๕. สุวรรณปุปผิยเถราปทาน (๑๑๕) เล่ม ๓๒
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปญฺจมํ สุวณฺณปุปฺผิยตฺเถราปทานํ (๑๑๕)
๑๑๗|๑๑๗.๔๐| วิปสฺสี นาม ภควา โลกเชฏฺโฐ นราสโภ นิสินฺโน ชนกายสฺส เทเสสิ อมตํ ปทํ ฯ |๑๑๗.๔๑| ตสฺสาหํ ธมฺมํ สุตฺวาน ทิปทินฺทสฺส ตาทิโน โสวณฺณปุปฺผานิ จตฺตาริ พุทฺธสฺส อภิโรปยึ ฯ |๑๑๗.๔๒| สุวณฺณฉทนํ อาสิ ยาวตา ปริสา ตทา พุทฺธาภา จ สุวณฺณาภา อาโลโก วิปุโล อหุ ฯ |๑๑๗.๔๓| อุทคฺคจิตฺโต สุมโน เวทชาโต กตญฺชลี ปีติสญฺชนโน เตสํ ทิฏฺฐธมฺมสุขาวโห ฯ |๑๑๗.๔๔| อายาจิตฺวาน สมฺพุทฺธํ วนฺทิตฺวาน จ สุพฺพตํ ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน สกํ ภวนุปาวิสึ ฯ |๑๑๗.๔๕| ภวนํ อุปวิฏฺโฐหํ พุทฺธเสฏฺฐํ อนุสฺสรึ เตน จิตฺตปฺปสาเทน ตุสิตํ อุปปชฺชหํ ฯ |๑๑๗.๔๖| เอกนวุเต อิโต กปฺเป ยํ ปุปฺผมภิโรปยึ ทุคฺคตึ นาภิชานามิ พุทฺธปูชายิทํ ผลํ ฯ |๑๑๗.๔๗| โสฬสาสึสุ ราชาโน เนมิสมฺมตนามกา เตตาฬีเส อิโต กปฺเป จกฺกวตฺตี มหพฺพลา ฯ |๑๑๗.๔๘| ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส วิโมกฺขาปิจ อฏฺฐิเม ฉฬภิญฺญา สจฺฉิกตา กตํ พุทฺธสฺส สาสนนฺติ ฯ อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา สุวณฺณปุปฺผิโย เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ ฯ สุวณฺณปุปฺผิยตฺเถรสฺส อปทานํ สมตฺตํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๕. สุวัณณปุปผิยเถราปทาน ประวัติในอดีตชาติของพระสุวรรณปุปผิยเถระ (พระสุวรรณปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
พระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน ประทับนั่งแสดงอมตบทแก่หมู่ชน
ข้าพเจ้าฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่ ได้ใช้ดอกไม้ทองคำ ๔ ดอก บูชาพระพุทธเจ้า
ดอกไม้ทองคำนั้นกลายเป็นหลังคาทองคำ มุงบังตลอดชุมชน ในครั้งนั้น รัศมีของพระพุทธเจ้าและรัศมีของทองคำ รวมกันเป็นแสงสว่างอย่างเจิดจ้า
ข้าพเจ้ามีจิตเบิกบาน มีใจยินดี เกิดโสมนัส ประนมมือให้ชนเหล่านั้นเกิดปีติ นำความสุขในปัจจุบันมาให้
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า : ๒๖๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๒. มหาปริวารวรรค] ๖. จิตกปูชกเถราปทาน
ข้าพเจ้าทูลวิงวอนและถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีวัตรดีงาม ทำความปราโมทย์ให้เกิดขึ้นแล้ว กลับเข้าสู่ที่อยู่ของตน
ข้าพเจ้ากลับเข้าสู่ที่อยู่แล้ว ยังระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุดอยู่ ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ไปเกิดยังสวรรค์ชั้นดุสิต
ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้ จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
ในกัปที่ ๔๓ นับจากกัปนี้ไป ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ มีพระนามว่าเนมิสัมมตะ มีพลานุภาพมาก
คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล ได้ทราบว่า ท่านพระสุวรรณปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้สุวัณณปุปผิยเถราปทานที่ ๕ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๑๑๕. อรรถกถาสุวรรณปุปผิยเถราปทาน
อปทานของท่านพระสุวรรณปุปผิยเถระมีคำเริ่มต้นว่า วิปสฺสี นาม ภควา ดังนี้.
แม้พระเถระรูปนี้ได้เคยบำเพ็ญกุศลมาแล้วในพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อนๆ ทุกๆ ภพนั้นจะสร้างสมแต่บุญอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นประจำเสมอ.
ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าวิปัสสี ท่านได้เกิดเป็นภุมัฏฐกเทพบุตร ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ได้ฟังธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใสบูชาด้วยดอกไม้ ๔ ดอก. ดอกไม้เหล่านั้นได้กลายเป็นเพดานทองคำปกคลุมบนอากาศ. รัศมีแห่งทองคำกับรัศมีแห่งพระสรีระของพระพุทธเจ้า ได้รวมเป็นอันเดียวกันแล้วกลายเป็นแสงสว่างอย่างมหาศาล.
เทพบุตรนั้นมีความเลื่อมใสเป็นยิ่งนัก แม้ไปถึงภพที่อยู่ของตนแล้ว ก็ยังระลึกถึงอยู่เป็นนิตย์.
ด้วยบุญกรรมนั้น เทพบุตรนั้นท่องเที่ยวไปในสุคติทั้งหลายมีสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นต้นอยู่นั่นแหละ ได้เสวยทิพยสมบัติแล้ว. มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้เกิดในเรือนที่มีสกุล พอได้บรรลุนิติภาวะแล้ว ฟังพระธรรมเทศนาของพระศาสดา ได้บวชถวายชีวิตในพระศาสนา ไม่นานนักก็ได้เป็นพระอรหันต์.
ในกาลต่อมา ท่านระลึกถึงบุพกรรมของตนได้ เกิดความโสมนัส เมื่อจะประกาศถึงเรื่องราวที่ตนเคยได้ประพฤติแล้วในกาลก่อน จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า วิปสฺสี นาม ภควา ดังนี้.
คำเริ่มต้นนั้นได้มีเนื้อความตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนหลังแล.
บทว่า ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน ความว่า ยังปีติอันมีกำลังให้เกิดขึ้นแล้ว คือให้เกิดความเป็นผู้มีใจเป็นของตน ดุจในประโยคเป็นต้นว่า ความปราโมทย์ ความรื่นเริง ความบันเทิง การยิ้ม การยิ้มแย้ม ความปลื้มใจ ความยินดี ความเป็นผู้มีใจเป็นของตน.
คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น. จบอรรถกถาสุวรรณปุปผิยเถราปทาน -----------------------------------------------------