมื่อ 2026-08-24T07:45:27.357Z
- สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
- ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
- วิธีดึงข้อความ
- pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR