ปฏิจจวาร เล่ม ๔๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ปริตฺตารมฺมณตฺติกํ ปฏิจฺจวาโร
๑๕๔๑ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๔๒มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ มหคฺคตารมฺมณํ ... ฯ
๑๕๔๓อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๔๔ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อธิปติปจฺจยา ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคตปจฺจยา ฯ
๑๕๔๕เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
๑๕๔๖ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
๑๕๔๗มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
๑๕๔๘อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๔๙ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๕๕๐มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๕๕๑อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นอธิปติปจฺจยา อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๕๒ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๕๕๓ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... นปุเรชาตปจฺจยา มหคฺคตารมฺมเณ ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ
๑๕๕๔อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ นปจฺฉาชาตปจฺจยญฺจ นอาเสวนปจฺจยญฺจ นอธิปติสทิสํ ฯ
๑๕๕๕ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา ปริตฺตารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมณา เจตนา ฯ
๑๕๕๖มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา มหคฺคตารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมณา เจตนา ฯ
๑๕๕๗อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นกมฺมปจฺจยา อปฺปมาณารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมณา เจตนา ฯ
๑๕๕๘ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปากปจฺจยา ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ นฌานปจฺจยา ปญฺจวิญฺญาณสหคตํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุก- ปฏิสนฺธิกฺขเณ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๕๙มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๖๐อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นมคฺคปจฺจยา อเหตุกํ อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๖๑ปริตฺตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ ปริตฺตารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
๑๕๖๒มหคฺคตารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ มหคฺคตารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
๑๕๖๓อปฺปมาณารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อปฺปมาณารมฺมโณ ธมฺโม ... นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ... เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๕๖๔นเหตุยา ตีณิ นอธิปติยา ตีณิ ฯเปฯ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
๑๕๖๕เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ ... นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
๑๕๖๖นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ... อนนฺตเร ตีณิ สมนนฺตเร ตีณิ สหชาเต ตีณิ อญฺญมญฺเญ ตีณิ นิสฺสเย ตีณิ อุปนิสฺสเย ตีณิ ปุเรชาเต ตีณิ อาเสวเน เทฺว กมฺเม ตีณิ วิปาเก เอกํ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค เทฺว สมฺปยุตฺเต ตีณิ วิปฺปยุตฺเต ตีณิ อตฺถิยา ตีณิ นตฺถิยา ตีณิ วิคเต ตีณิ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ ปฏิจฺจวาโร นิฏฺฐิโต ฯ สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ... อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ย่อ) เพราะอวิคตปัจจัย๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็น อารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปุเรชาตปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ไม่มีปฏิสนธิ) (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัยเหมือนกับนอธิปติปัจจัย) นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยขันธ์ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น (๑) นวิปากปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์ เกิดขึ้นเพราะนวิปากปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะนฌานปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยปัญจวิญญาณเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งมีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑) นวิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีปริตตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์อาศัยสภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้นเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ที่มีอัปปมาณะเป็นอารมณ์เกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... (๑)๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๔}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร นปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม นเหตุทุกนัย
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๕}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๓. ปริตตารัมมณติกะ ๑. ปฏิจจวาร สมนันตรปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ สหชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัญญมัญญปัจจัย ” มี ๓ วาระ นิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ อุปนิสสยปัจจัย ” มี ๓ วาระ ปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อาเสวนปัจจัย ” มี ๒ วาระ กัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปากปัจจัย ” มี ๑ วาระ อาหารปัจจัย ” มี ๓ วาระ อินทรียปัจจัย ” มี ๓ วาระ ฌานปัจจัย ” มี ๓ วาระ มัคคปัจจัย ” มี ๒ วาระ สัมปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ นัตถิปัจจัย ” มี ๓ วาระ วิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ อวิคตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ ปฏิจจวาร จบ (สหชาตวาร ปัจจยวาร นิสสยวาร สังสัฏฐวาร และสัมปยุตตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๖๖}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
อรรถกถาปริตตารัมมณติกะ
สองบทว่า อปฺปมาณารมฺมณา เจตนา ในปริตตารัมมณติกะ คือเจตนาในโคตรภู เป็นปัจจัยแก่เสกขธรรม จะกล่าวว่า ปัจจเวกขณเจตนาก็ได้.
สองบทว่า วิปากานํ ปริตฺตารมฺมณานํ คือวิบากที่มีกรรมเป็นอารมณ์เกิดขึ้นในปฏิสนธิกาล มีรูปเป็นต้นเป็นอารมณ์เกิดขึ้นด้วยอำนาจจักขุวิญญาณเป็นต้น มีปริตตารมณ์ที่ชวนะรับมาเกิดขึ้นด้วยอำนาจตทารัมมณะ ในปวัตติกาล. ก็อาจารย์เหล่าใดกล่าวว่า ปฏิสนธิย่อมไม่มี เพราะโคตรภูจิตเป็นปัจจัย อาจารย์เหล่านั้นพึงถูกคัดค้านด้วยสูตรนี้.
คำที่เหลือในอธิการนี้พึงทราบตามนัยแห่งบาลีนั่นเอง
หีนติกะเช่นเดียวกับสังกิลิฏฐติกะ.
อรรถกถาปริตตารัมมณติกะ จบ. -----------------------------------------------------