ภัทราวุธมาณวกปัญหานิทเทส เล่ม ๓๐
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ภทฺราวุธมาณวกปญฺหานิทฺเทโส
๔๑๓โอกญฺชหํ ตณฺหจฺฉิทํ อเนชํ (อิจฺจายสฺมา ภทฺราวุโธ) นนฺทิญฺชหํ โอฆติณฺณํ วิมุตฺตํ กปฺปญฺชหํ อภิยาเจ สุเมธํ สุตฺวาน นาคสฺส อปนมิสฺสนฺติ อิโต ฯ
๔๑๔โอกญฺชหํ ตณฺหจฺฉิทํ อเนชนฺติ โอกญฺชหนฺติ รูปธาตุยา โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา เย อุปายุปาทานา เจตโส อธิฏฺฐานาภินิเวสานุสยา เต พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึอนุปฺปาทธมฺมา ตสฺมา พุทฺโธ โอกญฺชโห ฯ เวทนาธาตุยา สญฺญาธาตุยา สงฺขารธาตุยา วิญฺญาณธาตุยา โย ฉนฺโท โย ราโค ยา นนฺทิ ยา ตณฺหา เย อุปายุปาทานา เจตโส อธิฏฺฐานาภินิเวสานุสยา เต พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึอนุปฺปาทธมฺมา ตสฺมา พุทฺโธ โอกญฺชโห ฯ ตณฺหจฺฉิทนฺติ ตณฺหาติ รูปตณฺหา สทฺทตณฺหา คนฺธตณฺหา รสตณฺหา โผฏฺฐพฺพตณฺหา ธมฺมตณฺหา สา ตณฺหา พุทฺธสฺส ภควโต ฉินฺนา อุจฺฉินฺนา สมุจฺฉินฺนา วูปสนฺตา ปฏิปฺปสฺสทฺธา อภพฺพุปฺปตฺติกา ญาณคฺคินา ทฑฺฒา ตสฺมา พุทฺโธ ตณฺหจฺฉิโท ฯ อเนชนฺติ เอชา วุจฺจติ ตณฺหา โย ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ ฯ สา เอชา ตณฺหา พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึอนุปฺปาทธมฺมา ตสฺมา พุทฺโธ อเนโช ฯ เอชาย ปหีนตฺตา อเนโช ฯ ภควา ลาเภปิ น อิญฺชติ อลาเภปิ น อิญฺชติ ยเสปิ น อิญฺชติ อยเสปิ น อิญฺชติ ปสํสายปิ น อิญฺชติ นินฺทายปิ น อิญฺชติ สุเขปิ น อิญฺชติ ทุกฺเขปิ น อิญฺชติ น จลติ น เวธติ น ปเวธติ น สมฺปเวธติ ตสฺมา พุทฺโธ อเนโชติ โอกญฺชหํ ตณฺหจฺฉิทํ อเนชํ ฯ อิจฺจายสฺมา ภทฺราวุโธติ อิจฺจาติ ปทสนฺธิ ฯเปฯ ปทานุปุพฺพกเมตํ อิจฺจาติ ฯ อายสฺมาติ ปิยวจนํ ครุวจนํ สคารวสปฺปติสฺสาธิวจนเมตํ อายสฺมาติ ฯ ภทฺราวุโธติ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส นามํ ฯเปฯ อภิลาโปติ อิจฺจายสฺมา ภทฺราวุโธ ฯ
๔๑๕นนฺทิญฺชหํ โอฆติณฺณํ วิมุตฺตนฺติ นนฺทิ วุจฺจติ ตณฺหา โย ราโค สาราโค ฯเปฯ อภิชฺฌา โลโภ อกุสลมูลํ ฯ สา นนฺทิ ตณฺหา พุทฺธสฺส ภควโต ปหีนา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึอนุปฺปาทธมฺมา ตสฺมา พุทฺโธ นนฺทิญฺชโห ฯ โอฆติณฺณนฺติ ภควา กาโมฆํ ติณฺโณ ภโวฆํ ติณฺโณ ทิฏฺโฐฆํ ติณฺโณ อวิชฺโชฆํ ติณฺโณ สพฺพํ สํสารปถํ ติณฺโณ อุตฺติณฺโณ นิตฺติณฺโณ อติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโต วีติวตฺโต โส วุฏฺฐวาโส จิณฺณจรโณ ฯเปฯ ชาติชรามรณสํสาโร นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโวติ นนฺทิญฺชหํ โอฆติณฺณํ ฯ วิมุตฺตนฺติ ภควโต ราคา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ โทสา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ โมหา จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตํ โกธา อุปนาหา ฯเปฯ สพฺพากุสลาภิสงฺขาเรหิ จิตฺตํ มุตฺตํ วิมุตฺตํ สุวิมุตฺตนฺติ นนฺทิญฺชหํ โอฆติณฺณํ วิมุตฺตํ ฯ
๔๑๖กปฺปญฺชหํ อภิยาเจ สุเมธนฺติ กปฺปาติ เทฺว กปฺปา ตณฺหากปฺโป จ ทิฏฺฐิกปฺโป จ ฯเปฯ อยํ ตณฺหากปฺโป ฯเปฯ อยํ ทิฏฺฐิกปฺโป ฯ พุทฺธสฺส ภควโต ตณฺหากปฺโป ปหีโน ทิฏฺฐิกปฺโป ปฏินิสฺสฏฺโฐ ตณฺหากปฺปสฺส ปหีนตฺตา ทิฏฺฐิกปฺปสฺส ปฏินิสฺสฏฺฐตฺตา พุทฺโธ กปฺปญฺชโห ฯ อภิยาเจติ ยาจามิ อภิยาจามิ อชฺเฌสามิ สาทิยามิ ปตฺถยามิ ปิเหมิ อภิชปฺปามิ ฯ สุเมธนฺติ เมธา วุจฺจติ ปญฺญา ยา ปญฺญา ปชานนา ฯเปฯ อโมโห ธมฺมวิจโย สมฺมาทิฏฺฐิ ฯ ภควา อิมาย เมธาย ปญฺญาย อุเปโต สมุเปโต อุปาคโต สมุปาคโต อุปปนฺโน สมุปปนฺโน สมนฺนาคโต ตสฺมา พุทฺโธ สุเมโธติ กปฺปญฺชหํ อภิยาเจ สุเมธํ ฯ
๔๑๗สุตฺวาน นาคสฺส อปนมิสฺสนฺติ อิโตติ นาคสฺสาติ นาโค ฯ ภควา อาคุํ น กโรตีติ นาโค ฯ น คจฺฉตีติ นาโค ฯ น อาคจฺฉตีติ นาโค ฯเปฯ เอวํ ภควา น อาคจฺฉตีติ นาโค ฯ สุตฺวาน นาคสฺส อปนมิสฺสนฺติ อิโตติ ตุยฺหํ วจนํ พฺยปถํ เทสนํ อนุสนฺธึ สุตฺวา สุณิตฺวา อุคฺคเหตฺวา อุปธารยิตฺวา อุปลกฺขยิตฺวา อิโต อปนมิสฺสนฺติ วชิสฺสนฺติ ทิสาวิทิสํ คมิสฺสนฺตีติ สุตฺวาน นาคสฺส อปนมิสฺสนฺติ อิโต ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ โอกญฺชหํ ตณฺหจฺฉิทํ อเนชํ (อิจฺจายสฺมา ภทฺราวุโธ) นนฺทิญฺชหํ โอฆติณฺณํ วิมุตฺตํ กปฺปญฺชหํ อภิยาเจ สุเมธํ สุตฺวาน นาคสฺส อปนมิสฺสนฺติ อิโตติ ฯ
๔๑๘นานาชนา ชนปเทหิ สงฺคตา ตว วีร วากฺยํ อภิกงฺขมานา เตสํ ตุวํ สาธุ วิยากโรหิ ตถา หิ เต วิทิโต เอส ธมฺโม ฯ
๔๑๙นานาชนา ชนปเทหิ สงฺคตาติ นานาชนาติ ขตฺติยา จ พฺราหฺมณา จ เวสฺสา จ สุทฺทา จ คหฏฺฐา จ ปพฺพชิตา จ เทวา จ มนุสฺสา จ ฯ ชนปเทหิ สงฺคตาติ องฺคา จ มคธา จ กาสิยา จ โกสลา จ วชฺชิยา จ มลฺลา จ เจติยมฺหา จ สาครมฺหา จ ปญฺจาลา จ อวนฺติยา จ โยนา จ กมฺโพชา จ ฯ สงฺคตาติ สงฺคตา สมาคตา สโมหิตา สนฺนิปติตาติ นานาชนา ชนปเทหิ สงฺคตา ฯ
