ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๒๑๗

โกฏฐิตสูตร เล่ม ๒๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑๗ลำดับ 176 จาก 238 ในสัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาตพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


๑๓ อถโข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต เยนายสฺมา สารีปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สารีปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโต อายสฺมนฺตํ สารีปุตฺตํ เอตทโวจ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ {๒๑๗.๑} กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สุขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สุขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุโข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ พหุเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ พหุเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ เวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ เวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ โน หิทํ อาวุโส ฯ {๒๑๗.๒} กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ สุขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ทุกฺขเวทนียํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ สุขเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ ปริปกฺกเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ พหุเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ {๒๑๗.๓} กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อปฺปเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ พหุเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ กินฺนุ โข อาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ เวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ อเวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโส วเทสิ กึ ปนาวุโส สารีปุตฺต ยํ กมฺมํ อเวทนิยํ ตํ เม กมฺมํ เวทนิยํ โหตูติ เอตสฺส อตฺถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ อิติ ปุฏฺโฐ สมาโน โน หิทํ อาวุโสติ วเทสิ อถ กิมตฺถํ จรหาวุโส ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ {๒๑๗.๔} ยํ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมยาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อิทํ ทุกฺขนฺติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขสมุทโยติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขนิโรโธติ โขสฺส อาวุโส อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมยาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อิทํ โขสฺส อาวุโส อญฺญาตํ อทิฏฺฐํ อปฺปตฺตํ อสจฺฉิกตํ อนภิสเมตํ ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ปตฺติยา สจฺฉิกิริยาย อภิสมถาย ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตีติ ฯ

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. สีหนาทวรรค ๓. โกฏฐิตสูตร ๓. โกฏฐิตสูตร ว่าด้วยพระมหาโกฏฐิตะ

ข้อ ๑๓

ครั้งนั้นแล ท่านพระมหาโกฏฐิตะเข้าไปหาท่านพระสารีบุตรถึงที่อยู่ สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้ถามท่านพระสารีบุตรดังนี้ว่า “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในอนาคตแก่เราเถิด’ ได้ไหม”ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลในอนาคต ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบันแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลเป็นสุข ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นทุกข์แก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นสุขแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลสำเร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดยังไม่ให้ผลสำเร็จ ขอกรรมนั้นจงให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด’ ได้ไหม”@เชิงอรรถ : @ ดูเทียบ องฺ.ฉกฺก. (แปล) ๒๒/๖๓/๕๗๗, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๑๗/๓๕๗,@อภิ.ก. ๓๗/๖๓๕/๓๘๕, ๘๙๐-๘๙๑/๕๐๖-๕๐๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๕๙}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. สีหนาทวรรค ๓. โกฏฐิตสูตร “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผลน้อยแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมนั้นจงให้ผลมากแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า ‘กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เราเถิด’ ได้ไหม” “ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย” “ท่านสารีบุตร เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหม-จรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลในปัจจุบัน ขอกรรมนั้นจงให้ผลในอนาคตแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลในอนาคต ขอกรรมนั้นจงให้ผลในปัจจุบันแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นสุข ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นทุกข์แก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลเป็นทุกข์ ขอกรรมนั้นจงให้ผลเป็นสุขแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลสำเร็จแล้ว ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๖๐}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย นวกนิบาต [๑. ปฐมปัณณาสก์] ๒. สีหนาทวรรค ๓. โกฏฐิตสูตร เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดยังไม่ให้ผลสำเร็จ ขอกรรมนั้นจงให้ผลสำเร็จแก่เราเถิด ได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลมาก ขอกรรมนั้นจงให้ผลน้อยแก่เราเถิดได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผลน้อย ขอกรรมนั้นจงให้ผลมากแก่เราเถิดได้ไหม’ ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดให้ผล ขอกรรมนั้นจงไม่ให้ผลแก่เราเถิด ได้ไหม’ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อผมถามท่านว่า ‘ท่านสารีบุตร บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์นี้ว่า กรรมใดไม่ให้ผล ขอกรรมนั้นจงให้ผลแก่เราเถิด ได้ไหม’ท่านก็ตอบว่า ‘ผู้มีอายุ ข้อนี้ไม่ได้เลย’ เมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลจะอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อประโยชน์อะไร” ท่านพระสารีบุตรกล่าวว่า “ผู้มีอายุ บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อเห็นสิ่งที่ยังไม่เห็น เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งที่ยังไม่ตรัสรู้ คือ บุคคลอยู่ประพฤติพรมหจรรย์ในพระผู้มีพระภาคเพื่อรู้สิ่งที่ยังไม่รู้ เพื่อเห็นสิ่งที่ยังไม่เห็น เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง เพื่อตรัสรู้สิ่งที่ยังไม่ตรัสรู้ว่า ‘นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิทา’ ผู้มีอายุ บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาคก็เพื่อรู้สิ่งที่ยังไม่รู้เพื่อเห็นสิ่งที่ยังไม่เห็น เพื่อบรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้งเพื่อตรัสรู้สิ่งที่ยังไม่ตรัสรู้นี้แล” โกฏฐิตสูตรที่ ๓ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๔๖๑}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาโกฏฐิตสูตรที่ ๓

โกฏฐิตสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ ได้แก่ กรรมที่ให้ผลในอัตภาพนี้เท่านั้น.

บทว่า สมฺปรายเวทนิยํ ได้แก่ กรรมที่ให้ผลในอัตภาพที่สอง.

บทว่า สุขเวทนิยํ ได้แก่ กรรมแต่งให้เกิดสุขเวทนา.

บทว่า ทุกฺขเวทนิยํ ได้แก่ กรรมแต่งให้เกิดทุกขเวทนา.

บทว่า ปริปกฺกเวทนิยํ ได้แก่ กรรมให้ผลสำเร็จแล้วคราวหนึ่ง.

บทว่า อปริปกฺกเวทนิยํ ได้แก่ กรรมให้ผลยังไม่สำเร็จแล้วคราวหนึ่ง.

บทว่า พหุเวทนิยํ ได้แก่ กรรมให้ผลมาก.

บทว่า อปฺปเวทนิยํ ได้แก่ กรรมให้ผลไม่มาก.

บทว่า เวทนิยํ ได้แก่ กรรมยังให้ผล.

บทว่า อเวทนิยํ ได้แก่ กรรมยังไม่ให้ผล.

วัฏฏะและวิวัฏฏะตรัสแล้วในพระสูตรนี้.

จบอรรถกถาโกฏฐิตสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา