กำลังอ่านตัวบทกฎหมาย ประกาศ และการแก้ไข ตั้งแต่ประมวลกฎหมายถึงประกาศหน่วยงานกำกับ

พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)

ฉบับรวมการแก้ไข — ไม่ใช่ถ้อยคำตามที่ประกาศครั้งแรก๒๔๘๓320 มาตรา52 หัวข้อลำดับ 1 จาก 1 ในธุรกิจต้นฉบับ PDF · 90 หน้า

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข) · ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) · sha256 4db811fa… · ดึงข้อมูล 2026-08-24 — หลักฐานเต็มท้ายหน้า


ฉบับนี้คืออะไร

ตัวบทนี้เป็นฉบับที่รวมการแก้ไขเพิ่มเติมไว้แล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงไม่ใช่ถ้อยคำที่ปรากฏในราชกิจจานุเบกษาฉบับใดฉบับหนึ่ง มาตราที่ถูกยกเลิกจะหายไปทั้งเลข และมาตราที่แทรกภายหลังจะมีคำว่า ทวิ ตรี ต่อท้าย — ระบบไม่ได้ตรวจว่าฉบับรวมนี้ปรับปรุงถึงวันใด

สารบัญของฉบับนี้

  1. หมวด ๑ กระบวนพิจารณาตั้งแต่ขอให้ล้มละลายจนถึงปลดจากล้มละลายมาตรา ๗–๘๑/๔ · 81 มาตรา
  2. ส่วนที่ ๑ การขอให้ล้มละลายและการสั่งพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๗–๒๙ · 24 มาตรา
  3. ส่วนที่ ๒ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๓๐ · 1 มาตรา
  4. ส่วนที่ ๓ การประชุมเจ้าหนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๓๑–๓๖ · 6 มาตรา
  5. ส่วนที่ ๔ กรรมการเจ้าหนี้มาตรา ๓๗–๔๑ · 5 มาตรา
  6. ส่วนที่ ๕ การไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยมาตรา ๔๒–๔๔ · 3 มาตรา
  7. ส่วนที่ ๖ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลายมาตรา ๔๕–๖๐ · 16 มาตรา
  8. ส่วนที่ ๗ คำพิพากษาให้ล้มละลายมาตรา ๖๑–๖๒ · 2 มาตรา
  9. ส่วนที่ ๘ การประนอมหนี้ภายหลังล้มละลาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๖๓ · 1 มาตรา
  10. ส่วนที่ ๙ การควบคุมตัวและทรัพย์สินของลูกหนี้และการจำกัดสิทธิมาตรา ๖๔–๖๗/๑ · 5 มาตรา
  11. ส่วนที่ ๑๐ การปลดจากล้มละลายมาตรา ๖๘–๘๑/๔ · 18 มาตรา
  12. หมวด ๒ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้ตายมาตรา ๘๒–๘๗ · 6 มาตรา
  13. หมวด ๓ กระบวนพิจารณาในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญมาตรา ๘๘–๙๐/๑๒๘ · 131 มาตรา
  14. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๑ · 1 มาตรา
  15. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒–๙๐/๑๕ · 14 มาตรา
  16. ส่วนที่ ๓ การตั้งผู้ทำแผนมาตรา ๙๐/๑๖–๙๐/๒๕ · 10 มาตรา
  17. ส่วนที่ ๔ การขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๒๖–๙๐/๓๓ · 8 มาตรา
  18. ส่วนที่ ๕ คำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๓๔–๙๐/๓๙ · 6 มาตรา
  19. ส่วนที่ ๖ การเพิกถอนนิติกรรมที่ได้กระทำไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาตรา ๙๐/๔๐–๙๐/๔๑ · 2 มาตรา
  20. ส่วนที่ ๗ การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๔๒–๙๐/๕๕ · 14 มาตรา
  21. ส่วนที่ ๘ การพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๕๖–๙๐/๕๙ · 4 มาตรา
  22. ส่วนที่ ๙ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๖๐–๙๐/๗๖ · 17 มาตรา
  23. ส่วนที่ ๑๑ การขอรับชำระหนี้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดมาตรา ๙๐/๗๗–๙๐/๗๘ · 2 มาตรา
  24. ส่วนที่ ๑๒ การอุทธรณ์๕๖มาตรา ๙๐/๗๙ · 1 มาตรา
  25. ส่วนที่ ๑๓ บทกำหนดโทษว่าด้วยกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้มาตรา ๙๐/๘๐–๙๐/๙๐ · 11 มาตรา
  26. ส่วนที่ ๑ บทนิยามมาตรา ๙๐/๙๑ · 1 มาตรา
  27. ส่วนที่ ๒ การขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๒–๙๐/๙๘ · 7 มาตรา
  28. ส่วนที่ ๓ การพิจารณาคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๙๙–๙๐/๑๐๕ · 7 มาตรา
  29. ส่วนที่ ๔ การดำเนินการภายหลังศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผนมาตรา ๙๐/๑๐๖–๙๐/๑๑๕ · 10 มาตรา
  30. ส่วนที่ ๕ การยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบด้วยแผน และการยกเลิกการฟื้นฟูกิจการมาตรา ๙๐/๑๑๖–๙๐/๑๒๑ · 6 มาตรา
  31. ส่วนที่ ๖ บทกำหนดโทษมาตรา ๙๐/๑๒๒–๙๐/๑๒๘ · 7 มาตรา
  32. หมวด ๔ วิธีจัดการทรัพย์สินของลู หนี้มาตรา ๙๑–๑๓๘ · 50 มาตรา
  33. ส่วนที่ ๑ การขอรับชำระหนี้มาตรา ๙๑–๑๐๘ · 19 มาตรา
  34. ส่วนที่ ๒ ทรัพย์สินซึ่งอาจเอามาชำระหนี้มาตรา ๑๐๙ · 1 มาตรา
  35. ส่วนที่ ๓ ผลของการล้มละลายเกี่ยวกับกิจการที่ได้กระทำไปแล้วมาตรา ๑๑๐–๑๑๖ · 7 มาตรา
  36. ส่วนที่ ๔ การรวบรวมและจำหน่ายทรัพย์สินมาตรา ๑๑๗–๑๒๓ · 7 มาตรา
  37. ส่วนที่ ๕ การแบ่งทรัพย์สินมาตรา ๑๒๔–๑๓๒ · 10 มาตรา
  38. ส่วนที่ ๖ การปิดคดีมาตรา ๑๓๓–๑๓๔ · 2 มาตรา
  39. ส่วนที่ ๗ การยกเลิกการล้มละลายมาตรา ๑๓๕–๑๓๘ · 4 มาตรา
  40. หมวด ๕ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มาตรา ๑๓๙–๑๔๘/๑ · 12 มาตรา
  41. ส่วนที่ ๑ การแต่งตั้งและถอดถอนมาตรา ๑๓๙–๑๓๙/๑ · 2 มาตรา
  42. ส่วนที่ ๒ อำนาจหน้าที่มาตรา ๑๔๐–๑๔๘/๑ · 10 มาตรา
  43. หมวด ๖ อำนาจศาลและกระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๔๙–๑๕๙ · 11 มาตรา
  44. ส่วนที่ ๑ อำนาจศาลมาตรา ๑๔๙–๑๕๒ · 4 มาตรา
  45. ส่วนที่ ๒ กระบวนพิจารณาคดีล้มละลายมาตรา ๑๕๓–๑๕๙ · 7 มาตรา
  46. หมวด ๗ การสอบสวนและบทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๐–๑๗๕ · 17 มาตรา
  47. ส่วนที่ ๑ การสอบสวนมาตรา ๑๖๐ · 1 มาตรา
  48. ส่วนที่ ๒ บทกำหนดโทษมาตรา ๑๖๑–๑๗๕ · 16 มาตรา
  49. หมวด ๘ บทบัญญัติเบ็ดเสร็จมาตรา ๑๗๖–๑๘๑ · 6 มาตรา
  50. ส่วนที่ ๑ เงินค้างจ่ายมาตรา ๑๗๖ · 1 มาตรา
  51. ส่วนที่ ๒ การล้มละลายเกี่ยวกับต่างประเทศมาตรา ๑๗๗–๑๗๘ · 2 มาตรา
  52. ส่วนที่ ๓ ค่าธรรมเนียมมาตรา ๑๗๙–๑๘๑ · 3 มาตรา

ปรารภ

พระราชบัญญัติ ล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔สิงหาคมพุทธศักราช๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. พิชเยนทรโยธิ ตราไว้ ณวันที่ ๓๐ธันวาคมพุทธศักราช ๒๔๘๓ เป็นปีที่ ๗ในรัชกาลปัจจุบัน โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยลักษณะล้มละลาย เสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่กาลสมัยยิ่งขึ้ จึ มีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ สภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

มาตราในหมวดนี้

ดูเป็นรายการ
  1. ส่วนที่ ๒ การขอและการให้ฟื้นฟูกิจการ

    14 มาตรา
  2. ๙๐/๒

    เจ้าหนี้หรือลูกหนี้หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔อาจร้อง ขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ ไม่ว่าลูกหนี้จะถู ฟ้องให้ล้มละลาย แล้วหรือไม่ กระบวนพิจารณาส่วนใดที่มิได้บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติใน หมวดอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  3. ๙๐/๓

    เมื่อลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตาม กำหนดได้และเป็นหนี้เจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนรวมกันเป็นจำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท ไม่ว่าหนี้นั้นจะถึงกำหนดชำระโดยพลันหรือในอนาคตก็ตามถ้ามีเหตุอันสมควรและมีช่องทางที่จะ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ บุคคลตามมาตรา ๙๐/๔อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลให้มีการฟื้นฟูกิจการได้

  4. ๙๐/๔

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๕บุคคลซึ่งมีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ ฟื้นฟูกิจการ ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้

    (๑) เจ้าหนี้ซึ่งอาจเป็นคนเดียวหรือหลายคนรวมกันและมีจำนวนหนี้แน่นอนไม่น้อย กว่าสิบล้านบาท

    (๒) ลูกหนี้ซึ่งมีลักษณะตามมาตรา ๙๐/๓

    (๓) ธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ลู หนี้ ตามมาตรา ๙๐/๓ เป็ธนาคาร พาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

    (๔) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในกรณีที่ลูกหนี้ ตามมาตรา ๙๐/๓เป็นบริษัทหลักทรัพย์

    (๕) กรมการประกันภัย ในกรณีที่ลูกหนี้ตามมาตรา ๙๐/๓เป็นบริษัทประกันวินาศ ภัยหรือบริษัทประกัชีวิต

    (๖) หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลการประกอบกิจการของลูกหนี้ตาม มาตรา ๙๐/๓ซึ่งเป็นนิติบุคคลหน่วยงานของรัฐและลูกหนี้ดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง เจ้าหนี้ของลูกหนี้ตาม (๓) (๔) (๕) หรือ

    (๖) หรือลูกหนี้นั้นเอง จะยื่นคำร้องขอตาม มาตรา ๙๐/๓ด้วยตนเองได้เมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงาน ของรัฐตาม

    (๖) แล้วแต่กรณี การขอความยินยอมให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่หน่วยงานตาม วรรคสองประกาศกำหนด เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตาม

    (๖) แล้วแต่กรณี ได้รับคำขอความยินยอม ให้หน่วยงานนั้นแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขอทราบภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับคำขอในกรณีที่ ไม่ให้ความยินยอมให้แจ้งเหตุผลโดยย่อ และให้ผู้ขอมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล หน่วยงานนั้นภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จสิ้น ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

  5. ๙๐/๕

    บุคคลตามมาตรา ๙๐/๔จะยื่นคำร้องขอให้มีการฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ไม่ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

    (๑) ศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด

    (๒) ศาลหรือนายทะเบียนได้มีคำสั่งให้เลิกหรือเพิกถอนทะเบียนนิติบุคคลที่เป็ลูกหนี้ หรือมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลนั้น หรือนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ต้องเลิกกันด้วยเหตุอื่น ทั้งนี้ ไม่ว่าการชำระบัญชีของนิติบุคคลดังกล่าวจะเสร็จแล้วหรือไม่ (๓)๓๓ ศาลได้เคยมีคำสั่งยกคำร้องขอยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการ ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ตามความในหมวดนี้ ภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนยื่นคำร้องขอ

