๖. โนอัสสาทสูตร ที่ ๒ เล่ม ๑๘
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
๑๘โน เจทํ ภิกฺขเว รูปานํ อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูเปสุ สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปานํ อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา รูเปสุ สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปานํ อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูเปสุ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปานํ อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา รูเปสุ นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว รูปานํ นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา รูเปหิ นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ รูปานํ นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา รูเปหิ นิสฺสรนฺติ ฯ โน เจทํ ภิกฺขเว สทฺทานํ คนฺธานํ รสานํ โผฏฺฐพฺพานํ ธมฺมานํ อสฺสาโท อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ธมฺเมสุ สารชฺเชยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ธมฺมานํ อสฺสาโท ตสฺมา สตฺตา ธมฺเมสุ สารชฺชนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ อาทีนโว อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ธมฺเมสุ นิพฺพินฺเทยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ธมฺมานํ อาทีนโว ตสฺมา สตฺตา ธมฺเมสุ นิพฺพินฺทนฺติ โน เจทํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ นิสฺสรณํ อภวิสฺส น ยิทํ สตฺตา ธมฺเมหิ นิสฺสเรยฺยุํ ยสฺมา จ โข ภิกฺขเว อตฺถิ ธมฺมานํ นิสฺสรณํ ตสฺมา สตฺตา ธมฺเมหิ นิสฺสรนฺติ ฯ {๑๘.๑} ยาวกีวญฺจ ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ฉนฺนํ พาหิรานํ อายตนานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสุํ ฯ เนว ตาว ภิกฺขเว สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิปริยาทิกเตน เจตสา วิหรึสุ ฯ ยโต จ โข ภิกฺขเว สตฺตา อิเมสํ ฉนฺนํ พาหิรานํ อายตนานํ อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต ฯเปฯ ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสุํ ฯ อถ ภิกฺขเว สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสญฺญุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิปริยาทิกเตน เจตสา วิหรนฺตีติ ฯ ฉฏฺฐํ ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
๖. ทุติยโนเจอัสสาทสูตร ว่าด้วยการปฏิเสธคุณของอายตนะ สูตรที่ ๒
“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าคุณของรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจ ในรูป แต่เพราะคุณของรูปมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในรูป ถ้าโทษของรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในรูป แต่เพราะโทษของรูปมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในรูป ถ้าเครื่องสลัดออกจากรูปจักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากรูปแต่เพราะเครื่องสลัดออกจากรูปมีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากรูป ถ้าคุณของสัททะ ฯลฯ ของคันธะ ฯลฯ ของรสะ ฯลฯ ของโผฏฐัพพะ ฯลฯ ถ้าคุณของธรรมารมณ์จักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงติดใจในธรรมารมณ์แต่เพราะคุณของธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงติดใจในธรรมารมณ์@เชิงอรรถ : @ แดน ในที่นี้หมายถึงกิเลสหรือวัฏฏะ (สํ.สฬา.อ. ๓/๑๗-๑๘/๔, สํ.ฏีกา ๒/๑๗-๑๘/๓๓๖)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๘ หน้า : ๑๗}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค [๑. สฬายตนสังยุต] ๑. ปฐมปัณณาสก์ ๒. ยมกวรรค ๗. ปฐมาภินันทสูตร ถ้าโทษของธรรมารมณ์จักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงเบื่อหน่ายในธรรมารมณ์แต่เพราะโทษของธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงเบื่อหน่ายในธรรมารมณ์ ถ้าเครื่องสลัดออกจากธรรมารมณ์จักไม่มีแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ไม่พึงสลัดออกจากธรรมารมณ์ เพราะเครื่องสลัดออกจากธรรมารมณ์มีอยู่ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงสลัดออกจากธรรมารมณ์ ภิกษุทั้งหลาย ตราบใดสัตว์ทั้งหลายยังไม่รู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ เครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอายตนะภายนอก ๖ประการนี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้น สัตว์ทั้งหลายจะออกไป หลุดไป พ้นไปจากโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาและมนุษย์ มีใจปราศจากแดนอยู่ไม่ได้เลย แต่เมื่อใดสัตว์ทั้งหลายรู้คุณโดยความเป็นคุณ โทษโดยความเป็นโทษ เครื่องสลัดออกโดยความเป็นเครื่องสลัดออกจากอายตนะภายใน ๖ ประการนี้ ตามความเป็นจริง เมื่อนั้นสัตว์ทั้งหลายจึงออกไป หลุดไป พ้นไป จากโลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก จากหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ มีใจปราศจากแดนอยู่ได้” ทุติยโนเจอัสสาทสูตรที่ ๖ จบ
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาทุติยโนอัสสาทสูตรที่ ๖
แม้ในสูตรที่ ๖ ก็นัยนี้ แต่ใน ๖ สูตรนี้ พึงทราบว่าท่านกล่าวเฉพาะสัจจะ ๔ เท่านั้น.
จบอรรถกถาทุติยโนอัสสาทสูตรที่ ๖ -----------------------------------------------------