๔๒๐ตว วีร วากฺยํ อภิกงฺขมานาติ วีราติ วีโร ฯ ภควา วิริยวาติ วีโร ฯ ปหูติ วีโร ฯ วิสวีติ วีโร ฯ อลมตฺโตติ วีโร ฯเปฯ วิคตโลมหํโสติ วีโร ฯ วิรโต อิธ สพฺพปาปเกหิ นิรยทุกฺขมติจฺจ วิริยวาโส โส วิริยวา ปธานวา วีโร ตาทิ ปวุจฺจเต ตถตฺตาติ ฯ ตว วีร วากฺยํ อภิกงฺขมานาติ ตุยฺหํ วจนํ พฺยปถํ เทสนํ อนุสนฺธึ ฯ อภิกงฺขมานาติ กงฺขมานา อภิกงฺขมานา อิจฺฉมานา สาทิยมานา ปตฺถยมานา ปิหยมานา อภิชปฺปมานาติ ตว วีร วากฺยํ อภิกงฺขมานา ฯ
๔๒๑เตสํ ตุวํ สาธุ วิยากโรหีติ เตสนฺติ เตสํ ขตฺติยานํ พฺราหฺมณานํ เวสฺสานํ สุทฺทานํ คหฏฺฐานํ ปพฺพชิตานํ เทวานํ มนุสฺสานํ ฯ ตุวนฺติ ภควนฺตํ ภณติ ฯ สาธุ วิยากโรหีติ สาธุ อาจิกฺขาหิ เทเสหิ ปญฺญเปหิ ปฏฺฐเปหิ วิวราหิ วิภชาหิ อุตฺตานีกโรหิ ปกาเสหีติ สาธุ วิยากโรหิ ฯ
๔๒๒ตถาหิ เต วิทิโต เอส ธมฺโมติ ตถาหิ เต วิทิโต ญาโต ตุลิโต ตีริโต วิภาวิโต วิภูโต เอส ธมฺโมติ ตถาหิ เต วิทิโต เอส ธมฺโม ฯ เตนาห โส พฺราหฺมโณ นานาชนา ชนปเทหิ สงฺคตา ตว วีร วากฺยํ อภิกงฺขมานา เตสํ ตุวํ สาธุ วิยากโรหิ ตถาหิ เต วิทิโต เอส ธมฺโมติ ฯ
๔๒๓อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ (ภทฺราวุธาติ ภควา) อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุํ ฯ
๔๒๔อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพนฺติ อาทานตณฺหา วุจฺจติ รูปตณฺหา ฯ กึการณา อาทานตณฺหา วุจฺจติ รูปตณฺหา ฯ ตาย รูปํ อาทิยนฺติ อุปาทิยนฺติ คณฺหนฺติ ปรามสนฺติ อภินิวิสนฺติ เวทนํ สญฺญํ สงฺขาเร วิญฺญาณํ คตึ อุปปตฺตึ ปฏิสนฺธึ ภวํ สํสารํ วฏฺฏํ อาทิยนฺติ อุปาทิยนฺติ คณฺหนฺติ ปรามสนฺติ อภินิวิสนฺติ ตํการณา อาทานตณฺหา วุจฺจติ รูปตณฺหา ฯ อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพนฺติ สพฺพํ อาทานตณฺหํ วินเยถ วิเนยฺย ปชเหยฺย วิโนเทยฺย พฺยนฺตีกเรยฺย อนภาวงฺคเมยฺยาติ อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ ฯ ภทฺราวุธาติ ภควาติ ภทฺราวุธาติ ภควา ตํ พฺราหฺมณํ นาเมน อาลปติ ฯ ภควาติ คารวาธิวจนเมตํ ฯเปฯ สจฺฉิกา ปญฺญตฺติ ยทิทํ ภควาติ ภทฺราวุธาติ ภควา ฯ
