ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · ไทย · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๖๒

อภิภายตนสูตร เล่ม ๒๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๒ลำดับ 138 จาก 238 ในสัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาตพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๕ อังคุตตรนิกาย สัตตก-อัฏฐก-นวกนิบาต อภิภายตนสูตร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุเป็นเครื่องครอบงำ ๘ ประการนี้ ๘ ประการเป็นไฉน คือ คนหนึ่งมีรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกเล็กน้อย ทั้งมีผิวพรรณดี ทั้งมีผิวพรรณทราม ย่อมมีความสำคัญอย่างนี้ว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำประการที่ ๑ คนหนึ่งมีรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกได้ไม่มีประมาณ ทั้งมีผิวพรรณดี ทั้งมีผิวพรรณทราม ย่อมมีความสำคัญอย่างนี้ว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็นนี้เป็นเครื่องครอบงำประการที่ ๒ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกได้เล็กน้อย ทั้งมีผิวพรรณดี ทั้งมีผิวพรรณทราม ย่อมมีความสำคัญอย่างนี้ว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำประการที่ ๓ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกได้ไม่มีประมาณทั้งมีผิวพรรณดี ทั้งมีผิวพรรณทราม ย่อมมีความสำคัญอย่างนี้ว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำประการที่ ๔ คนหนึ่งมีอรูป-*สัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกเขียว มีสีเขียว รัศมีเขียว แสงสว่างเขียวย่อมมีความสำคัญอย่างนี้ว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำประการที่ ๕ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกเหลือง มีสีเหลือง รัศมีเหลือง แสงสว่างเหลือง ย่อมมีความสำคัญอย่างนี้ว่าเราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำประการที่ ๖ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกแดง มีสีแดง รัศมีแดงแสงสว่างแดง ย่อมมีความสำคัญอย่างนี้ว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็นนี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำประการที่ ๗ คนหนึ่งมีอรูปสัญญาในภายใน เห็นรูปในภายนอกขาว มีสีขาว รัศมีขาว แสงสว่างขาว ย่อมมีความสำคัญว่า เราครอบงำรูปเหล่านั้นแล้วจึงรู้จึงเห็น นี้เป็นเหตุเครื่องครอบงำประการที่ ๘ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหตุเป็นเครื่องครอบงำ ๘ ประการนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๒

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ภูมิจาลวรรค ๕. อภิภายตนสูตร ๕. อภิภายตนสูตร ว่าด้วยอภิภายตนะ

ข้อ ๖๕

ภิกษุทั้งหลาย อภิภายตนะ ๘ ประการนี้ อภิภายตนะ ๘ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. บุคคลหนึ่งมีรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกขนาดเล็ก มีสีสันดี หรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๑ ๒. บุคคลหนึ่งมีรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกขนาดใหญ่ มีสีสันดี หรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๒ ๓. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกขนาดเล็ก มีสีสันดี หรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๓ ๔. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกขนาดใหญ่ มีสีสันดี หรือไม่ดี ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญาอย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๔ ๕. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่เขียว มีสีเขียว เปรียบด้วยของเขียว มีสีเขียวเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๕ @เชิงอรรถ : @ อภิภายตนะ หมายถึงเหตุครอบงำ เหตุที่มีอิทธิพล ได้แก่ ญาณหรือฌานที่เป็นเหตุครอบงำปัจจนีกธรรม@คือนิวรณ์ ๕ และอารมณ์ทั้งหลาย คำนี้มาจาก อภิภู + อายตนะ ที่ชื่อว่า อภิภู เพราะครอบงำอารมณ์@และชื่อว่า อายตนะ เพราะเป็นที่เกิดความสุขอันวิเศษแก่พระโยคีทั้งหลาย และเพราะเป็นมนายตนะและ@ธัมมายตนะ (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๖๕/๒๗๐, องฺ.อฏฺฐก. ฏีกา ๓/๖๑-๖๕/๓๐๒, ที.ม.อ. ๒/๑๗๓/๑๖๔) และดู@ที.ม. ๑๐/๑๗๓/๙๘, ที.ปา. ๑๑/๓๓๘/๒๒๙-๒๓๐, ม.ม. ๑๓/๒๔๙/๒๒๔, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๙/๗๑@ มีรูปสัญญาภายใน หมายถึงจำได้หมายรู้รูปภายในโดยการบริกรรมรูปภายใน ยังไม่ถึงอัปปนา@(องฺ.อฏฺฐก. อ. ๓/๖๕/๒๗๐) @ มีอรูปสัญญาภายใน หมายถึงปราศจากบริกรรมอรูปภายใน เพราะไม่ให้รูปสัญญาเกิดขึ้น@(องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๖๕/๒๗๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๒๓ หน้า : ๓๖๗}

