๒. วิมลปุรณคณิกาเถรีคาถา เล่ม ๒๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๔๔๐|๔๔๐.๗๒| ๒ มตฺตา วณฺเณน รูเปน โสภคฺเคน ยเสน จ โยพฺพเนน จุปตฺถทฺธา อญฺญา สมติมญฺญิหํ ฯ |๔๔๐.๗๓| วิภูเสตฺวา อิมํ กายํ สุจิตฺตํ พาลลาปนํ อฏฺฐาสึ เวสิทฺวารมฺหิ ลุทฺโท ปาสมิโวฏฺฏิยา ฯ |๔๔๐.๗๔| ปิลนฺธนํ วิทสฺเสนฺตี คุยฺหํ ปกาสิตํ พหุํ อกาสึ วิวิธํ มายํ อุชฺชคฺฆนฺตี พหุํ ชนํ ฯ |๔๔๐.๗๕| สาชฺช ปิณฺฑํ จริตฺวาน มุณฺฑา สงฺฆาฏิปารุตา นิสินฺนา รุกฺขมูลมฺหิ อวิตกฺกสฺส ลาภินี ฯ |๔๔๐.๗๖| สพฺเพ โยคา สมุจฺฉินฺนา เย ทิพฺพา เย จ มานุสา เขเปตฺวา อาสเว สพฺเพ สีติภูตมฺหิ นิพฺพุตา ฯ วิมลา ปุราณคณิกา ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. วิมลาเถรีคาถา ภาษิตของพระวิมลาเถรี พระวิมลาเถรีผู้เคยเป็นหญิงคณิกา (ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เรามัวเมาด้วยผิวพรรณ รูปสมบัติ ความสวยงาม บริวารยศ และเป็นผู้มีจิตกระด้างอย่างยิ่ง ด้วยความเป็นสาว ดูหมิ่นหญิงอื่น @เชิงอรรถ : @ หญิงแพศยา หรือหญิงโสเภณี (ขุ.เถรี.อ. ๗๒/๙๘)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๖๗}
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เถรีคาถา [๕. ปัญจกนิบาต] ๓. สีหาเถรีคาถา
ประดับร่างกายนี้ให้วิจิตรงดงามสำหรับลวงชายโง่ ได้ยืนอยู่ที่ประตูเรือนหญิงแพศยา ดุจนายพรานเนื้อวางบ่วงดักเนื้อไว้
เราอวดเครื่องประดับต่างๆ เป็นอันมาก และอวดอวัยวะที่ควรปกปิดให้ปรากฏ กระซิกกระซี้ ได้ทำมายาหลายอย่างให้ชายจำนวนมากลุ่มหลง
วันนี้ เรานั้นปลงผมห่มผ้าสังฆาฏิ บวช เที่ยวบิณฑบาต แล้วมานั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ ได้ฌานที่ไม่มีวิตก
ได้ตัดกิเลสเป็นเหตุเกาะเกี่ยว ทั้งที่เป็นของทิพย์และของมนุษย์ได้ทั้งหมด ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไป เป็นผู้เย็น ดับสนิทแล้ว๓. สีหาเถรีคาถา ภาษิตของพระสีหาเถรี พระสีหาเถรี(ได้กล่าวภาษิตเหล่านี้ว่า)
เมื่อก่อน เราได้ถูกกามราคะเบียดเบียน มีจิตฟุ้งซ่าน บังคับจิตให้อยู่ในอำนาจไม่ได้ เพราะไม่ทำไว้ในใจโดยแยบคาย
ถูกกิเลสกลุ้มรุม มักเข้าใจกามว่าสวยงาม ตกอยู่ในอำนาจราคะ จึงไม่ได้ความสงบจิต
ผอมเหลือง และมีผิวพรรณไม่ผ่องใส ประพฤติ(พรหมจรรย์)อยู่ ๗ ปี มีแต่ทุกข์ ไม่ได้ความสุขทั้งกลางวันและกลางคืน @เชิงอรรถ : @ ได้บรรลุทุติยฌาน (ขุ.เถรี.อ. ๗๕/๑๐๐)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๖ หน้า : ๕๖๘}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๒. อรรถกถาวิมลาเถรีคาถา
บาลีเป็น วิมลาปุราณคณิกาเถรีคาถา.
คาถาว่า มตฺตา วณฺเณน รูเปน เป็นต้นเป็นคาถาของพระเถรีชื่อวิมลา.
แม้พระเถรีชื่อวิมลาองค์นี้ ก็ได้สร้างสมบุญบารมีไว้ในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานไว้ในภพนั้นๆ ในพุทธุปปาทกาลนี้ เกิดเป็นธิดาของหญิงผู้อาศัยรูปเลี้ยงชีพคนหนึ่งในกรุงเวสาลี มีชื่อว่าวิมาลา นางวิมลานั้นครั้นเจริญวัยแล้วก็เลี้ยงชีพอย่างนั้นเหมือนกัน
วันหนึ่ง นางเห็นท่านพระมหาโมคคัลลานะเที่ยวบิณฑบาตในกรุงเวสาลี มีจิตปฏิพัทธ์จึงไปถึงที่อยู่ของพระเถระเริ่มทำการเล้าโลมมุ่งพระเถระ. อาจารย์บางท่านกล่าวว่า ถูกพวกเดียรถีย์ส่งไปจึงได้ทำอย่างนั้น
พระเถระคุกคามแล้วได้ให้โอวาทแก่นางโดยการชี้แจงถึงอสุภกัมมัฏฐานเป็นข้อสำคัญ เรื่องนั้นมีมาในเถรคาถาที่แล้วมานั่นแล เมื่อพระเถระให้โอวาทอย่างนั้นแล้ว นางเกิดความสังเวช เกิดหิริโอตตัปปะ ได้ศรัทธาในพระศาสนา เป็นอุบาสิกา.
เวลาต่อมาได้บวชในหมู่ภิกษุณี เพียรพยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต เพราะเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยเหตุ พิจารณาการปฏิบัติของตน ได้กล่าวคาถาเหล่านี้เป็นอุทานว่า
ข้าพเจ้าเป็นผู้เมาวรรณะ รูปสมบัติ ความสวยงาม
บริวารสมบัติและมีจิตกระด้างด้วยความเป็นสาว ดูหมิ่น
หญิงอื่น ข้าพเจ้าประดับกายนี้ให้วิจิตรงดงามสำหรับลวง
ผู้ชายโง่ๆ ได้ยืนอยู่ที่ประตูเรือนหญิงแพศยา ดุจนาย
พรานที่คอยดักเนื้อฉะนั้น
ข้าพเจ้าแสดงเครื่องประดับต่างๆ และอวัยวะที่ควร
ปกปิดเป็นอันมากให้ปรากฏ กระทำมายาหลายอย่างให้
ชายเป็นอันมากยินดี
วันนี้ข้าพเจ้านั้นมีศีรษะโล้น ห่มผ้าสังฆาฏิ เที่ยว
บิณฑบาตแล้ว มานั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ ได้ฌานอันไม่มี
วิตก ข้าพเจ้าตัดเครื่องเกาะเกี่ยวทั้งที่เป็นของทิพย์ทั้งที่
เป็นของมนุษย์ได้ทั้งหมด ทำอาสวะทั้งปวงให้สิ้นไป มี
ความเย็น ดับสนิทแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มตฺตา วณฺเณน รูเปน ได้แก่ ด้วยวรรณะคือคุณ และด้วยรูปสมบัติ.
บทว่า โสภคฺเคน ได้แก่ ด้วยความน่าพึงใจ.
บทว่า ยเสน ได้แก่ ด้วยบริวารสมบัติ ความว่า เป็นผู้เมา คือถึงความเมาซึ่งได้แก่เมาวรรณะ เมารูป เมาความงามและเมาบริวาร.
บทว่า โยพฺพเนน จุปตฺถทฺธา ความว่า กระด้างยิ่งๆ ขึ้น ด้วยความเมาในความเป็นสาว คือมีจิตกระด้าง ได้แก่มีใจไม่สงบระงับด้วยอหังการ ซึ่งมีความสาวเป็นนิมิต.
บทว่า อญฺญาสมติมญฺญิหํ ความว่า ข้าพเจ้าได้ดูหมิ่นหญิงอื่นๆ ด้วยคุณมีวรรณะเป็นต้นของตน แม้โดยประการทั้งปวง
อีกอย่างหนึ่ง ข้าพเจ้าดูหมิ่นคือดูหมิ่นแล้ว ได้แก่ได้ทำการดูหมิ่นคุณมีวรรณะเป็นต้นของหญิงอื่นๆ.
