ฉบับที่อ่านฉบับแสดงอรรถกถา
ฉบับหลวง · บาลี (อักษรไทย) · ตำแหน่งที่กำลังอ่าน ข้อ ๑๕๑

๑๐. อุทกสูตร เล่ม ๑๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๑ลำดับ 83 จาก 292 ในสฬายตนวรรคพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง 1 ข้อ4 ฉบับเทียบฉบับได้ข้อต่อข้อ

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง


อุทโก สุทํ ภิกฺขเว รามปุตฺโต เอวํ วาจํ ภาสติ อิทํ ชาตุ เวทคู อิทํ ชาตุ ปพฺพชิ อิทํ ชาตุ อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ปลิขณึติ ฯ ตํ โข ปเนตํ ภิกฺขเว อุทโก รามปุตฺโต อเวทคูเยว สมาโน เวทคูสฺมีติ ภาสติ อปพฺพชิเยว สมาโน ปพฺพชิสฺมีติ ภาสติ อปลิขตํเยว คณฺฑมูลํ ปลิขตํ เม คณฺฑมูลนฺติ ภาสติ ฯ อถ โข ตํ ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย อิทํ ชาตุ เวทคู อิทํ ชาตุ ปพฺพชิ อิทํ ชาตุ อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ปลิขณึติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ เวทคู โหติ ฯ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ เวทคู โหติ ฯ กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปพฺพชิ โหติ ฯ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา อนุปาทา วิมุตฺโต โหติ ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ ปพฺพชิ โหติ ฯ {๑๕๑.๑} กถญฺจ ภิกฺขเว ภิกฺขุโน จ อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ปลิขตํ โหติ ฯ คณฺโฑติ โข ภิกฺขเว อิมสฺเสตํ จาตุมฺมหาภูติกสฺส กายสฺส อธิวจนํ มาตาเปตฺติกสมฺภวสฺส โอทนกุมฺมาสูปจยสฺส อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺมสฺส ฯ คณฺฑมูลนฺติ โข ภิกฺขเว ตณฺหาเยตํ อธิวจนํ ฯ ยโต โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน ตณฺหา ปหีนา โหติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวงฺคตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา ฯ เอวํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุโน อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ปลิขตํ โหติ ฯ {๑๕๑.๒} อุทโก สุทํ ภิกฺขเว รามปุตฺโต เอวํ วาจํ ภาสติ อิทํ ชาตุ เวทคู อิทํ ชาตุ ปพฺพชิ อิทํ ชาตุ อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ปลิขณึติ ฯ ตํ โข ปเนตํ ภิกฺขเว อุทโก รามปุตฺโต อเวทคูเยว สมาโน เวทคูสฺมีติ ภาสติ อปพฺพชิเยว สมาโน ปพฺพชิสฺมีติ ภาสติ อปลิขตญฺเญว คณฺฑมูลํ ปลิขตมฺเม คณฺฑมูลนฺติ ภาสติ ฯ อิทํ โข ภิกฺขเว ภิกฺขุ สมฺมา วทมาโน วเทยฺย อิทํ ชาตุ เวทคู อิทํ ชาตุ ปพฺพชิ อิทํ ชาตุ อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ปลิขณึติ ฯ ทสมํ ฯ ฉฬวคฺโค ปญฺจโม ฯ ตสฺสุทฺทานํ เทฺว สงฺคยฺหา ปริหานํ ปมาทวิหารี จ สํวโร สมาธิ ปฏิสลฺลีนํ เทฺวนตุมฺหาเกน อุทโกติ ฯ ทุติยปณฺณาสเก วคฺคุทฺทานํ อวิชฺชา มิคชาลํ โข คิลานํ ฉนฺนํ จตุตฺถกํ ฉฬวคฺเคน ปญฺญาสํ ทุติโย ปญฺญาสโก อยนฺติ ฯ ปฐมํ สมตฺตํ ฯ ---------