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต [๒. ทุติยปัณณาสก์] ๒. ภูมิจาลวรรค ๖. วิโมกขสูตร ๖. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่เหลือง มีสีเหลือง เปรียบด้วยของเหลือง มีสีเหลืองเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๖ ๗. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่แดง มีสีแดง เปรียบด้วยของแดง มีสีแดงเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๗ ๘. บุคคลหนึ่งมีอรูปสัญญาภายใน เห็นรูปภายนอกที่ขาว มีสีขาว เปรียบด้วยของขาว มีสีขาวเข้ม ครอบงำรูปเหล่านั้นได้ มีสัญญา อย่างนี้ว่า ‘เรารู้ เราเห็น’ นี้เป็นอภิภายตนะที่ ๘ ภิกษุทั้งหลาย อภิภายตนะ ๘ ประการนี้แล อภิภายตนสูตรที่ ๕ จบ

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอภิภายตนสูตรที่ ๕

อภิภายตนสูตรที่ ๕ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า อภิภายตนานิ แปลว่า เหตุแห่งการครอบงำ.

ครอบงำอะไร? ครอบงำธรรมอันเป็นข้าศึกบ้าง อารมณ์บ้าง.

จริงอยู่ เหตุแห่งการครอบงำเหล่านั้น ย่อมครอบงำธรรมอันเป็นข้าศึกโดยภาวะเป็นปฏิปักษ์ ครอบงำอารมณ์โดยภาวะที่บุคคลมีญาณสูงยิ่งขึ้นไป.

ก็ในคำว่า อชฺฌตฺตํ รูปสญฺญี ดังนี้เป็นต้น ย่อมชื่อว่าเป็นผู้กำหนดรูปภายใน ด้วยอำนาจบริกรรมรูปภายใน.

จริงอยู่ ภิกษุเมื่อกระทำบริกรรมนีลกสิณในภายใน ย่อมกระทำที่ผมที่ดี หรือที่ดวงตา. เมื่อกระทำบริกรรมปีตกสิณ ย่อมกระทำที่มันข้น ที่ผิวหนัง ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า หรือที่ตำแหน่งสีเหลืองของดวงตา. เมื่อจะกระทำบริกรรมโลหิตกสิณ ย่อมกระทำที่เนื้อ ที่โลหิต ที่ลิ้นหรือที่ตำแหน่งที่มีสีแดงของดวงตา. เมื่อจะกระทำบริกรรมโอทาตกสิณ ย่อมกระทำที่กระดูก ที่ฟัน ที่เล็บหรือที่ตำแหน่งที่มีสีขาวแห่งดวงตา.

ก็สีนั้นเขียวสนิท เหลืองสนิท แดงสนิท ขาวสนิท ก็หาไม่ เป็นสีไม่บริสุทธิ์ทั้งนั้น.

บทว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ความว่า บริกรรมอันหนึ่งของภิกษุใดเกิดขึ้นในภายใน แต่นิมิตเกิดภายนอก ภิกษุนั้นชื่อว่ากำหนดรูปภายในด้วยอำนาจบริกรรมภายใน และอัปปนาภายนอก เรียกว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ แปลว่า รูปีบุคคลผู้ได้รูปฌานผู้หนึ่ง ย่อมเห็นรูปภายนอก.

บทว่า ปริตฺตานิ ได้แก่ ไม่ขยาย.

บทว่า สุวณฺณานิ ทุพฺพณฺณานิ แปลว่า มีวรรณะดีหรือวรรณะเลว.

พึงทราบว่าตรัสอภิภายตนะนี้ ด้วยอำนาจปริตตารมณ์นั่นเอง.

บทว่า ตานิ อภิภุยฺย ความว่า คนผู้มีไฟธาตุดี ได้อาหารเพียงทัพพีเดียว คิดว่าจะมีประโยชน์อะไรที่จะพึงกินในอาหารนี้ จึงรวบมาทำให้เป็นคำเดียวกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นด้วยคิดว่า จะมีประโยชน์อะไรที่เราจะพึงเข้าสมาบัติในปริตตารมณ์นี้ นี้ไม่เป็นความหนักใจสำหรับเรา ดังนี้แล้วจึงเข้าสมาบัติ. อธิบายว่า ภิกษุนั้นย่อมถึงอัปปนาในอารมณ์นี้ พร้อมกับทำนิมิตให้เกิดขึ้นนั่นแหละ.

ก็ด้วยบทว่า ชานามิ ปสฺสามิ นี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงความผูกใจของภิกษุนั้น ก็แหละความผูกใจนั้นแลย่อมมีแก่ภิกษุผู้ออกจากสมาบัติ ไม่ใช่มีในภายในสมาบัติ.

บทว่า เอวํสญฺญี โหติ ความว่า เป็นผู้มีความสำคัญอย่างนี้ ด้วยอาโภคสัญญาบ้าง ด้วยฌานสัญญาบ้าง. เพราะอภิภวนสัญญา สัญญาในการครอบงำ ย่อมมีแก่เธอแม้ในภายในสมาบัติ แต่อาโภคสัญญา สัญญาในการผูกใจ ย่อมมีแก่เธอผู้ออกจากสมาบัติเท่านั้น.

อปฺปมาณานิ ได้แก่ ขยายขนาดออกไปไม่จำกัด. อธิบายว่า ใหญ่.

ก็ในคำว่า อภิภุยฺย มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บุคคลกินจุได้อาหารเพิ่มขึ้นอย่างหนึ่ง จึงกล่าวว่า แม้สิ่งอื่นๆ ก็เอามาเถิดๆ นั่นจักทำอะไรแก่เราได้ ไม่เห็นอาหารนั้นเป็นของมากฉันใดบุคคลผู้มีฌานสูง มีฌานแก่กล้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ครอบงำรูปเหล่านั้นด้วยคิดว่า ประโยชน์อะไรที่เราจะพึงเข้าสมาบัติในอารมณ์นี้ นี้ไม่เป็นประมาณ,ในการทำจิตให้เป็นเอกัคคตา ไม่หนักใจแก่เราเลย ดังนี้แล้ว จึงเข้าสมาบัติ. อธิบายว่า ทำจิตให้ถึงอัปปนาในอารมณ์นี้ พร้อมกับทำนิมิตให้เกิดขึ้นนั่นแหละ.

บทว่า อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี ความว่า เว้นจากบริกรรมสัญญาในรูปภายใน เพราะไม่ได้รูปหรือเพราะไม่ต้องการรูป

บทว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปฺสฺสติ ความว่า บริกรรมก็ดี นิมิตก็ดี ของผู้ใดเกิดในภายนอก ผู้นั้นก็มีความกำหนดอรูปภายใน ด้วยอำนาจบริกรรม และอัปปนาในภายนอกอย่างนี้ ตรัสเรียกว่า เอโก พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสติ ผู้หนึ่งย่อมเห็นรูปภายนอก.

คำที่เหลือในพระสูตรนี้มีนัยดังกล่าวแล้วในอภิภายตนะที่ ๔ นั่นแหละ.

ก็ในอารมณ์ทั้ง ๔ นี้ ปริตตารมณ์มาแล้วด้วยอำนาจวิตกจริต อัปปมาณารมณ์มาแล้วด้วยอำนาจโมหจริต อารมณ์ที่มีวรรณะดีมาแล้วด้วยอำนาจโทสจริต อารมณ์ที่มีวรรณะทรามมาแล้วด้วยอำนาจราคจริต เพราะอารมณ์เหล่านี้เป็นสัปปายะของจริตเหล่านั้น.

ก็ความที่อารมณ์เหล่านั้นเป็นสัปปายะนั้นได้กล่าวแล้วในจริยนิเทศ ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค.

ในอภิภายตนสูตรที่ ๕ เป็นต้นมีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

บทว่า นีลานิ นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสด้วยอำนาจรวมเอาสีทั้งหมด.

บทว่า นีลวณฺณานิ ตรัสด้วยอำนาจวรรณะ (คือสี).

บทว่า นีลนิทสฺสนานิ ตรัสด้วยอำนาจเห็นรูปสีเขียว. ท่านอธิบายไว้ว่า รูปมีสีไม่เจือกัน ไม่ปรากฏช่อง ปรากฏมีสีเขียวเป็นอันเดียวกัน.

ก็บทว่า นีลนิภาสานิ นี้ ตรัสด้วยโอภาสแสง. อธิบายว่า แสงมีสีเขียวคือประกอบด้วยแสงสีเขียว.

ด้วยคำนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่าสีเหล่านั้นเป็นสีบริสุทธิ์ด้วยดี. จริงอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอภิภายตนะทั้ง ๔ นี้ ด้วยอำนาจสีที่บริสุทธิ์เท่านั้น.

ก็ในกสิณเหล่านี้ การทำกสิณ การบริกรรมและวิธีอัปปนา มีอาทิว่า พระโยคีเมื่อกำหนดนีลกสิณ ย่อมกำหนดนิมิตในสีเขียว ที่ดอกไม้ ที่ผ้า หรือที่วรรณธาตุ ธาตุสี ดังนี้ ทั้งหมดได้กล่าวไว้พิสดารแล้วในคัมภีร์วิสุทธิมรรคแล.

จบอรรถกถาอภิภายตนสูตรที่ ๕ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา