สุตนุสูตร เล่ม ๑๙
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๒๗๐เอกํ สมยํ อายสฺมา อนุรุทฺโธ สาวตฺถิยํ วิหรติ สุตนุตีเร ฯ อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยนายสฺมา อนุรุทฺโธ เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อนุรุทฺเธน สทฺธึ สมฺโมทึสุ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ เอตทโวจุํ กตเมสํ อายสฺมา อนุรุทฺโธ ธมฺมานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา มหาภิญฺญตฺตํ ปตฺโตติ ฯ
๑๒๗๑จตุนฺนํ ขฺวาหํ อาวุโส สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา มหาภิญฺญตฺตํ ปตฺโต ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ อิธาวุโส กาเย กายานุปสฺสี วิหรามิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ เวทนาสุ จิตฺเต ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรามิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ฯ อิเมสํ ขฺวาหํ อาวุโส จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา มหาภิญฺญตฺตํ ปตฺโต ฯ อิเมสญฺจ ปนาหํ อาวุโส จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ ภาวิตตฺตา พหุลีกตตฺตา หีนํ ธมฺมํ หีนโต อพฺภญฺญาสึ มชฺฌิมํ ธมฺมํ มชฺฌิมโต อพฺภญฺญาสึ ปณีตํ ธมฺมํ ปณีตโต อพฺภญฺญาสินฺติ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค [๘. อนุรุทธสังยุต] ๑. รโหคตวรรค ๕. ทุติยกัณฏกีสูตร ๓. สุตนุสูตร ว่าด้วยการสนทนาธรรมที่ริมฝั่งแม่น้ำสุตนุ
สมัยหนึ่ง ท่านพระอนุรุทธะอยู่ใกล้ริมฝั่งแม่น้ำสุตนุ เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุจำนวนมากเข้าไปหาท่านพระอนุรุทธะถึงที่อยู่ ได้สนทนาปราศรัยพอเป็นที่บันเทิงใจ พอเป็นที่ระลึกถึงกันแล้ว นั่ง ณ ที่สมควร ได้เรียนถามท่านพระอนุรุทธะดังนี้ว่า “ท่านอนุรุทธะได้ถึงความเป็นผู้มีอภิญญามาก เพราะธรรมเหล่าไหนที่ท่านอนุรุทธะเจริญ ทำให้มากแล้ว” ท่านพระอนุรุทธะตอบว่า “ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ผมได้ถึงความเป็นผู้มีอภิญญามาก เพราะสติปัฏฐาน ๔ ประการที่ผมเจริญ ทำให้มากแล้ว สติปัฏฐาน ๔ ประการ อะไรบ้าง คือ ในพระธรรมวินัยนี้ ผม ๑. พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ๒. พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย ฯลฯ ๓. พิจารณาเห็นจิตในจิต ฯลฯ ๔. พิจารณาเห็นธรรมในธรรมทั้งหลาย มีความเพียร มีสัมปชัญญะมีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้ ท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ผมได้ถึงความเป็นผู้มีอภิญญามาก เพราะสติปัฏฐาน ๔ประการนี้ที่ผมเจริญ ทำให้มากแล้ว อนึ่ง ผมได้รู้ธรรมเลวโดยความเป็นธรรมเลวได้รู้ธรรมปานกลางโดยความเป็นธรรมปานกลาง ได้รู้ธรรมประณีตโดยความเป็นธรรมประณีต เพราะสติปัฏฐาน ๔ ประการนี้ที่ผมเจริญ ทำให้มากแล้ว”สุตนุสูตรที่ ๓ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาสุตนุสูตรที่ ๓
สุตนุสูตรที่ ๓. คำว่า ความเป็นแห่งมหาอภิญญา คือ ความเป็นอภิญญา.
ในคำว่า ธรรมอันเลว เป็นต้น พึงทราบใจความตามบาลีนี้ว่า
ชื่อว่า ธรรมอันเลวเป็นไฉน ความเกิดขึ้นแห่งจิตที่เป็นอกุศล ๑๒ ดวง เหล่านี้เป็นธรรมอันเลว. ธรรมปานกลางเป็นไฉน กุศลใน ๓ ภูมิ วิบากในภูมิทั้ง ๓ และรูปทั้งหมดทั้งเป็นกิริยาอัพยากฤตในภูมิทั้ง ๓ เหล่านี้เป็นธรรมปานกลาง. ธรรมอันประณีตเป็นไฉน มรรคทั้ง ๔ ที่เป็นสิ่งไม่เกี่ยวเนื่อง สามัญญผล ๔ และนิพพาน ๑ เหล่านี้เป็นธรรมอันประณีต.
จบอรรถกถาสุตนุสูตรที่ ๓ -----------------------------------------------------