๔๒๕อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ อุทฺธนฺติ วุจฺจติ อนาคตํ ฯ อโธติ อตีตํ ฯ ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ฯ อุทฺธนฺติ กุสลา ธมฺมา ฯ อโธติ อกุสลา ธมฺมา ฯ ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ อพฺยากตา ธมฺมา ฯ อุทฺธนฺติ เทวโลโก ฯ อโธติ อปายโลโก ฯ ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ มนุสฺสโลโก ฯ อุทฺธนฺติ สุขา เวทนา ฯ อโธติ ทุกฺขา เวทนา ฯ ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ อทุกฺขมสุขา เวทนา ฯ อุทฺธนฺติ อรูปธาตุ ฯ อโธติ กามธาตุ ฯ ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ รูปธาตุ ฯ อุทฺธนฺติ อุทฺธํ ปาทตลา ฯ อโธติ อโธ เกสมตฺถกา ฯ ติริยํ วาปิ มชฺเฌติ เวมชฺเฌติ อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ ฯ
๔๒๖ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺตีติ ยํ ยํ หิ รูปคตํ เวทนาคตํ สญฺญาคตํ สงฺขารคตํ วิญฺญาณคตํ อาทิยนฺติ อุปาทิยนฺติ คณฺหนฺติ ปรามสนฺติ อภินิวิสนฺติ ฯ โลกสฺมินฺติ อปายโลเก ฯเปฯ อายตนโลเกติ ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ ฯ
๔๒๗เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุนฺติ เตเนว กมฺมาภิสงฺขารวเสน ปฏิสนฺธิโก ขนฺธมาโร ธาตุมาโร อายตนมาโร คติมาโร อุปปตฺติมาโร ปฏิสนฺธิมาโร ภวมาโร สํสารมาโร วฏฺฏมาโร อนฺเวติ อนุคจฺฉติ อนฺวายิโก โหติ ฯ ชนฺตุนฺติ สตฺตํ นรํ มานวํ โปสํ ปุคฺคลํ ชีวํ ชาตุํ ชนฺตุํ อินฺทคุํ มนุชนฺติ เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุํ ฯ เตนาห ภควา อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ (ภทฺราวุธาติ ภควา) อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุนฺติ ฯ
๔๒๘ตสฺมา ปชานํ น อุปาทิเยถ ภิกฺขุ สโต กิญฺจนํ สพฺพโลเก อาทานสตฺเต อิติ เปกฺขมาโน ปชํ อิมํ มจฺจุเธยฺเย วิสตฺตํ ฯ
๔๒๙ตสฺมา ปชานํ น อุปาทิเยถาติ ตสฺมา ตํการณา ตํเหตุ ตปฺปจฺจยา ตํนิทานา เอตํ อาทีนวํ สมฺปสฺสมาโน อาทานตณฺหายาติ ตสฺมา ฯ ปชานนฺติ ชานนฺโต ปชานนฺโต อาชานนฺโต วิชานนฺโต ปฏิวิชานนฺโต ปฏิวิชฺฌนฺโต สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจาติ ฯเปฯ ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ ชานนฺโต ปชานนฺโต อาชานนฺโต วิชานนฺโต ปฏิวิชานนฺโต ปฏิวิชฺฌนฺโต ฯ น อุปาทิเยถาติ รูปํ นาทิเยยฺย น อุปาทิเยยฺย น คเณฺหยฺย น ปรามเสยฺย นาภินิวิเสยฺย เวทนํ สญฺญํ สงฺขาเร วิญฺญาณํ คตึ อุปปตฺตึ ปฏิสนฺธึ ภวํ สํสารํ วฏฺฏํ นาทิเยยฺย น อุปาทิเยยฺย น คเณฺหยฺย น ปรามเสยฺย นาภินิวิเสยฺยาติ ตสฺมา ปชานํ น อุปาทิเยถ ฯ