ฉบับมหาจุฬาฯ

ชั้นตัวบทพุทธพจน์

หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ

เปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

๑๐. อุทกสูตร ว่าด้วยอุทกดาบส

ข้อ ๑๐๓

“ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่าอุทกดาบส รามบุตรกล่าววาจาอย่างนี้ว่า ‘เราเป็นผู้ถึงเวทแน่นอน เราเป็นผู้ชนะวัฏฏะทั้งปวงแน่นอน รากเหง้าแห่งทุกข์ที่ใครๆ ขุดไม่ได้ เราขุดได้แล้วแน่นอน’ อุทกดาบส รามบุตร ยังเป็นผู้ไม่ถึงเวทแต่กล่าวว่า ‘เราเป็นผู้ถึงเวท’ ยังเป็นผู้ไม่ชนะวัฏฏะทั้งปวง แต่กล่าวว่า ‘เราชนะวัฏฏะทั้งปวง’ ยังขุดรากเหง้าแห่งทุกข์ไม่ได้ แต่กล่าวว่า ‘เราขุดรากเหง้าแห่งทุกข์ได้แล้ว’ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เมื่อจะกล่าวเรื่องนั้นให้ถูกต้อง ควรกล่าวว่า ‘เราเป็นผู้ถึงเวทแน่นอน เราเป็นผู้ชนะวัฏฏะทั้งปวงแน่นอน รากเหง้าแห่งทุกข์ที่ใครๆ ขุดไม่ได้ เราขุดได้แล้วแน่นอน’

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๑๔}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๕. ฉฬวรรค ๑๐. อุทกสูตร ภิกษุเป็นผู้ถึงเวท อย่างไร คือ ภิกษุย่อมรู้ชัดถึงความเกิด ความดับ คุณ โทษ และเครื่องสลัดออก จากผัสสายตนะ ๖ ประการตามความเป็นจริง ภิกษุเป็นผู้ถึงเวทอย่างนี้แล ภิกษุเป็นผู้ชนะวัฏฏะทั้งปวง อย่างไร คือ ภิกษุรู้ชัดถึงความเกิด ความดับ คุณ โทษ และเครื่องสลัดออกจาก ผัสสายตนะ ๖ ประการตามความเป็นจริงแล้ว เป็นผู้หลุดพ้นเพราะไม่ถือมั่น ภิกษุเป็นผู้ชนะวัฏฏะทั้งปวงอย่างนี้แล รากเหง้าแห่งทุกข์ที่ใครๆ ขุดไม่ได้ ภิกษุขุดได้แล้ว อย่างไร คือ คำว่า คัณฑะ นี้ เป็นชื่อของกายนี้ ซึ่งประกอบขึ้นจากมหาภูตรูป ๔ เกิดจากมารดาบิดา เจริญวัยเพราะข้าวสุกและขนมกุมมาส ไม่เที่ยงแท้ ต้องอบต้องนวดเฟ้น มีอันแตกกระจัดกระจายไปเป็นธรรมดา คำว่า คัณฑมูล นี้เป็นชื่อของตัณหา ภิกษุละตัณหาได้แล้ว ตัดรากถอนโคน เหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคนไปแล้ว เหลือแต่พื้นที่ ทำให้ไม่มี เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ รากเหง้าแห่งทุกข์ที่ใครๆ ขุดไม่ใด้ ภิกษุขุดได้แล้วอย่างนี้แล ได้ยินว่าอุทกดาบส รามบุตรกล่าววาจาอย่างนี้ว่า ‘เราเป็นผู้ถึงเวทแน่นอนเราเป็นผู้ชนะวัฏฏะทั้งปวงแน่นอน รากเหง้าแห่งทุกข์ที่ใครๆ ขุดไม่ได้ เราขุดได้แล้วแน่นอน’ อุทกดาบส รามบุตรยังเป็นผู้ไม่ถึงเวท แต่กล่าวว่า ‘เราเป็นผู้ถึงเวท’ยังไม่ชนะวัฏฏะทั้งปวง แต่กล่าวว่า ‘เราชนะวัฏฏะทั้งปวง’ ยังขุดรากเหง้าแห่งทุกข์ไม่ได้ แต่กล่าวว่า ‘เราขุดรากเหง้าแห่งทุกข์ได้แล้ว’ ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้เมื่อจะกล่าวเรื่องนั้นให้ถูกต้อง ควรกล่าวว่า ‘เราเป็นผู้ถึงเวทแน่นอน เราชนะวัฏฏะทั้งปวงแน่นอน รากเหง้าแห่งทุกข์ที่ใครๆขุดไม่ได้ เราขุดได้แล้วแน่นอน” อุทกสูตรที่ ๑๐ จบ ฉฬวรรคที่ ๕ จบ @เชิงอรรถ : @ ขนมกุมมาส หมายถึงขนมที่เก็บไว้นานเกินไปจะบูด เช่น ขนมด้วง ขนมครก ขนมถ้วย ขนมตาล เป็นต้น@พระพุทธเจ้าหลังบำเพ็ญทุกรกิริยาก็เสวยข้าวสุกและขนมกุมมาส (พระธรรมปิฎก : พจนานุกรมพุทธศาสน์@ฉบับประมวลศัพท์, ๒๕๓๘, หน้า ๒๐)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๑๕}

