๑. จักขุสูตร เล่ม ๑๖
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ราหุลสํยุตฺตํ ---- ปฐมวคฺโค ปฐโม
๕๙๙เอวมฺเม สุตํ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อายสฺมา ราหุโล เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา ราหุโล ภควนฺตํ เอตทโวจ สาธุ เม ภนฺเต ภควา สงฺขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตุ ยมหํ ภควโต ธมฺมํ สุตฺวา เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหเรยฺยนฺติ ฯ
๖๐๐ตํ กึ มญฺญสิ ราหุล จกฺขุํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ อนิจฺจํ ภนฺเต ฯ ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ ฯ ทุกฺขํ ภนฺเต ฯ ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ [เอวํ เปยฺยาโล] โสตํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ อนิจฺจํ ภนฺเต ... ฆานํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ ฯ อนิจฺจํ ภนฺเต ... ชิวฺหา นิจฺจา วา อนิจฺจา วาติ ฯ อนิจฺจา ภนฺเต ... กาโย นิจฺโจ วา อนิจฺโจ วาติ ฯ อนิจฺโจ ภนฺเต ... มโน นิจฺโจ วา อนิจฺโจ วาติ ฯ อนิจฺโจ ภนฺเต ฯ ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ ฯ ทุกฺขํ ภนฺเต ฯ ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตาติ ฯ โน เหตํ ภนฺเต ฯ
๖๐๑เอวํ ปสฺสํ ราหุล สุตวา อริยสาวโก จกฺขุสฺมิมฺปิ นิพฺพินฺทติ โสตสฺมิมฺปิ นิพฺพินฺทติ ฆานสฺมิมฺปิ นิพฺพินฺทติ ชิวฺหายปิ นิพฺพินฺทติ กายสฺมิมฺปิ นิพฺพินฺทติ มนสฺมิมฺปิ นิพฺพินฺทติ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ วิราคา วิมุจฺจติ ฯ วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหติ ฯ ขีณา ชาติ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาตีติ ฯ ปฐมํ ฯ [เอเตน เปยฺยาเลน ทส สุตฺตนฺตา กาตพฺพา]
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · ชื่อเรื่องตรงกันทั้งสองฉบับ
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๗. ราหุลสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๑. จักขุสูตร ๗. ราหุลสังยุต ๑. ปฐมวรรค หมวดที่ ๑ ๑. จักขุสูตร ว่าด้วยจักษุ
ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิก-เศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระราหุลเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับถวายอภิวาทแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคโปรดแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อ ซึ่งข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว จะพึงหลีกออกไปอยู่คนเดียวไม่ประมาท มีความเพียร อุทิศกายและใจอยู่เถิด” “ราหุล เธอจะเข้าใจความข้อนั้นว่าอย่างไร จักขุ(ตา) เที่ยงหรือไม่เที่ยง” “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” “สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข” “เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า” “สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรผันเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า ‘นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตาของเรา” “ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า” “โสตะ(หู)เที่ยงหรือไม่เที่ยง” “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” ... “ฆานะ(จมูก)เที่ยงหรือไม่เที่ยง”
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๘๙}
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค [๗. ราหุลสังยุต] ๑. ปฐมวรรค ๑. จักขุสูตร “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” ... “ชิวหา(ลิ้น)เที่ยงหรือไม่เที่ยง” “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” ... “กายเที่ยงหรือไม่เที่ยง” “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” ... “มโน(ใจ)เที่ยงหรือไม่เที่ยง” “ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า” “สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข” “เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า” “สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรผันเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า ‘นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตาของเรา” “ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ราหุล อริยสาวกผู้ได้สดับเห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในจักขุ ฯลฯ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในโสตะ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในฆานะ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในชิวหาย่อมเบื่อหน่ายแม้ในกาย ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในมโน เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัดเพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้วก็รู้ว่า ‘หลุดพ้นแล้ว’ รู้ชัดว่า‘ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่น เพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป” [พึงย่อพระสูตรทั้ง ๑๐ เช่นนี้] จักขุสูตรที่ ๑ จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑๖ หน้า : ๒๙๐}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ราหุลสังยุตต์ ปฐมวรรคที่ ๑ อรรถกถาจักขุสูตรที่ ๑ เป็นต้น
ราหุลสังยุต จักขุสูตรที่ ๑ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า เอโก ได้แก่ มีปกติอยู่ผู้เดียวในอิริยาบถทั้ง ๔.
บทว่า วูปกฏฺโฐ แปลว่า ปลีกตัวไป สลัดไป.
บทว่า อปฺปมตฺโต ได้แก่ ตั้งอยู่ในความไม่ปราศจากสติ.
บทว่า อาตาปี ได้แก่ ถึงพร้อมด้วยความเพียร.
บทว่า ปหิตตฺโต วิหเรยฺยํ ได้แก่ เป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยวเพื่อประโยชน์แก่การบรรลุคุณวิเศษอยู่.
บทว่า อนิจฺจํ ได้แก่ ชื่อว่าไม่เที่ยง โดยอาการที่มีแล้วก็ไม่มี.
อีกนัยหนึ่ง ชื่อว่าไม่เที่ยง ด้วยเหตุแม้เหล่านี้ คือเพราะมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไป เพราะเป็นของเป็นไปอยู่ชั่วคราว เพราะมีความแปรปรวนเป็นที่สุด เพราะปฏิเสธความเที่ยง.
บทว่า ทุกฺขํ ได้แก่ ชื่อว่าทุกข์ด้วยเหตุ ๔ ประการ คือด้วยอรรถว่าทนได้ยาก ด้วยอรรถว่าเป็นวัตถุที่ตั้งแห่งความทนได้ยาก ด้วยอรรถว่าบีบคั้นสัตว์ ด้วยการปฏิเสธความสุข.
ตรัสว่า ควรหรือ ยึดถือด้วยตัณหาว่านั่นของเรา ยึดถือด้วยมานะว่าเราเป็นนั่น ยึดถือด้วยทิฏฐิว่านั่นเป็นตัวของเรา.
บรรดาความยึดถือเหล่านั้น ยึดถือด้วยตัณหา ก็พึงทราบโดยอำนาจตัณหาวิปริต ๑๐๘. ยึดถือด้วยมานะ ก็พึงทราบโดยอำนาจมานะ ๙ ประการ. ยึดถือด้วยทิฏฐิ ก็พึงทราบโดยอำนาจทิฏฐิ ๖๒.
ในคำว่า นิพฺพินฺทํ วิรชฺชติ นี้ ตรัสมรรค ๔ ด้วยอำนาจวิราคะ.
ในคำว่า วิราคา วิมุจฺจติ นี้ตรัสสามัญญผล ๔ ด้วยอำนาจวิมุตติ.
ก็ในพระสูตรที่ ๑ นี้ ทรงถือเอาปสาทะในทวาร ๕. ทรงถือเอาสมันนาหารจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓ ด้วยบทนี้ว่า มโน.
ในรูปสูตรที่ ๒ ทรงถือเอาอารมณ์อย่างเดียว ในทวาร ๕.
พึงทราบวินิจฉัยในวิญญาณสูตรที่ ๓ ดังต่อไปนี้.
ในทวารทั้ง ๕ ทรงถือเอาจิตที่มีปสาทะเป็นที่อาศัยเท่านั้น ทรงถือเอาสมันนาหารจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓ ด้วยมโนวิญญาณ.
พึงนำนัยไปใช้ในที่ทุกแห่งอย่างนี้.
สัมผัสสสูตรที่ ๔ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
เวทนาสูตรที่ ๕ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
ในสัญญาสูตรที่ ๖ ทรงถือเอาธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓.
เจตนาสูตรที่ ๗ ไม่มีอรรถกถาอธิบาย.
แต่ในตัณหาสูตรที่ ๘ จะได้ชื่อว่า ตัณหา ในเมื่อตกถึงชวนะในทวารนั้นๆ เท่านั้น.
จบอรรถกถาจักขุสูตรที่ ๑ เป็นต้น -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา สังยุตตนิกาย นิทานวรรค ลาภสักการสังยุตต์ จตุตถวรรคที่ ๔ ปิตุสูตร ภาตุสูตร ภคินิสูตร ปุตตสูตร ธีตุสูตร ปชาปติสูตร