บทว่า วิภูสิตฺวา อิมํ กายํ สุจิตฺตํ พาลลาปนํ ความว่า ข้าพเจ้าประดับ คือตกแต่งให้สวยงามน่าเลื่อมใส ซึ่งกายของข้าพเจ้านี้ที่เต็มไปด้วยของไม่สะอาดหลายอย่าง น่าเกลียด ให้วิจิตรงดงามด้วยการประเทืองผิวและแต่งผมเป็นต้น ด้วยพัสตราภรณ์ทั้งหลาย สำหรับลวงผู้ชายโง่ๆ โดยลวง คือพูดกับพวกผู้ชายโง่ๆ ว่า ของฉัน.
บทว่า อฏฺฐาสึ เวสิทฺวารมฺหิ ลุทฺโธ ปาสมิโวฑฺฑิย ความว่า ข้าพเจ้าได้ยืนเอากายของข้าพเจ้าตามที่กล่าวแล้วซึ่งเป็นบ่วงมารล่อเหยื่ออยู่ที่ประตูเรือนหญิงแพศยา คือที่ประตูเรือนของหญิงแพศยา ดุจนายพรานเนื้อดักบ่วงเนื้อมีตาข่ายผูกท่อนไม้เป็นต้น เพื่อต้องการผูกมัดเนื้อทั้งหลาย.
บทว่า ปิลนฺธนํ วิทํเสนฺตี คุยฺหํ ปกาสิกํ พหุํ ความว่า แสดงอวัยวะที่ควรปกปิดมีขา ตะโพกและก้นเป็นต้น และอวัยวะที่ควรให้ ปรากฏมีเท้าเข่าและศีรษะเป็นต้น คือแสดงอวัยวะที่ควรปกปิดให้ปรากฏ และเครื่องประดับคืออาภรณ์มีประการต่างๆ เป็นอันมาก.
บทว่า อกาสึ วิวิธํ มายํ อุชฺฌคฺฆนฺตี พหุํ ชนํ ความว่า ข้าพเจ้าหัวเราะเพื่อประเล้าประโลมชายโง่เป็นอันมากที่มัวเมาความสาว ได้กระทำการล่อลวงมีอย่างต่างๆ คือมีประการต่างๆ ด้วยการปกปิดสภาพของสรีระ ด้วยของหอมดอกไม้และพัสตราภรณ์เป็นต้น และด้วยทีท่านั้นๆ มีหัวเราะและภาวะที่มีเสน่ห์เป็นต้น.
บทว่า สาชฺช ปิณฺฑํ จริตฺวาน มุณฺฑา สงฺฆาฏิปารุตา นิสินฺนา รุกฺขมูลมฺหิ อวิตกฺกสฺส ลาภินี ประกอบความว่า
ข้าพเจ้านั้นเป็นผู้อยู่ด้วยความประมาทอย่างนี้ วันนี้คือเดี๋ยวนี้ได้ตั้งอยู่ในโอวาทของพระผู้เป็นเจ้ามหาโมคคัลลานเถระ บวชในพระศาสนา มีศีรษะโล้น ห่มผ้าสังฆาฏิเที่ยวบิณฑบาต นั่งฉันภิกษาหาร คือนั่งที่โคนต้นไม้ คือบนอาสนะที่สงัด ณ โคนต้นไม้ เป็นผู้ได้ฌานอันไม่มีวิตก ด้วยการบรรลุพระอรหัตผลซึ่งมีทุติยฌานเป็นบาท.
บทว่า สพฺเพ โยคา ได้แก่ เครื่องเกาะเกี่ยวแม้ทั้ง ๔ มีเครื่องเกาะเกี่ยวคือกามเป็นต้น.
บทว่า สมุจฺฉินฺนา ความว่า ตัดทิ้งคือละโดยชอบทีเดียวตามสมควร ด้วยปฐมมรรคเป็นต้น.
คำที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วแล.
จบอรรถกถาวิมลาเถรีคาถาที่ ๒ -----------------------------------------------------