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๒. ทุติยปัณณาสก์ ๕. ฉฬวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรค รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อทันตอคุตตสูตร ๒. มาลุกยปุตตสูตร ๓. ปริหานธัมมสูตร ๔. ปมาทวิหารีสูตร ๕. สังวรสูตร ๖. สมาธิสูตร ๗. ปฏิสัลลานสูตร ๘. ปฐมนตุมหากสูตร ๙. ทุติยนตุมหากสูตร ๑๐. อุทกสูตร ทุติยปัณณาสก์ในสฬายตนวรรค จบบริบูรณ์ รวมวรรคที่มีในทุติยปัณณาสก์นี้ คือ ๑. อวิชชาวรรค ๒. มิคชาลวรรค ๓. คิลานวรรค ๔. ฉันนวรรค ๕. ฉฬวรรค ทุติยปัณณาสก์ จบ ๑๐๐ สูตรแรกจบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๑๖}

อรรถกถา

ชั้นตัวบทอรรถกถาอธิบายพระไตรปิฎกเปิดหน้าของฉบับนี้

ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์

อรรถกถาอุททกสูตรที่ ๑๐

ในอุททกสูตรที่ ๑๐ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ศัพท์ว่า สุทํ ในบทว่า อุทโก สุทํ นี้ เป็นเพียงนิบาต.

บทว่า อุทโก เป็นชื่อของสูตรนั้น.

บทว่า อิทํ ในบทว่า อิทํ ชาตุ เวทคู นี้เป็นเพียงนิบาต.

อีกอย่างหนึ่ง เมื่อทรงแสดงว่า ท่านจงฟังคำของเรานี้ จึงได้ตรัสอย่างนั้น.

บทว่า ชาตุ เวทคู ความว่า เราจบเวทโดยส่วนเดียว. อธิบายว่า ไปในเวไนยสัตว์ด้วยญาณกล่าวคือเวท หรือถึงคือบรรลุเวท เป็นบัณฑิต.

ด้วยบทว่า ปพฺพชิ ตรัสว่า เรารู้ ครอบงำวัฏฏะทั้งปวง แล้วชนะโดยส่วนเดียว.

บทว่า อปลิขตํ คณฺฑมูลํ ได้แก่ รากทุกข์ยังไม่ได้ขุด.

ด้วยบทว่า ปริขณึ ทรงแสดงว่า เราขุดรากทุกข์ที่ขุดแล้ว ตั้งอยู่.

บทว่า มาตาเปตฺติกสมฺภวสฺส ได้แก่ เกิดด้วยเลือดสุกกะ (ขาว) ซึ่งแบ่งจากมารดาและบิดา คือของมารดาบิดา.

บทว่า โอทนกุมฺมาสูปจยสฺส ได้แก่ ก่อสร้างด้วยข้าวสุกและขนมสด.

ในบทว่า นิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺมสฺส นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

กายนี้ ชื่อว่ามีความไม่เที่ยงเป็นธรรมดา เพราะมีแล้วกลับไม่มี ชื่อว่าอบเป็นธรรมดา เพราะลูบไล้ด้วยของหอม เพื่อประโยชน์แก่การกำจัดกลิ่นเหม็น,ชื่อว่ามีการอาบนวดเป็นธรรมดา เพราะใช้น้ำและนวด เพื่อประโยชน์จะบรรเทาความเจ็บปวดอวัยวะน้อยใหญ่.

อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่ามีการประคมประหงมเป็นธรรมดา โดยหยอดยาตาการดัดเป็นต้น เพื่อความสมบูรณ์แก่ทรวดทรงแห่งอวัยวะนั้นๆ ที่ทรวดทรงไม่ดี เพราะอยู่ในครรภ์ คลอดแล้วก็ให้อยู่ที่ระหว่างขาเวลาเป็นทารก.

กาย แม้เขาบริหารอย่างนี้ ก็แตกกายกระจัดกระจายเป็นธรรมดา เพราะเหตุนั้นกายจึงต้องแตกและเรี่ยรายไป. อธิบายว่า มีสภาวะเป็นอย่างนั้น.

