๔. โธตกเถราปทาน (๔๐๔) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
จตุตฺถํ โธตกตฺเถราปทานํ (๔๐๔)
๔๐๖|๔๐๖.๗๒| คงฺคา ภาคีรสี นาม หิมวนฺตา ปภาวิตา หํสวติยา ทฺวาเรน อนุสนฺทติ ตาวเท ฯ |๔๐๖.๗๓| โสภิโต นาม อาราโม คงฺคากูเล สุมาปิโต ตตฺถ ปทุมุตฺตโร พุทฺโธ วสเต โลกนายโก ฯ |๔๐๖.๗๔| ติทเสหิ ยถา อินฺโท มนุเชหิ ปุรกฺขโต นิสีทิ ตตฺถ ภควา อสมฺภีโตว เกสรี ฯ |๔๐๖.๗๕| นคเร หํสวติยา อโหสึ พฺราหฺมโณ อหํ ฉฬงฺโค นาม นาเมน เอวํ นาโม มหามุนิ ฯ |๔๐๖.๗๖| อฏฺฐารส สิสฺสสตา ปริวาเรนฺติ มํ ตทา เตหิ สิสฺเสหิ สมิโต คงฺคาตีรํ อุปาคมึ ฯ |๔๐๖.๗๗| ตตฺถทฺทสาสึ สมเณ นิกฺกุเห โธตปาปเก ภาคีรสินฺตรนฺโตหํ เอวํ จินฺเตสิ ตาวเท ฯ |๔๐๖.๗๘| สายํ ปาตํ ตรนฺตาเม พุทฺธปุตฺตา มหายสา วิเหสยนฺติ อตฺตานํ เตสํ อตฺตา วิหญฺญติ ฯ |๔๐๖.๗๙| สเทวกสฺส โลกสฺส พุทฺโธ อคฺโค ปวุจฺจติ นตฺถิ เม ทกฺขิเณ การํ คติมคฺควิโสธนํ ฯ |๔๐๖.๘๐| ยนฺนูน พุทฺธเสฏฺฐสฺส เสตุํ คงฺคาย การเย การาเปตฺวา อิมํ เสตุํ สนฺตรามิ อิมํ ภวํ ฯ |๔๐๖.๘๑| สตํ สหสฺสํ ทตฺวาน เสตุํ การาปยึ อหํ สทฺทหนฺโต กตํ การํ วิปุลํ เม ภวิสฺสติ ฯ |๔๐๖.๘๒| การาเปตฺวาน ตํ เสตุํ อุเปสึ โลกนายกํ สิรสิ อญฺชลึ กตฺวา อิมํ วจนมพฺรวึ ฯ |๔๐๖.๘๓| สตํ สหสฺสํ สวยํ ทตฺวา การาปิโต มยา ตวตฺถาย มหาเสตุํ ปฏิคฺคณฺห มหามุเน ฯ |๔๐๖.๘๔| ปทุมุตฺตโร โลกวิทู อาหุตีนํ ปฏิคฺคโห ภิกฺขุสงฺเฆ นิสีทิตฺวา อิมา คาถา อภาสถ ฯ |๔๐๖.๘๕| โย เม เสตุํ อกาเรสิ ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ ตมหํ กิตฺตยิสฺสามิ สุณาถ มม ภาสโต ฯ |๔๐๖.๘๖| ทริโต ปพฺพตโต วา รุกฺขโต ปติโตปิยํ จุโตปิ ลจฺฉติฏฺฐานํ เสตุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๖.๘๗| วิรูฬฺหมูลสนฺตานํ นิโคฺรธมิว มาลุโต อมิตฺตา นปฺปสหนฺติ เสตุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๖.๘๘| นาสฺส โจรา ปสหนฺติ นาติมญฺญนฺติ ขตฺติยา สพฺเพ ตริสฺสตามิตฺเต เสตุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๖.๘๙| อพฺโภกาสคตํ สนฺตํ กฐินาตปตาปิตํ ปุญฺญกมฺเมน สํยุตฺตํ น ภวิสฺสติ เวทนา ฯ |๔๐๖.๙๐| เทวโลเก มนุสฺเส วา หตฺถิยานํ สุนิมฺมิตํ ตสฺส สงฺกปฺปมญฺญาย นิพฺพตฺติสฺสติ ตาวเท ฯ |๔๐๖.๙๑| สหสฺสสฺสา วาตชวา สินฺธวา สีฆพาหนา สยํ ปาตํ อุเปสฺสนฺติ เสตุทานสฺสิทํ ผลํ ฯ |๔๐๖.๙๒| อาคนฺตฺวาน มนุสฺสตฺตํ สุขิโตยํ ภวิสฺสติ อิหาปิ มนุชสฺเสว หตฺถิยานํ ภวิสฺสติ ฯ |๔๐๖.๙๓| กปฺปสตสหสฺสมฺหิ โอกฺกากกุลสมฺภโว โคตโม นาม นาเมน สตฺถา โลเก ภวิสฺสติ ฯ |๔๐๖.๙๔| ตสฺส ธมฺเมสุ ทายาโท โอรโส ธมฺมนิมฺมิโต สพฺพาสเว ปริญฺญาย นิพฺพายิสฺสตินาสโว ฯ |๔๐๖.๙๕| อโห เม สุกตํ กมฺมํ ชลชุตฺตมนามเก ตตฺถ การํ กริตฺวาน ปตฺโตหํ อาสวกฺขยํ ฯ |๔๐๖.๙๖| ปธานํ ปหิตตฺโตมฺหิ อุปสนฺโต นิรูปธิ นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๐๖.๙๗| กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ ภวา สพฺเพ สมูหตา นาโคว พนฺธนํ เฉตฺวา วิหรามิ อนาสโว ฯ |๔๐๖.๙๘| สฺวาคตํ วต เม อาสิ มม พุทฺธสฺส สนฺติเก ติสฺโส วิชฺชา อนุปฺปตฺตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ฯ |๔๐๖.๙๙| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา โธตโก เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ โธตกตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔. โธตกเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระโธตกเถระ (พระโธตกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
ครั้งนั้น แม่น้ำภาคีรถี เกิดจากภูเขาหิมพานต์ ไหลผ่านไปทางประตูกรุงหงสวดี
อารามชื่อโสภิตะ มหาชนสร้างไว้อย่างสวยงามใกล้ฝั่งแม่น้ำ พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ประทับอยู่ในอารามนั้น
พระผู้มีพระภาคมีหมู่มนุษย์ห้อมล้อม ดังพระอินทร์จากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ประทับนั่งในอารามนั้น ไม่ครั่นคร้ามดุจราชสีห์
ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์มีนามว่าฉฬังคะ อยู่ในกรุงหงสวดี พระมหามุนีก็มีนามอย่างนั้น
ครั้งนั้น ศิษย์ ๑๑๘ คน แวดล้อมข้าพเจ้า ข้าพเจ้าพร้อมด้วยศิษย์เหล่านั้นไปยังฝั่งแม่น้ำ
ณ ที่นั้น ข้าพเจ้าได้เห็นสมณะหลายรูป ผู้ไม่คดโกง ผู้ชำระบาปแล้ว ในครั้งนั้น ข้าพเจ้ากำลังข้ามแม่น้ำภาคีรถีคิดอย่างนี้ว่า
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๖๔}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๔. โธตกเถราปทาน
บุตรของพระพุทธเจ้าผู้มียศมากเหล่านี้ ข้ามแม่น้ำทั้งในเวลาเย็นและในเวลาเช้า ย่อมทำตนให้ลำบาก ทำตนให้เดือดร้อน
บัณฑิตย่อมกล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าว่า เป็นผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก เครื่องสักการะสำหรับชำระทางคือคติในทักษิณาของเราก็ไม่มี
ทางที่ดี เราพึงให้สร้างสะพานข้ามแม่น้ำ ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดเถิด ครั้นให้สร้างสะพานนี้แล้ว จะข้ามภพนี้ไปได้
ข้าพเจ้าเชื่อว่ากุศลที่ข้าพเจ้าทำแล้วนี้ จักไพบูลย์ จึงได้ให้ทรัพย์ ๑๐๐ (บ้าง) ๑,๐๐๐ (บ้าง) แล้วให้สร้างสะพาน
ข้าพเจ้าให้สร้างสะพานนั้นเสร็จแล้ว ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ประนมมือเหนือศีรษะแล้วได้กราบทูลคำนี้ว่า
ข้าพเจ้าได้จ่ายทรัพย์ ๑๐๐ (บ้าง) ๑,๐๐๐ (บ้าง) แล้วให้สร้างสะพานใหญ่ เพื่อประโยชน์แก่พระองค์ ข้าแต่พระมหามุนี ขอได้โปรดทรงรับเถิด
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้แจ้งโลก ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ประทับนั่งในท่ามกลางหมู่ภิกษุแล้ว ได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า
เราจักพยากรณ์ผู้ที่เลื่อมใส ซึ่งได้ให้สร้างสะพาน ถวายเราด้วยมือของตน ท่านทั้งหลายจงฟังเรากล่าวเถิด
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๖๕}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๔. โธตกเถราปทาน
ผู้นี้แม้ตกจากซอกเขาก็ดี จากภูเขาก็ดี จากต้นไม้ก็ดี แม้จุติแล้วก็จักได้ที่ตั้งมั่น (คือที่พึ่ง) นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