๔๓๐ภิกฺขุ สโต กิญฺจนํ สพฺพโลเกติ ภิกฺขูติ กลฺยาณปุถุชฺชโน วา ภิกฺขุ เสกฺโข วา ภิกฺขูติ ภิกฺขุ ฯ สโตติ จตูหิ การเณหิ สโต กาเย กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ ภาเวนฺโต สโต ฯเปฯ โส วุจฺจติ สโตติ ภิกฺขุ สโต ฯ กิญฺจนนฺติ กิญฺจิ รูปคตํ เวทนาคตํ สญฺญาคตํ สงฺขารคตํ วิญฺญาณคตํ ฯ สพฺพโลเกติ สพฺพอปายโลเก สพฺพเทวโลเก สพฺพมนุสฺสโลเก สพฺพขนฺธโลเก สพฺพอายตนโลเก สพฺพธาตุโลเกติ ภิกฺขุ สโต กิญฺจนํ สพฺพโลเก ฯ
๔๓๑อาทานสตฺเต อิติ เปกฺขมาโนติ อาทานสตฺตา วุจฺจนฺติ เย รูปํ อาทิยนฺติ อุปาทิยนฺติ คณฺหนฺติ ปรามสนฺติ อภินิวิสนฺติ เวทนํ สญฺญํ สงฺขาเร วิญฺญาณํ คตึ อุปปตฺตึ ปฏิสนฺธึ ภวํ สํสารํ วฏฺฏํ อาทิยนฺติ อุปาทิยนฺติ คณฺหนฺติ ปรามสนฺติ อภินิวิสนฺติ ฯ อิตีติ ปทสนฺธิ ฯเปฯ ปทานุปุพฺพกเมตํ อิตีติ ฯ เปกฺขมาโนติ ทกฺขมาโน ทิสฺสมาโน ปสฺสมาโน โอโลกยมาโน นิชฺฌายมาโน อุปปริกฺขมาโนติ อาทานสตฺเต อิติ เปกฺขมาโน ฯ
๔๓๒ปชํ อิมํ มจฺจุเธยฺเย วิสตฺตนฺติ ปชนฺติ สตฺตาธิวจนํ ฯ มจฺจุเธยฺเยติ มจฺจุเธยฺยา วุจฺจนฺติ กิเลสา จ ขนฺธา จ อภิสงฺขารา จ ฯ ปชา มจฺจุเธยฺเย มารเธยฺเย มรณเธยฺเย วิสตฺตา อาสตฺตา ลคฺคา ลคฺคิตา ปลิพุทฺธา ฯ ยถา ภิตฺติขิเล วา นาคทนฺเต วา ภณฺฑํ วิสตฺตํ อาสตฺตํ ลคฺคํ ลคฺคิตํ ปลิพุทฺธํ เอวเมว ปชา มจฺจุเธยฺเย มารเธยฺเย มรณเธยฺเย วิสตฺตา อาสตฺตา ลคฺคา ลคฺคิตา ปลิพุทฺธาติ ปชํ อิมํ มจฺจุเธยฺเย วิสตฺตํ ฯ เตนาห ภควา ตสฺมา ปชานํ น อุปาทิเยถ ภิกฺขุ สโต กิญฺจนํ สพฺพโลเก อาทานสตฺเต อิติ เปกฺขมาโน ปชํ อิมํ มจฺจุเธยฺเย วิสตฺตนฺติ ฯ สห คาถาปริโยสานา ฯเปฯ สตฺถา เม ภนฺเต ภควา สาวโกหมสฺมีติ ฯ ภทฺราวุธมาณวกปญฺหานิทฺเทโส ทฺวาทสโม ฯ ------------------
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาภัทราวุธมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๒
พึงทราบวินิจฉัยในภัทราวุธสูตรที่ ๑๒ ดังต่อไปนี้.
บทว่า โอกญฺชหํ คือ ละความอาลัย.
บทว่า ตณฺหจฺฉิทํ คือ ตัดหมู่ตัณหาเสียได้.
บทว่า อเนชํ ไม่มีความหวั่นไหว คือไม่หวั่นไหวในโลกธรรม.
บทว่า นนฺทิญฺชหํ ละความเพลิน คือละความปรารถนารูปมีรูปในอนาคตเป็นต้น.
จริงอยู่ ตัณหาอย่างเดียวเท่านั้นท่านกล่าวไว้ในที่นี้โดยประการต่างๆ ด้วยอำนาจแห่งความชื่นชอบ.
บทว่า กปฺปญฺชหํ คือ ละความดำริ ๒ อย่าง.
บทว่า อภิยาเจ คือ ข้าพระองค์วิงวอนเป็นอย่างยิ่ง.
บทว่า สุตฺวาน นาคสฺส อปนมิสฺสนฺติ อิโต ชนทั้งหลายได้ฟังพระดำรัสของพระผู้เป็นนาคแล้ว จักหลีกไปแต่ที่นี้. อธิบายว่า ชนเป็นอันมากได้ฟังพระดำรัสของพระองค์ผู้เป็นนาคผู้มีพระภาคเจ้า จักหลีกไปจากปาสาณกเจดีย์นี้.
บทว่า เย อุปายุปาทานา คือ ความเข้าไปยึดถือด้วยตัณหาและทิฏฐิ.
บทว่า เจตโส อธิฏฺฐานา คือ ตั้งไว้ในใจ.
บทว่า อภินิเวสานุสยา เป็นที่ผูกพันและเป็นอนุสัย คือเป็นที่ตั้งไว้แล้วมานอนเนื่องอยู่ในสันดาน.
บทว่า ชนปเทหิ สงฺคตา คือ มาแต่ชนบททั้งหลายมีอังคะเป็นต้น ประชุมกันในที่นี้.
บทว่า วิยากโรหิ คือ ขอพระองค์ทรงแสดงธรรม.
บทว่า สงฺคตา คือ ชนทั้งหลายมีกษัตริย์เป็นต้นมีความเป็นอันเดียวกัน.
บทว่า สมาคตา คือ มาจากชนทั้งหลาย มีประการดังกล่าวแล้ว.
บทว่า สโมหิตา คือ มารวมกัน.
บทว่า สนฺนิปติตา ประชุมกัน คือไม่แยกจากกัน.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงธรรมโดยอนุโลมตามอัธยาศัยของภัทราวุธมาณพนั้น จึงได้ตรัสคาถาต่อๆ ไป.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อาทานตณฺหํ ตัณหาเครื่องยึดถือ คือตัณหาเครื่องยึดถือ คือยึดถือรูปเป็นต้น. อธิบายว่า ยึดถือมั่นด้วยตัณหา.
บทว่า ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ คือ เพราะว่าสัตว์ทั้งหลายยึดถือบรรดาอุปาทานขันธ์เป็นต้นเหล่านั้น อุปาทานขันธ์ใดๆ ในโลก.
บทว่า เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุํ มารย่อมไปตามสัตว์ด้วยอภิสังขารคือกรรมนั่นเอง คือมารย่อมไปตามสัตว์นั้นในขณะปฏิสนธิด้วยอภิสังขาร คือกรรมอันเกิดขึ้นเพราะอุปาทานเป็นปัจจัยนั้นนั่นเอง.
บทว่า ตสฺมา ปชานํ เพราะเหตุนั้น ภิกษุรู้อยู่ คือเพราะเหตุนั้น ภิกษุรู้ซึ่งโทษนั้นหรือสังขารทั้งหลายด้วยอำนาจความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น.
บทว่า อาทานสตฺเต อิติ เปกฺขมาโน ปชํ อิมํ มจฺจุเธยฺเย วิสตฺตํ เมื่อเห็นหมู่สัตว์นี้ผู้ข้องอยู่ในบ่วงแห่งมัจจุว่าเป็นผู้ติดอยู่ในรูปาทิขันธ์เครื่องยึดถือ คือเมื่อเห็นหมู่สัตว์นี้ผู้ข้องอยู่ในบ่วงแห่งมัจจุในสรรพโลกว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในรูปเป็นต้น. เครื่องยึดถือ ด้วยอรรถว่าควรยึดถือ หรือเห็นอยู่ซึ่งบุคคลผู้ข้องอยู่ในรูปาทิขันธ์เครื่องยึดถือ คือการยึดมั่นถือมั่น และหมู่สัตว์ผู้ติดอยู่ในบ่วงแห่งมาร เพื่อถือเอารูปาทิขันธ์ เครื่องยึดถือว่าสามารถล่วงพ้นจากบ่วงมัจจุได้ พึงเป็นผู้มีสติ ไม่เข้าไปยึดถืออะไรๆ ในโลกทั้งปวง.
บทที่เหลือในบททั้งปวงชัดดีแล้ว.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงพระสูตรแม้นี้ ด้วยธรรมเป็นยอดคือพระอรหัต และเมื่อจบเทศนาได้มีผู้บรรลุธรรมเช่นเดียวกับที่กล่าวแล้วในคราวก่อนนั้นแล.
จบอรรถกถาภัทราวุธมาณวกปัญหานิทเทสที่ ๑๒ -----------------------------------------------------