ในพระสูตรนั้น ตรัสถึงความเจริญด้วยบทว่า กาย เกิดแต่มารดาบิดา การเติบโตด้วยข้าวสุกและขนมสด และการประคบประหงม. ตรัสถึงความเสื่อมด้วยบทว่าไม่เที่ยง แตกและการกระจัดกระจาย.

อีกอย่างหนึ่ง ตรัสการเกิดขึ้นด้วยบทก่อนๆ และการดับไปด้วยบทหลังๆ. ทรงแสดงความต่างแห่งการเจริญ การเสื่อมและการบังเกิดแห่งกาย ซึ่งประชุมด้วยมหาภูตรูป ๔ ด้วยประการฉะนี้.

คำที่เหลือมีอรรถง่ายทั้งนั้นแล.

จบอรรถกถาอุททกสูตรที่ ๑๐ จบฉฬวรรคที่ ๕ -----------------------------------------------------

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สังคัยหสูตรที่ ๑

๒. สังคัยหสูตรที่ ๒

๓. ปริหานสูตร [ปริหานธรรมสูตรที่ ๓]

๔ ปมาทวิหารีสูตร

๕. สังวรสูตร

๖. สมาธิสูตร

๗. ปฏิสัลลีนสูตร

๘. นตุมหากสูตรที่ ๑

๙. นตุมหากสูตรที่ ๒

๑๐. อุทกสูตร -----------------------------------------------------

รวมวรรคที่มีในทุติยปัณณาสก์ คือ

๑. อวิชชาวรรค

๒. มิคชาลวรรค

๓. คิลานวรรค

๔. ฉันนวรรค

๕. ฉฬวรรค ฯ จบทุติยปัณณาสก์ -----------------------------------------------------

ฉบับที่ใช้และสัญญาอนุญาต

พระไตรปิฎกบาลี อักษรไทย ฉบับสยามรัฐ

pli-siamrath · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ฉบับสยามรัฐ จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๔๖๘–๒๔๗๑ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/pali/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง

th-chabab-luang · Public domain (term expired) — operator determination · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๔

ฉบับหลวง จัดพิมพ์โดยทางราชการ พ.ศ. ๒๕๑๔ · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒ อายุคุ้มครองงานนิติบุคคล ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา · การพิจารณาของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมายhttps://84000.org/tipitaka/

พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาฯ

th-mahachula · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยให้เผยแพร่ตัวบทฉบับนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีหนังสืออนุญาตประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสารและไม่ใช่ความเห็นที่ปรึกษากฎหมาย · ข้อเท็จจริงที่ยังเป็นจริง: จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ งานที่นิติบุคคลเป็นเจ้าของคุ้มครอง ๕๐ ปีนับแต่โฆษณา (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ ม.๑๙–๒๒) ถึงราว พ.ศ. ๒๕๘๙ — การอนุญาตจึงจำเป็นและต้องเก็บเอกสารไว้ให้ได้docs/legal/PERMISSIONS.md#มจร

อรรถกถาแปลไทย

th-attha-84000 · ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ — บันทึกจากคำยืนยันของผู้ดำเนินการ ยังไม่มีเอกสารประกอบ · ตรวจหลักฐานเมื่อ ๒๐๒๖-๐๘-๒๕

ผู้ดำเนินการแจ้ง ๒๕ ส.ค. ๖๙ ว่าได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ตัวบทชุดนี้ · **เป็นคำยืนยันด้วยวาจา ยังไม่มีเอกสารประกอบ** ⇒ ฐานของการเผยแพร่คือวินิจฉัยของผู้ดำเนินการ ไม่ใช่หลักฐานเอกสาร · สิ่งที่ยังไม่รู้และไม่ได้หายไปเพราะการอนุญาต: **หน้าเว็บไม่ระบุผู้แปล ผู้จัดพิมพ์ หรือปี** จึงยังไม่รู้ว่าเป็นฉบับพิมพ์ของใคร (ที่เชื่อกันคือชุดมหามกุฏราชวิทยาลัย ๙๑ เล่ม ราว พ.ศ. ๒๕๒๕) — การอนุญาตครอบคลุมใครและอะไร จึงยังระบุไม่ได้จนกว่าจะได้เอกสารdocs/legal/PERMISSIONS.md#อรรถกถา