  6. ๙๐/๖

    คำร้องขอของบุคคลตามมาตรา ๙๐/๔เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟู กิจการ จะต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง (๑)๓๔ ความมีหนี้สินล้นพ้นตัวของลูกหนี้หรือไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้

    (๒) รายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้คนเดียวหรือหลายคนที่ลูกหนี้เป็นหนี้อยู่รวมกันเป็น จำนวนไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท

    (๓) เหตุอันสมควรและช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ๒๕๖๑ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    (๔) ชื่อและคุณสมบัติของผู้ทำแผน

    (๕) หนังสือยินยอมของผู้ทำแผน ผู้ทำแผนอาจเป็นบุคคลธรรมดานิติบุคคล คณะบุคคลเจ้าหนี้หรือผู้บริหารของ ลูกหนี้ก็ได้ ถ้าเจ้าหนี้เป็นผู้ร้องขอ จะต้องแนบรายชื่อและที่อยู่ของเจ้าหนี้อื่นเท่าที่ทราบมา พร้อมคำร้องขอ ถ้าลูกหนี้เป็นผู้ร้องขอ จะต้องแนบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่ มีอยู่ รายชื่อและที่อยู่โดยชัดแจ้งของเจ้าหนี้ทั้งหลายมาพร้อมคำร้องขอ

  7. ๙๐/๗

    ในการร้องขอฟื้นฟูกิจการ ผู้ร้องขอต้องชำระค่าขึ้นศาลหนึ่งพันบาท และต้องวางเงินประกันค่าใช้จ่ายที่ผู้ร้องขอต้องรับผิดชอบในการขอฟื้นฟูกิจการไว้ต่อศาลเป็นจำนวน ห้าหมื่นบาทในขณะยื่นคำร้องขอหากค่าใช้จ่ายนั้นไม่เพียงพอศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องขอวางเงิน ประกันค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามจำนวนที่เห็นสมควรก็ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอไม่ยอมวางเงินประกันเพิ่มตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลยังไม่มีคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการ ให้ถือว่าผู้ร้องขอทิ้งคำร้องขอ แต่ถ้าศาลได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหลายและธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ กำกับดูแลการประกอบกิจการของลูกหนี้ตามมาตรา ๙๐/๓ซึ่งได้ให้ความยินยอมตามมาตรา ๙๐/๔ แล้วแต่กรณี เพื่อแต่งตั้งเจ้าหนี้อื่นหรือลูกหนี้หรือผู้ให้ความยินยอมเป็นผู้ร้องขอแทนต่อไปโดยเร็วที่สุด ถ้าไม่มีผู้ร้องขอแทนหรือมีแต่ไม่วางเงิ ประกันดังกล่าวภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ผู้ร้องขอ ไม่ยอมวางเงินประกันดังกล่าวตามคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและให้จำหน่าย คดีออกจากสารบบความ ในกรณีที่เจ้าหนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกัภัยหรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี เป็นผู้ร้องขอ ให้ผู้ทำแผนชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวจากทรัพย์สินของลูกหนี้คืนให้แก่ผู้ร้องขอภายหลังที่ ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วโดยไม่ชักช้า ในการดำเนินกระบวนพิจารณาเพื่อฟื้นฟูกิจการ ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงาน ของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี มีฐานะเช่นเดียวกับเจ้าหนี้

  8. ๙๐/๘

    ผู้ร้องขอจะถอนคำร้องขอไม่ได้ เว้ แต่ศาลจะอนุญาตแต่ถ้าศาลได้มี คำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว ศาลจะอนุญาตให้ถอนคำร้องขอไม่ได้ ในกรณีที่ผู้ร้องขอทิ้งคำร้องขอ หรือขาดนัดพิจารณาหรือศาลอนุญาตให้ถอนคำร้อง ขอก่อนที่ศาลจะสั่งจำหน่ายคดี ให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อยหนึ่งฉบับ เพื่อให้เจ้าหนี้ทั้งหลายและลูกหนี้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

  9. ๙๐/๙

    เมื่อศาลสั่งรับคำร้องขอแล้ว ให้ดำเนินการไต่สวนเป็นการด่วนและ ให้ศาลประกาศคำสั่งรับคำร้องขอและวันเวลานัดไต่สวนในหนังสือพิมพ์รายวันที่แพร่หลายอย่างน้อย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หนึ่งฉบับไม่น้อยกว่าสองครั้งห่างกันไม่เกินเจ็ดวัน กับให้ส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าหนี้ทั้งหลายเท่าที่ ทราบและแก่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทหรือนายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนายทะเบียนจะได้ จดแจ้งคำสั่งศาลไว้ในทะเบียน และให้ส่งให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยสำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔

    (๖) แล้วแต่กรณีด้วย ทั้งนี้ ให้ส่งก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ถ้าเจ้าหนี้เป็นผู้ร้องขอ ให้ผู้ร้องขอนำส่งสำเนาคำร้องขอให้ลูกหนี้ทราบก่อนวันนัด ไต่สวนไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และให้ลูกหนี้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดที่มีอยู่ รายชื่อและที่อยู่โดยชัดแจ้งของเจ้าหนี้ทั้งหลายต่อศาลก่อนวันนัดไต่สวนด้วย ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อาจยื่นคำคัดค้านก่อนวันนัดไต่สวนนัดแรกไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีที่เป็นการคัดค้านผู้ทำแผน ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้จะเสนอชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนด้วยหรือไม่ก็ได้ การเสนอชื่อผู้ทำแผนต้องเสนอหนังสือยินยอมของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ทำแผนด้วย ในกรณีที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวให้ผู้ร้องขอนำส่งสำเนาคำร้องขอแก่เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ด้วย

  10. ๙๐/๑๐

    ในการไต่สวนคำร้องขอศาลต้องไต่สวนเอาความจริงตามที่บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๙๐/๓ถ้าได้ความจริงและมีเหตุอันสมควรที่จะฟื้นฟูกิจการทั้งผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอโดย สุจริต ให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ มิฉะนั้นให้มีคำสั่งยกคำร้องขอ ในกรณีที่ไม่มีผู้คัดค้านคำร้องขอถ้าศาลเห็นสมควรจะงดการไต่สวนและมีคำสั่งให้ ฟื้นฟูกิจการก็ได้

  11. ๙๐/๑๑

    ให้ศาลดำเนินการไต่สวนคำร้องขอติดต่อกันไป โดยไม่ต้องเลื่อน จนกว่าจะเสร็จการไต่ วนและมีคำสั่ง เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิัย ให้ผู้ร้องขอและผู้คัดค้านมาศาลในวันนัดไต่สวนทุกนัด ฝ่ายใดมีหน้าที่นำสืบในนัดใด ให้เตรียมพยานหลักฐานมาให้พร้อม ถ้าผู้ร้องขอหรือผู้คัดค้านไม่มาหรือไม่เตรียมพยานหลักฐานมา ให้ถือว่าไม่ติดใจร้องขอหรือคัดค้าน หรือไม่ติดใจนำสืบพยานหลักฐานอีกต่อไป แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่นำสืบมีคำขอว่าไม่อาจนำพยานหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับประเด็น ข้อสำคัญในคดีมาศาลในนัดใดเพราะมีความจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้เกี่ยวกับพยานหลักฐานนั้น ถ้าศาลเห็นสมควร ศาลจะสั่งให้เลื่อนการสืบพยานหลักฐานนั้นไปก็ได้ แต่ให้สั่งเลื่อนได้เพียงครั้งเดียว ในกรณีที่ผู้ร้องขอหรือผู้คัดค้านไม่มีหน้าที่นำสืบในนัดใดเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแล้ว จะไม่มาศาลในนัดนั้นก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิถามค้านพยานที่นำสืบในนัดนั้น ในกรณีที่ผู้ร้องขอหรือผู้คัดค้านไม่มาศาลในนัดใด ไม่ว่าจะได้รับอนุญาตจากศาล หรือไม่ ให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบกระบวนพิจารณาของศาลในนัดนั้นแล้ว

  12. ๙๐/๑๒

    ภายใต้บังคับมาตรา ๙๐/๑๓และมาตรา ๙๐/๑๔นับแต่วันที่ศาล มีคำสั่งรับคำร้องขอไว้เพื่อพิจารณาจนถึ วันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผนหรือวันที่ ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่ง ให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดตามความในหมวดนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    (๑) ห้ามมิให้ฟ้องหรือร้องขอให้ศาลพิพากษาหรือสั่งให้เลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ ถ้ามีการฟ้องหรือร้องขอคดีดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ให้ศาลงดการพิจารณาคดีนั้นไว้

    (๒) ห้ามมิให้นายทะเบียนมีคำสั่งให้เลิกหรือจดทะเบียนเลิกนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้ และห้ามมิให้นิติบุคคลนั้นเลิกกันโดยประการอื่น

    (๓) ห้ามมิให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ กรมการประกันภัย หรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๙๐/๔(๖) แล้วแต่กรณี สั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของลูกหนี้หรือสั่งให้ลูกหนี้หยุดประกอบกิจการ เว้นแต่จะ ได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอ

    (๔) ห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้หรือเสนอข้อพิพาท ที่ลูกหนี้อาจต้องรับผิดหรือได้รับความเสียหายให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ถ้ามูลแห่งหนี้นั้นเกิดขึ้นก่อน วันที่ศาลมีคำสั่งเห็ชอบด้วยแผนและห้ามมิให้ฟ้องลูกหนี้เป็คดีล้มละลาย ในกรณีที่มีการฟ้องคดี หรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาดไว้ก่อนแล้ว ให้งดการพิจารณาไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้อง ขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    (๕) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของลูกหนี้ ถ้ามูลแห่งหนี้ ตามคำพิพากษานั้นเกิดขึ้นก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน ในกรณีที่ได้ดำเนินการบังคับคดีไว้ ก่อนแล้วให้ศาลงดการบังคับคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือการบังคับ คดีได้สำเร็จบริบูรณ์แล้วก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทราบว่าได้มีการยื่นคำร้องขอ หรือการบังคับ คดีตามคำพิพากษาให้ลูกหนี้ส่งมอบทรัพย์เฉพาะสิ่งเสร็จก่อนวันดังกล่าวนั้น ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้เป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็น การเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายจะเกินส่วนแห่งค่าของทรัพย์สินนั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ขายได้โดยวิธีขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นที่สมควร แล้วให้กักเงินไว้ ถ้าศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนก็ให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีมอบเงินนั้นแก่ผู้บริหารแผนนำไปใช้จ่ายได้ ถ้าศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือ จำหน่ายคดีหรือยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการก็ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี จ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่ถ้าศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดและยังเหลือ เงินอยู่ ให้ส่งมอบให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต่อไป (๖)๓๕ ห้ามมิให้เจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เอาแก่ทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอหรือเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง รับคำร้องขอ ระยะเวลาดังกล่าวศาลอาจขยายได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหกเดือน

    (๗) ห้ามมิให้เจ้าหนี้ซึ่งบังคับชำระหนี้ได้เองตามกฎหมายยึดทรัพย์สินหรือขาย ทรัพย์สินของลูกหนี้

    (๘) ห้ามมิให้เจ้าของทรัพย์สินที่เป็นสาระสำคัญในการดำเนินกิจการของลูกหนี้ตาม สัญญาเช่าซื้อ สัญญาซื้อขายหรือสัญญาอื่นที่มีเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาในการโอนกรรมสิทธิ์ หรือสัญญา เช่าที่ยังไม่สิ้นกำหนดเวลาที่ ได้ตกลงกัไว้ ติดตามและเอาคื ซึ่งทรัพย์สิ ดังกล่าวที่ อยู่ในความ ครอบครองของลูกหนี้หรือของบุคคลอื่นที่อาศัยสิทธิของลูกหนี้ รวมตลอดจนฟ้องร้องบังคับคดี เกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้ซึ่งเกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าว ถ้ามีการฟ้องคดีดังกล่าวไว้่อนแล้วให้ศาลงด การพิจารณาคดีนั้นไว้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่ง ให้ฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผนผู้บริหารแผนหรือ ผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ ราคาค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ หรือค่าเช่า ตามสัญญาสองคราวติดต่อกัน หรือกระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นสาระสำคัญ

    (๙) ห้ามมิให้ลูกหนี้จำหน่าย จ่าย โอนให้เช่า ชำระหนี้ ก่อหนี้ หรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดภาระในทรัพย์สิน นอกจากเป็นการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้การดำเนินการค้าตามปกติของ ลูกหนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ เว้นแต่ศาลที่รับคำร้องขอจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

    (๑๐) คำสั่งตามวิธีการชั่วคราวของศาลที่ ให้ยึ ด อายัด ห้ามจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราว ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งรับคำร้องขอไว้ เพื่อพิจารณานั้น ให้ศาลที่รับคำร้องขอมีอำนาจสั่งให้ระงับผลบังคับไว้ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็น อย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ถ้าต่อมาศาลนั้นมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือ ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูิจการหรือยกเลิกการฟื้ ฟูกิจการก็ให้มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีารชั่วคราวหรือคำสั่ง พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ชั่วคราวดังกล่าวตามที่เห็นสมควรต่อไป (๑๑)ห้ามมิให้ผู้ประกอบการสาธารณูปโภคเช่น ไฟฟ้าประปาโทรศัพท์ งดให้บริการ แก่ลูกหนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลที่รับคำร้องขอหรือหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้บริหารชั่วคราว ผู้ทำแผน ผู้บริหารแผนหรือผู้บริหารแผนชั่วคราว แล้วแต่กรณี ไม่ชำระค่าบริการที่เกิดขึ้นหลังจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการสองคราวติดต่อกัน บทบัญญัติในวรรคหนึ่งไม่ห้ามผู้ประกอบการสาธารณูปโภคที่จะมีคำร้องให้ศาลที่ รับคำร้องขอมีคำสั่งเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามที่ศาลเห็นสมควร คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลหรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ขัดหรือแย้งกับ บทบัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่งไม่มีผลผูกพันลูกหนี้ การออกคำสั่งของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท นายทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับนิติบุคคลซึ่งเป็นลู หนี้ การทำนิติก หรือการชำระหนี้ใดๆที่ขัดหรือแย้ง กับบทบัญญัติในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดของวรรคหนึ่ง การนั้นเป็นโมฆะ

  13. ๙๐/๑๓

    เจ้าหนี้และบุคคลซึ่งถูกจำกัดสิทธิตามมาตรา ๙๐/๑๒อาจยื่นคำร้อง ต่อศาลที่รับคำร้องขอเพื่อให้มีคำสั่งแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกข้อจำกัดสิทธิของตนตามมาตรา ๙๐/๑๒ได้ หากการจำกัดสิทธิของผู้ร้องนั้น

    (๑) ไม่มีความจำเป็นต่อการฟื้นฟูกิจการ หรือ

    (๒) มิได้ให้ความคุ้มครองสิทธิของเจ้าหนี้มีประกันอย่างเพียงพอ เมื่อได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลดำเนินการพิจารณาเป็นการด่วน หากปรากฏ เหตุตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็สมควรเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้อ และหากเป็นกรณี ตาม(๒) ศาลอาจมีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เจ้าหนี้มีประกันได้รับความคุ้มครองอย่างเพียงพอก็ได้

  14. ๙๐/๑๔

    การดำเนินการดังต่อไปนี้ถือเป็นการให้ความคุ้มครองแก่เจ้าหนี้ มีประกันอย่างเพียงพอแล้ว

    (๑) มีการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้มีประกันในจำนวนเท่ากับมูลค่าที่ลดลงไปของ ทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของการจำกัดสิทธิตามมาตรา ๙๐/๑๒(๖) เพราะเหตุ ของการจำกัดสิทธินั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    (๒) มีการให้หลักประกันแก่เจ้าหนี้มีประกันเพื่อชดเชยหลักประกันเดิมในจำนวน เท่ากับมูลค่าที่ลดลงไปของทรัพย์สินอัเป็หลักประกันที่ตกอยู่ภายใต้บังคับของการจำกัดสิทธิตาม มาตรา ๙๐/๑๒(๖) เพราะเหตุการจำกัดสิทธินั้น หรือ