ศัตรูทั้งหลายข่มไม่ได้ เปรียบเหมือนลมข่มต้นไทร ที่มีรากและย่านงอกงามไม่ได้ฉะนั้น นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
พวกโจรข่มเหงไม่ได้ กษัตริย์ทั้งหลายไม่ดูหมิ่น ผู้นี้จักผ่านศัตรูทั้งปวงไปได้ นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
ผู้นี้ประกอบด้วยบุญกรรม ถึงจะอยู่ในโอกาสกลางแจ้งถูกแดดกล้าจัดแผดเผา ก็จักไม่มีเวทนา
ในเทวโลกก็ดี ในมนุษยโลกก็ดี ยานพาหนะคือช้าง ที่บุญกรรมเนรมิตดีแล้ว ดังจะรู้ความดำริของผู้นั้น จักบังเกิดในทันที
ม้าสินธพ ๑,๐๐๐ ตัวซึ่งเป็นพาหนะวิ่งเร็วปานกำลังลม จักคอยรับใช้ทั้งเวลาเช้าและเวลาเย็น นี้เป็นผลแห่งการถวายสะพาน
ผู้นี้มาเกิดเป็นมนุษย์ จักเป็นผู้มีความสุข แม้ในการเกิดเป็นมนุษย์นี้ ก็จักมียานพาหนะคือช้าง
ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป) พระศาสดาพระนามว่าโคดม ตามพระโคตร ทรงสมภพในราชสกุลโอกกากราช จักอุบัติขึ้นในโลก
ผู้นี้จักเป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรสที่ธรรมเนรมิต กำหนดรู้อาสวะทั้งปวง จักเป็นผู้ไม่มีอาสวะแล้วนิพพาน
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๖๖}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๔๑. เมตเตยยวรรค] ๔. โธตกเถราปทาน
ช่างน่าปลื้มใจ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ดีแล้ว ในพระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ข้าพเจ้ากระทำสักการะไว้ในพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น จึงบรรลุความสิ้นอาสวะ
ข้าพเจ้าเป็นผู้มีจิตเด็ดเดี่ยว เพื่อบำเพ็ญเพียร เป็นผู้สงบระงับ ไม่มีอุปธิ ตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผาได้แล้ว ภพทั้งปวงข้าพเจ้าก็ถอนได้แล้ว ข้าพเจ้าตัดกิเลสเครื่องผูกพันได้แล้วอยู่อย่างผู้ไม่มีอาสวะ ดุจพญาช้างตัดเครื่องพันธนาการได้แล้วอยู่อย่างอิสระ
การที่ข้าพเจ้าได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า เป็นการมาดีแล้วโดยแท้ วิชชา ๓ ข้าพเจ้าได้บรรลุแล้วโดยลำดับ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ได้ทราบว่า ท่านพระโธตกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้โธตกเถราปทานที่ ๔ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๖๖๗}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๔๐๔. อรรถกถาโธตกเถราปทาน
พึงทราบเรื่องราวในอปทานที่ ๔ ดังต่อไปนี้ :-
อปทานของท่านพระโธตกเถระมีคำเริ่มต้นว่า คงฺคา ภาคีรถี นาม ดังนี้.
แม้ในเรื่องนั้น ท่านเป็นพราหมณ์ ได้พบเห็นพวกภิกษุกำลังข้ามแม่น้ำคงคาชื่อภารคีรถีแล้ว มีใจเลื่อมใส ให้ช่างช่วยกันสร้างสะพานข้าม เสร็จแล้วก็มอบถวายแด่ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข นี้เท่านั้นเป็นความแตกต่างกันแล.
เนื้อความแห่งคาถาอันแสดงถึงเรื่องผลบุญ นักศึกษาก็พอจะรู้ได้โดยง่ายตามลำดับแห่งเนื้อความนั่นแล. จบอรรถกถาโธตกเถราปทาน -----------------------------------------------------