สงฆ์ให้สุทธันตปริวาส, วิธีให้สุทธันตปริวาส เล่ม ๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๖๖เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปนฺโน โหติ ฯ โส อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก ฯ โส ภิกฺขูนํ อาโรเจสิ อหํ อาวุโส สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ รตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรามิ รตฺติปริยนฺตํ น สรามิ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก กถํ นุ โข มยา ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ ฯ เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ ฯ เตนหิ ภิกฺขเว สงฺโฆ ตสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ เทตุ ฯ
๔๖๗เอวญฺจ ปน ภิกฺขเว ทาตพฺโพ ฯ เตน ภิกฺขเว ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา วุฑฺฒานํ ภิกฺขูนํ ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อหํ ภนฺเต สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชึ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ รตฺติปริยนฺตํ น ชานามิ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรามิ รตฺติปริยนฺตํ น สรามิ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก โสหํ ภนฺเต สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ยาจามีติ ฯ ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ตติยมฺปิ ยาจิตพฺโพ ฯ
๔๖๘พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ {๔๖๘.๑} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ยาจติ ฯ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ทเทยฺย ฯ เอสา ญตฺติ ฯ {๔๖๘.๒} สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ อยํ อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ สมฺพหุลา สงฺฆาทิเสสา อาปตฺติโย อาปชฺชิ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก โส สงฺฆํ ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ ยาจติ ฯ สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสํ เทติ ฯ ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาสสฺส ทานํ โส ตุณฺหสฺส ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺย ฯ {๔๖๘.๓} ทุติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ตติยมฺปิ เอตมตฺถํ วทามิ ฯเปฯ ทินฺโน สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน ตาสํ อาปตฺตีนํ สุทฺธนฺตปริวาโส ขมติ สงฺฆสฺส ตสฺมา ตุณฺหี ฯ เอวเมตํ ธารยามีติ ฯ
๔๖๙เอวญฺจ โข ภิกฺขเว สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ เอวํ ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เวมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ {๔๖๙.๑} อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ {๔๖๙.๒} อาปตฺติปริยนฺตํ ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ สรติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว สุทฺธนฺตปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ
๔๗๐กถญฺจ ภิกฺขเว ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ สรติ รตฺติปริยนฺตํ สรติ อาปตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เวมติโก รตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ ชานาติ เอกจฺจํ น ชานาติ รตฺติปริยนฺตํ ชานาติ อาปตฺติปริยนฺตํ เอกจฺจํ สรติ เอกจฺจํ น สรติ รตฺติปริยนฺตํ สรติ อาปตฺติปริยนฺเต เอกจฺเจ เวมติโก เอกจฺเจ นิพฺเพมติโก รตฺติปริยนฺเต นิพฺเพมติโก ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ปริวาโส ทาตพฺโพ ฯ ปริวาโส นิฏฺฐิโต ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สุทธันตปริวาส ปริวาสสำหรับอาบัติหลายตัว ปิดไว้หลายคราว
สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ภิกษุนั้นไม่รู้ ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติ ไม่แน่ใจในที่สุดราตรี จึงบอกแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ท่านทั้งหลายกระผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว กระผมไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติ ไม่แน่ใจในที่สุดราตรีกระผมจะปฏิบัติอย่างไร” ภิกษุทั้งหลายจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให้ทรงทราบ พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น สงฆ์จงให้สุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น แก่ภิกษุนั้น” วิธีให้สุทธันตปริวาสและกรรมวาจา ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้ คือ ภิกษุนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ห่มอุตตราสงค์เฉวียงบ่าข้างหนึ่ง กราบเท้าภิกษุผู้แก่พรรษาทั้งหลาย นั่งกระโหย่งประนมมือ กล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านผู้เจริญ กระผมต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวกระผมไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติ ไม่แน่ใจในที่สุดราตรี ท่านผู้เจริญ กระผมนั้นขอสุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกับสงฆ์”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๕๕}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส พึงขอแม้ครั้งที่ ๒ ฯลฯ พึงขอแม้ครั้งที่ ๓ ฯลฯ ภิกษุผู้ฉลาดสามารถพึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจาว่า
“ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้รูปนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัว ภิกษุนั้นไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติ ไม่แน่ใจในที่สุดราตรี ภิกษุนั้นขอสุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้นกับสงฆ์ ถ้าสงฆ์พร้อมกันแล้ว สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น แก่ภิกษุชื่อนี้ นี่เป็นญัตติ ท่านผู้เจริญ ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุชื่อนี้รูปนี้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสหลายตัวภิกษุนั้นไม่รู้ที่สุดอาบัติ ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติ ไม่แน่ใจในที่สุดราตรี ภิกษุนั้นขอสุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นกับสงฆ์ สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้นแก่ภิกษุชื่อนี้แล้ว ท่านรูปใดเห็นด้วยกับการให้สุทธันตปริวาสเพื่ออาบัติเหล่านั้น แก่ภิกษุชื่อนี้ ท่านรูปนั้นพึงนิ่ง ท่านรูปใดไม่เห็นด้วย ท่านรูปนั้นพึงทักท้วง แม้ครั้งที่ ๒ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ แม้ครั้งที่ ๓ ข้าพเจ้ากล่าวความนี้ว่า ฯลฯ สุทธันตปริวาส เพื่ออาบัติเหล่านั้น สงฆ์ให้แล้วแก่ภิกษุชื่อนี้ สงฆ์เห็นด้วยเพราะฉะนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าขอถือเอาความนิ่งนั้นเป็นมติอย่างนี้”วิธีให้สุทธันตปริวาส
ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้แล สงฆ์พึงให้ปริวาส อย่างนี้ ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างไรเล่า ภิกษุไม่รู้ที่สุดอาบัติไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติไม่แน่ใจในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๕๖}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๒. ปริวาส ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติ แต่ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติได้ แต่ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ แน่ใจในที่สุดอาบัติ แต่ไม่แน่ใจในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติบางส่วน ไม่รู้บางส่วน ไม่รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติบางส่วนได้ ระลึกบางส่วนไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีไม่ได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติบางส่วนแน่ใจในที่สุดอาบัติบางส่วน ไม่แน่ใจในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส ภิกษุไม่รู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรีบางส่วน ไม่รู้บางส่วน ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ระลึกที่สุดราตรีบางส่วนได้ ระลึกบางส่วนไม่ได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติ ไม่แน่ใจในที่สุดราตรีบางส่วน แน่ใจในบางส่วน สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรีบางส่วน ไม่รู้บางส่วน ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรีบางส่วนได้ ระลึกบางส่วนไม่ได้ แน่ใจในที่สุดอาบัติ ไม่แน่ใจในที่สุดราตรีบางส่วน แน่ใจในบางส่วน สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติบางส่วน ไม่รู้บางส่วน รู้ที่สุดราตรีบางส่วน ไม่รู้บางส่วนระลึกที่สุดอาบัติบางส่วนได้ ระลึกบางส่วนไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีบางส่วนได้ ระลึกบางส่วนไม่ได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติบางส่วน แน่ใจในบางส่วน ไม่แน่ใจในที่สุดราตรีบางส่วน แน่ใจในบางส่วน สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาส ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้สุทธันตปริวาสอย่างนี้แล วิธีให้ปริวาส
ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างไร ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ แน่ใจในที่สุดอาบัติ แน่ใจในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้ปริวาส ภิกษุไม่รู้ที่สุดอาบัติ รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติ แน่ใจในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้ปริวาส
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๖ หน้า : ๒๕๗}
พระวินัยปิฎก จูฬวรรค [๓. สมุจจยขันธกะ] ๓. จัตตาฬีสกะ ภิกษุรู้ที่สุดอาบัติบางส่วน ไม่รู้บางส่วน รู้ที่สุดราตรี ระลึกที่สุดอาบัติบางส่วนได้ ระลึกบางส่วนไม่ได้ ระลึกที่สุดราตรีได้ ไม่แน่ใจในที่สุดอาบัติบางส่วน แน่ใจในบางส่วน แน่ใจในที่สุดราตรี สงฆ์พึงให้ปริวาส ภิกษุทั้งหลาย สงฆ์พึงให้ปริวาสอย่างนี้แล ปริวาส จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
เนื้อความส่วนนี้ ศึกษาอรรถกถาได้จากข้อ ๓๗๗.
(อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้) -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา จุลวรรค ภาค ๑ สมุจจยขันธกะ เรื่องพระอุทายีเป็นต้น