    (๓) มีการดำเนินการอื่นใดที่เจ้าหนี้มีประกั้นยินยอม หรือที่ศาลเห็ว่าจะทำให้ เจ้าหนี้มีประกันสามารถได้รับชำระหนี้ของตนตามมูลค่าของทรัพย์สินอันเป็นหลักประกันในเวลาที่มี การยื่นคำร้องขอให้ฟื้นฟูกิจการพร้อมดอกเบี้ยและผลประโยชน์ตามสัญญา เมื่อการดำเนินการตาม ความในหมวดนี้สิ้นสุดลง มาตรา ๙๐/๑๔ทวิ๓๖ ในกรณีทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันมีสภาพเป็นของสดเสียง่าย หรือหากหน่วงช้าไว้จะเป็นการเสี่ยงต่อความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาจะเกินส่วนกับค่า ของทรัพย์สิน เจ้าหนี้ มีประกันอาจใช้สิทธิจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกัน ทางธุรกิจหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแล้วเก็บเงินไว้แทน

  15. ๙๐/๑๕

    ถ้าอายุความหรือระยะเวลาเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณา และการบังคับคดี หรือระยะเวลาเกี่ยวกับการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการที่ถูกห้ามมิให้ ดำเนินการหรือถูกงดไว้ตามมาตรา ๙๐/๑๒ครบกำหนดก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาดำเนินการตามแผน หรือวันที่ดำเนินการเป็นผลสำเร็จตามแผนหรือวันที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอหรือจำหน่ายคดีหรือ ยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด ตามความในหมวดนี้ หรือจะครบกำหนดภายในหกเดือนนับแต่วันดังกล่าว ให้อายุความหรือ ระยะเวลานั้นยังไม่ครบกำหนดจนกว่าจะพ้นกำหนดเวลาหนึ่งปีนับแต่วันดังกล่าว แล้วแต่กรณี แต่ถ้า อายุความหรือระยะเวลานั้นตามกฎหมายมีน้อยกว่าหนึ่งปี ก็ให้นำอายุความหรือระยะเวลาที่สั้นกว่า ดังกล่าวนั้นมาใช้แทนกำหนดเวลาหนึ่งปีดังกล่าว

หมายเหตุและเชิงอรรถท้ายฉบับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ส่วนที่ ๑๒การอุทธรณ์ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ ๗)พ.ศ. ๒๕๔๗ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ที่มาของตัวบทนี้
ผู้เผยแพร่ไฟล์
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (ฉบับรวมการแก้ไข)เว็บไซต์ของหน่วยงานเจ้าของเรื่อง
หน้าเผยแพร่ของหน่วยงาน
https://cpd.go.th/ตัวบทกฎหมายที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา — การพิจารณาของผู้ดำเนินการ (ไม่ใช่สัญญาอนุญาต ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย) — สัญญาอนุญาตประกาศอยู่ในระเบียนชุดข้อมูลนี้ — คือหลักฐานสัญญาอนุญาตของตัวบททั้งฉบับ
ไฟล์ต้นทาง
https://cpd.go.th/images2/2021/document/2022/bankruptcy_law2483.pdf90 หน้า
ค่าตรวจสอบไฟล์ (checksum)
sha256:4db811fa914acaf306957657942d89501ea74cb44c65913034c5a92d50b53610ดึงเมื่อ 2026-08-24T07:37:27.076Z
สภาพของตัวบทเทียบกับต้นฉบับ
ตรวจด้วยสามวิธี ไม่พบความเพี้ยน"ไม่พบ" ไม่เท่ากับ "ถูกต้อง" — ทั้งสามวิธีมีจุดบอดที่ประกาศไว้ที่หน้าวิธีทำงาน
วิธีดึงข้อความ
pdftotext -layoutผ่านด่านตรวจของ ai-law: ซ่อม ToUnicode · คืนสระ ำ · ลำดับมาตราต่อเนื่อง · เทียบพยาน OCR