ปัพพตูปมาสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๗๕๖เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว หิมวา ปพฺพตราชา ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺย ฐเปตฺวา สตฺต สาสปมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา ฯ ตํ กึ มญฺญถ ภิกฺขเว กตมํ นุ โข พหุตรํ ฯ ยํ วา หิมวโต ปพฺพตราชสฺส ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ ยา วา สตฺต สาสปมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา อวสิฏฺฐาติ ฯ เอตเทว ภนฺเต พหุตรํ หิมวโต ปพฺพตราชสฺส ยทิทํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อปฺปมตฺติกา สตฺต สาสปมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา อวสิฏฺฐา สงฺขมฺปิ น อุเปนฺติ อุปนิธมฺปิ น อุเปนฺติ กลภาคมฺปิ น อุเปนฺติ หิมวโต ปพฺพตราชสฺส ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย สตฺต สาสปมตฺติโย ปาสาณสกฺขรา อวสิฏฺฐาติ ฯ {๑๗๕๖.๑} เอวเมว โข ภิกฺขเว อริยสาวกสฺส ทิฏฺฐิสมฺปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อภิสเมตาวิโน เอตเทว พหุตรํ ทุกฺขํ ยทิทํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อปฺปมตฺตกํ อวสิฏฺฐํ สงฺขมฺปิ น อุเปติ อุปนิธมฺปิ น อุเปติ กลภาคมฺปิ น อุเปติ ปุริมํ ทุกฺขกฺขนฺธํ ปริกฺขีณํ ปริยาทินฺนํ อุปนิธาย ยทิทํ สตฺตกฺขตฺตุํปรมตา ฯ โย อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ ตสฺมา ติห ภิกฺขเว อิทํ ทุกฺขนฺติ โยโค กรณีโย ฯเปฯ อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ โยโค กรณีโยติ ฯ อภิสมยวคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ ตสฺสุทฺทานํ นขสิขาโปกฺขรณิโย สมฺเภชฺช อปเร ทุเว ปฐวี เทฺวสมุทฺเทหิ เทฺวมา จ ปพฺพตูปมาติ ฯ --------------
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๑๒. สัจจสังยุต] ๖. อภิสมยวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค ๑๐. ทุติยปัพพตูปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยขุนเขาหิมพานต์ สูตรที่ ๒
“ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนขุนเขาหิมพานต์พึงหมดสิ้นไป เหลือแต่ก้อนหินขนาดเมล็ดผักกาดอยู่ ๗ ก้อน เธอทั้งหลายจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร ขุนเขาหิมพานต์ที่หมดสิ้นไป กับก้อนหินขนาดเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนที่เหลืออยู่ อย่างไหนจะมากกว่ากัน” “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขุนเขาหิมพานต์ที่หมดสิ้นไปนี้แลมากกว่า ก้อนหินขนาดเมล็ดผักกาด ๗ ก้อนที่ยังเหลืออยู่ เมื่อเทียบกับขุนเขาหิมพานต์ที่หมดสิ้นไปแล้ว คำนวณไม่ได้ เทียบเคียงกันไม่ได้ หรือไม่ถึงส่วนเสี้ยว” “ภิกษุทั้งหลาย อุปมานี้ฉันใด อุปไมยก็ฉันนั้นเหมือนกัน บุคคลผู้เป็น อริยสาวกใดรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ทุกข์ที่หมดสิ้นไปของบุคคลผู้เป็นอริยสาวกนั้น ผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ผู้รู้ยิ่ง มีมากกว่าที่เหลืออยู่ มีประมาณน้อย เมื่อเทียบกับกองทุกข์ซึ่งมีอยู่ก่อนที่หมดสิ้นไปแล้วคำนวณไม่ได้ เทียบเคียงกันไม่ได้ หรือไม่ถึงส่วนเสี้ยว อย่างมากมีได้เพียง ๗ ชาติ ภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้น เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ชัดตาม ความเป็นจริงว่า ‘นี้ทุกข์ ฯลฯ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา” ทุติยปัพพตูปมสูตรที่ ๑๐ จบ อภิสมยวรรคที่ ๖ จบ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. นขสิขสูตร ๒. โปกขรณีสูตร ๓. ปฐมสัมเภชชสูตร ๔. ทุติยสัมเภชชสูตร ๕. ปฐมมหาปฐวีสูตร ๖. ทุติยมหาปฐวีสูตร ๗. ปฐมมหาสมุททสูตร ๘. ทุติยมหาสมุททสูตร ๙. ปฐมปัพพตูปมสูตร ๑๐. ทุติยปัพพตูปมสูตร
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๙ หน้า : ๖๓๙}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาอภิสมยวรรคที่ ๖
อภิสมยวรรค ท่านให้พิสดารแล้วในอภิสมยสังยุต ในนิทานวรรคแล.
จบอรรถกถาอภิสมยวรรคที่ ๖ -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค สัจจสังยุตต์ ปปาตวรรคที่ ๔ ๘. ฉิคคฬสูตรที่ ๒