สังสัฏฐวาร เล่ม ๔๑
พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง · ผู้ดำเนินการอ่านข้อเท็จจริงสาธารณะแล้วสรุปเอง
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
สํสฏฺฐวาโร
๑๓๙๑ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๓๙๒มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๓๙๓อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
๑๓๙๔ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา อธิปติปจฺจยา ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ อนนฺตรปจฺจยา สมนนฺตรปจฺจยา สหชาตปจฺจยา อญฺญมญฺญปจฺจยา นิสฺสยปจฺจยา อุปนิสฺสยปจฺจยา ปุเรชาตปจฺจยา ปฏิสนฺธิ นตฺถิ ฯ อาเสวนปจฺจยา วิปาโกปิ ปฏิสนฺธิปิ นตฺถิ ฯ กมฺมปจฺจยา วิปากปจฺจยา อาหารปจฺจยา อินฺทฺริยปจฺจยา ฌานปจฺจยา มคฺคปจฺจยา สมฺปยุตฺตปจฺจยา วิปฺปยุตฺตปจฺจยา อตฺถิปจฺจยา นตฺถิปจฺจยา วิคตปจฺจยา อวิคตปจฺจยา ฯ
๑๓๙๕เหตุยา ตีณิ อารมฺมเณ ตีณิ อธิปติยา ตีณิ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมํ ฯ
๑๓๙๖ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา อเหตุกํ ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ สํสฏฺโฐ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
๑๓๙๗ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๓๙๘มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ สํสฏฺฐา มหคฺคตา อธิปติ วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๓๙๙อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอธิปติปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ สํสฏฺฐา อปฺปมาณา อธิปติ ฯ
๑๔๐๐ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๔๐๑มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๔๐๒อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
๑๔๐๓ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปจฺฉาชาตปจฺจยา นอาเสวนปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๔๐๔มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ปฏิสนฺธิกฺขเณ ... ฯ
๑๔๐๕อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอาเสวนปจฺจยา วิปากํ อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ฯ
๑๔๐๖ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา ปริตฺเต ขนฺเธ สํสฏฺฐา ปริตฺตา เจตนา ฯ
๑๔๐๗มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา มหคฺคเต ขนฺเธ สํสฏฺฐา มหคฺคตา เจตนา ฯ
๑๔๐๘อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา อปฺปมาเณ ขนฺเธ สํสฏฺฐา อปฺปมาณา เจตนา ฯ
๑๔๐๙ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
๑๔๑๐มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
๑๔๑๑อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปากปจฺจยา อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ สํสฏฺฐา ตโย ขนฺธา ฯ
๑๔๑๒ปริตฺตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ ปริตฺโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นฌานปจฺจยา นมคฺคปจฺจยา นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป ปริตฺตํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
๑๔๑๓มหคฺคตํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ มหคฺคโต ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป มหคฺคตํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
๑๔๑๔อปฺปมาณํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ อปฺปมาโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นวิปฺปยุตฺตปจฺจยา อรูเป อปฺปมาณํ เอกํ ขนฺธํ ... ฯ
๑๔๑๕นเหตุยา เอกํ นอธิปติยา ตีณิ นปุเรชาเต ตีณิ นปจฺฉาชาเต ตีณิ นอาเสวเน ตีณิ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก ตีณิ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียํ ฯ
๑๔๑๖เหตุปจฺจยา นอธิปติยา ตีณิ ... นปุเรชาเต นปจฺฉาชาเต นอาเสวเน นกมฺเม นวิปาเก นวิปฺปยุตฺเต ตีณิ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ อนุโลมปจฺจนียํ ฯ
๑๔๑๗นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ เอกํ ... อนนฺตเร เอกํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อวิคเต เอกํ ฯ เอวํ คเณตพฺพํ ฯ ปจฺจนียานุโลมํ ฯ สมฺปยุตฺตวาโร สํสฏฺฐวารสทิโส ฯ
ฉบับมหาจุฬาฯ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์หน่วยที่ตำแหน่งเดียวกันของเล่มนี้ · เลขข้อเป็นของฉบับนี้เอง · จับคู่ตามตำแหน่ง · เล่มนี้ทั้งสองฉบับแบ่งเรื่องเท่ากัน จึงเทียบตามลำดับได้ · ชื่อเรื่องไม่ตรงกัน จึงยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เปิดหน้าของฉบับนี้ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร ๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร เหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะเหตุปัจจัยได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ เกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑) อารัมมณปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะอารัมมณปัจจัย เพราะอธิปติปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะอนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย เพราะสหชาตปัจจัย เพราะอัญญมัญญปัจจัย เพราะนิสสยปัจจัยเพราะอุปนิสสยปัจจัย เพราะปุเรชาตปัจจัย (ไม่มีปฏิสนธิ) เพราะอาเสวนปัจจัย(ไม่มีทั้งวิบากและปฏิสนธิ) เพราะกัมมปัจจัย เพราะวิปากปัจจัย เพราะอาหารปัจจัยเพราะอินทรียปัจจัย เพราะฌานปัจจัย เพราะมัคคปัจจัย เพราะสัมปยุตตปัจจัยเพราะวิปปยุตตปัจจัย เพราะอัตถิปัจจัย เพราะนัตถิปัจจัย เพราะวิคตปัจจัยเพราะอวิคตปัจจัย ๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
เหตุปัจจัย มี ๓ วาระ อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๐}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร อธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) อนุโลม จบ ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นปริตตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดระคนกับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ (๑) นอธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ เกิดระคนกับขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนอธิปติ-ปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นมหัคคตะ ... เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิบดีธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นอัปปมาณะ (๑) นปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนปุเร-ชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๑}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนปุเรชาต-ปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ (๑) นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนอาเสวน-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นมหัคคตะ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นวิบากซึ่งเป็นอัปปมาณะฯลฯ (๑) นกัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะ นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นปริตตะ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนกัมม-ปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นมหัคคตะ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับขันธ์ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะ (๑)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๒}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นวิปากปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนวิปาก-ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลซึ่งเป็นอัปปมาณะฯลฯ (๑) นฌานปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นปริตตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นปริตตะเพราะนฌานปัจจัย เพราะนมัคคปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นปริตตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นมหัคคตะ ฯลฯ (๑) สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเกิดระคนกับสภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะเพราะนวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในอรูปาวจรภูมิ ขันธ์ ๓ เกิดระคนกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัปปมาณะ ฯลฯ (๑) ๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ นอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๓}
พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑๒. ปริตตติกะ ๕. สังสัฏฐวาร นอาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย มี ๓ วาระ นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียะ จบ ๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ นปุเรชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นปัจฉาชาตปัจจัย ” มี ๓ วาระ นอาเสวนปัจจัย ” มี ๓ วาระ นกัมมปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปากปัจจัย ” มี ๓ วาระ นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๓ วาระ (พึงนับอย่างนี้)อนุโลมปัจจนียะ จบ ๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ อนันตรปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ อวิคตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (พึงนับอย่างนี้) ปัจจนียานุโลม จบ สังสัฏฐวาร จบ (สัมปยุตตวารเหมือนกับสังสัฏฐวาร)
{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๑ หน้า : ๔๓๔}
ข้อความหน้าปกของฉบับพิมพ์
ส่วนนี้ไม่มีเนื้อความอรรถกถา. -----------------------------------------------------
อรรถกถาที่มีมาก่อนหน้านี้ :- อรรถกถา มหาปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๒ เสกขัตติกะ ปฏิจจวาร